ถ้าใครเป็นที่เป็นแฟนรายกายเดทเกาหลีอย่าง Single Inferno ที่รวมตัวหนุ่มสาวอินฟูลตัวท้อป มาติดเกาะด้วยกัน ต้องแข่งขันกันเพื่อที่จะได้ไปเดทกับคนที่หมายปอง หรือชอบดูซีรีย์เกาหลีเเนวโรแมนติก-คอมเมดี้ที่ตลกปนซึ้ง
แบบนั้นคุณไม่ควรพลาด รายการ better be than single ที่ลงทาง Netflix เช่นกัน
ใจจริงผมดูรายการนี้แบบไม่ได้คาดหวัง แค่ลองหาอะไรดูระหว่างกินข้าวตามปกติ จับคนโสดไม่เคยมีแฟนมาอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ฟีลหอพักชาย-หญิง มีโซนกินข้าว ร้องคาราโอเกะ นั่งคุยรอบกองไฟ ดูรายการนี้เพราะพากย์ไทยล้วนๆ(ฮา) แต่มันกลับทำให้รู้สึกน่าติดตามได้ตั้งแต่ ep.1 จุดที่ต่างกับ Single Inferno แบบสุดๆเลย คือผู้เข้าร่วมรายการที่แทบไม่มีประสบกาณ์คบหาแบบจริงจัง ไม่ได้เป็นหนุ่ม/สาวฮ๊อตอินฟูล และตัวรายการเองก็ไม่ได้มีการแข่งขันสูงถึงขนาดว่า ต้องแข่งให้ชนะเท่านั้น ถึงจะได้มีโอกาสไปเดท เพราะลำพังหนุ่ม/สาวโสด ที่ต้องรับมือสถานการณ์ตรงหน้ามันก็คงเหนื่อยมากพออยู่แล้ว(ฮา) ในแต่ละวันจะมีกิจกรรมวางไว้อยู่แล้ว เช่น เริ่มจากสร้างความคุ้นเคย เดทแบบกลุ่ม เดทแบบเดี่ยว เงื่อนไขคือต้องเลือกกันทั้งสองฝ่าย แต่ในบางครั้งเลือกผ่ายเดียวก็ได้เหมือนกัน(เดี๋ยวจะมาพูดถึงในพาร์ทหลัง) สรุปง่ายๆคือ ทางรายการมีสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่พร้อม
เหลือแค่ให้เหล่าคนโสดสร้างความประทับใจกับคนที่ชอบให้ได้และเลือกกันในตอนจบรายการ
ความน่าสนใจมันอยู่ตรงนี้เนี่ยแหละ เมื่อจับคนที่ไม่เคยมีแฟนต้องมาอยู่ด้วยกัน ซึ่งพอไม่ได้มีประสบการณ์ความรักเท่าไหร่ ก็จะเผลอวางตัวแปลกๆ พูดตรงเกิน(แล้วส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวด้วยว่าตัวเองพลาด) จนดูนิสัยไม่ดีไปเลยก็มี ซึ่งทั้งคนดูและ host ในรายการก็อุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำไมพูดแบบนั้นฟระ!? แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็แสดงความธรรมชาติแบบไม่มีชั้นเชิงออกมา เวลาแสดงออกว่าชอบมันก็เลยมีความโรแมนติกแบบเรียลๆด้วยเช่นกัน แต่ส่วนสำคัญจริงๆที่ทำให้รายการนี้มันดูซอร์ฟ เหมาะกับหาอะไรสบายๆดูช่วงกินข้าว คือ มู้ด & โทน ที่รายการเลือกใช้ ผ่านการตัดต่อ, ผ่านบรรกาศสถานที่ ภายในรายการ ขนาด Studio ยังดูสดใสขนาดนี้
จุดที่รายการน่ารักมากๆ คือการรู้ข้อจำกัดของผู้เข้าแข่งขัน รู้ว่ารายการจะขายอะไร แล้วอำนวยความสะดวกให้ได้มากที่สุด ทั้งมีกิจกรรมต่างๆผลักให้คนโสดมาเดทกันด้วยซ้ำ ง่ายๆคือรายการทำให้คนเดทกัยได้ง่ายที่สุด ไม่ต้องแข่งขัน ไม่ต้องแย่งชิง มีกิมมิคเล็กๆ อย่างการมีตู้ล๊อคเกอร์ที่เขียนจดหมายให้คนที่ชอบได้ หรือจะใช้คูปองแลกเป็นของขวัญให้คนที่ชอบก็ได้ ในบางสถานการณ์ก็เปิดโอกาสให้เดทกับใครก็ได้ โดยไม่จำเป็นว่าอีกฝ่ายต้องตอบรับ ในช่วงแรก รายการไม่ได้อยู่ๆให้เดทกันสองต่อสอง แต่ค่อยๆเพิ่มสเกลไปเรื่อย จากเดทกลุ่ม เป็นเดทเวียนกัน10นาที จนเป็นการเดทจริงๆ มันเลยเป็นจุดที่โดดจาก Singel Inferno และรายการ dating reality อื่นๆ ที่มักจะเน้น competetive + survival แต่เรื่องนี้ให้ความรู้สึกเป็น rom-com series จริงๆ ที่เข้าใจผู้เข้าร่วมแบบจริงๆ
แต่แน่นอนว่าจุดร่วมกันของรายการ dating คือ airtime ของแต่ละคนจะไม่เท่ากันอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าใครทำให้รายการสนุก ซึ่งบางครั้งคนนั้นก็ไม่ใช่คนที่เราอยากดู(ฮา) มันก็จะเป็นเเพทเทิร์นรัก 3 เส้า นั้นแหละที่จะค่อนข้างเด่น อาจจะฟังดูจำเจไปซักหน่อย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันยังขายได้ เเละผมก็ยังเอ็นจอยกับมัน เพราะเราผูกพันธ์กับคนในรายการไปแล้ว
สรุป ถ้าว่างๆอยากหาอะไรที่น่ารัก เบาสมอง เหมือนดูซีรีย์โรแมนติกคอมเมดี้ ผมค่อนข้าง highly recommend รายการนี้ครับ คุณจะไม่ผิดหวังกับความฟิน + บรรยากาศของเกาะเชจู
ปล. ผมก็ยังคงเป็นแฟนรายการ Single Inferno นะครับ ก็ยังคงสนุกมากๆอยู่
รีวิวรายการ better be than single / จับคนไม่เคยมีแฟนมาอยู่หมู่บ้านเดียวกัน?!!
ใจจริงผมดูรายการนี้แบบไม่ได้คาดหวัง แค่ลองหาอะไรดูระหว่างกินข้าวตามปกติ จับคนโสดไม่เคยมีแฟนมาอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ฟีลหอพักชาย-หญิง มีโซนกินข้าว ร้องคาราโอเกะ นั่งคุยรอบกองไฟ ดูรายการนี้เพราะพากย์ไทยล้วนๆ(ฮา) แต่มันกลับทำให้รู้สึกน่าติดตามได้ตั้งแต่ ep.1 จุดที่ต่างกับ Single Inferno แบบสุดๆเลย คือผู้เข้าร่วมรายการที่แทบไม่มีประสบกาณ์คบหาแบบจริงจัง ไม่ได้เป็นหนุ่ม/สาวฮ๊อตอินฟูล และตัวรายการเองก็ไม่ได้มีการแข่งขันสูงถึงขนาดว่า ต้องแข่งให้ชนะเท่านั้น ถึงจะได้มีโอกาสไปเดท เพราะลำพังหนุ่ม/สาวโสด ที่ต้องรับมือสถานการณ์ตรงหน้ามันก็คงเหนื่อยมากพออยู่แล้ว(ฮา) ในแต่ละวันจะมีกิจกรรมวางไว้อยู่แล้ว เช่น เริ่มจากสร้างความคุ้นเคย เดทแบบกลุ่ม เดทแบบเดี่ยว เงื่อนไขคือต้องเลือกกันทั้งสองฝ่าย แต่ในบางครั้งเลือกผ่ายเดียวก็ได้เหมือนกัน(เดี๋ยวจะมาพูดถึงในพาร์ทหลัง) สรุปง่ายๆคือ ทางรายการมีสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่พร้อม เหลือแค่ให้เหล่าคนโสดสร้างความประทับใจกับคนที่ชอบให้ได้และเลือกกันในตอนจบรายการ
ความน่าสนใจมันอยู่ตรงนี้เนี่ยแหละ เมื่อจับคนที่ไม่เคยมีแฟนต้องมาอยู่ด้วยกัน ซึ่งพอไม่ได้มีประสบการณ์ความรักเท่าไหร่ ก็จะเผลอวางตัวแปลกๆ พูดตรงเกิน(แล้วส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวด้วยว่าตัวเองพลาด) จนดูนิสัยไม่ดีไปเลยก็มี ซึ่งทั้งคนดูและ host ในรายการก็อุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำไมพูดแบบนั้นฟระ!? แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็แสดงความธรรมชาติแบบไม่มีชั้นเชิงออกมา เวลาแสดงออกว่าชอบมันก็เลยมีความโรแมนติกแบบเรียลๆด้วยเช่นกัน แต่ส่วนสำคัญจริงๆที่ทำให้รายการนี้มันดูซอร์ฟ เหมาะกับหาอะไรสบายๆดูช่วงกินข้าว คือ มู้ด & โทน ที่รายการเลือกใช้ ผ่านการตัดต่อ, ผ่านบรรกาศสถานที่ ภายในรายการ ขนาด Studio ยังดูสดใสขนาดนี้
จุดที่รายการน่ารักมากๆ คือการรู้ข้อจำกัดของผู้เข้าแข่งขัน รู้ว่ารายการจะขายอะไร แล้วอำนวยความสะดวกให้ได้มากที่สุด ทั้งมีกิจกรรมต่างๆผลักให้คนโสดมาเดทกันด้วยซ้ำ ง่ายๆคือรายการทำให้คนเดทกัยได้ง่ายที่สุด ไม่ต้องแข่งขัน ไม่ต้องแย่งชิง มีกิมมิคเล็กๆ อย่างการมีตู้ล๊อคเกอร์ที่เขียนจดหมายให้คนที่ชอบได้ หรือจะใช้คูปองแลกเป็นของขวัญให้คนที่ชอบก็ได้ ในบางสถานการณ์ก็เปิดโอกาสให้เดทกับใครก็ได้ โดยไม่จำเป็นว่าอีกฝ่ายต้องตอบรับ ในช่วงแรก รายการไม่ได้อยู่ๆให้เดทกันสองต่อสอง แต่ค่อยๆเพิ่มสเกลไปเรื่อย จากเดทกลุ่ม เป็นเดทเวียนกัน10นาที จนเป็นการเดทจริงๆ มันเลยเป็นจุดที่โดดจาก Singel Inferno และรายการ dating reality อื่นๆ ที่มักจะเน้น competetive + survival แต่เรื่องนี้ให้ความรู้สึกเป็น rom-com series จริงๆ ที่เข้าใจผู้เข้าร่วมแบบจริงๆ
แต่แน่นอนว่าจุดร่วมกันของรายการ dating คือ airtime ของแต่ละคนจะไม่เท่ากันอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าใครทำให้รายการสนุก ซึ่งบางครั้งคนนั้นก็ไม่ใช่คนที่เราอยากดู(ฮา) มันก็จะเป็นเเพทเทิร์นรัก 3 เส้า นั้นแหละที่จะค่อนข้างเด่น อาจจะฟังดูจำเจไปซักหน่อย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันยังขายได้ เเละผมก็ยังเอ็นจอยกับมัน เพราะเราผูกพันธ์กับคนในรายการไปแล้ว
สรุป ถ้าว่างๆอยากหาอะไรที่น่ารัก เบาสมอง เหมือนดูซีรีย์โรแมนติกคอมเมดี้ ผมค่อนข้าง highly recommend รายการนี้ครับ คุณจะไม่ผิดหวังกับความฟิน + บรรยากาศของเกาะเชจู
ปล. ผมก็ยังคงเป็นแฟนรายการ Single Inferno นะครับ ก็ยังคงสนุกมากๆอยู่