พันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือในรัชสมัยพระเจ้าเสือแห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นตำนานแห่งความซื่อสัตย์ ยอมตายเพื่อรักษากฎมณเฑียรบาล มีเรื่องราวของท่านบันทึกไว้ในพงศาวดาร ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และแค่ไหน
แต่ก็ช่างเถิด นี่มิใช่กระทู้วิชาการ แต่เป็นเรื่องเล่าถึงตำนานที่โด่งดังเรื่องหนึ่งของสยาม เมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๘ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ทรงนิพนธ์ตำนานนี้เป็นบทละครเวทีพันท้ายนรสิงห์ โดยเล่าเรื่องที่แต่งขึ้นจากเรื่องเกร็ดในพงศาวดาร และแต่งเติมอรรถรสให้สนุกสนาน โดยกำหนดตัวละครเสริมเติมขึ้นมาเพื่อให้เรื่องราวมีความสนุก ตัวละครต่างๆที่แต่งเติมขึ้นมานี้ บ้างก็ยืมชื่อในพงศาวดาร และบ้างก็มาจากจินตนาการของท่านผู้แต่งเอง
เมื่อมีละครเวที ก็ต้องมีเพลงประกอบ ครูแจ๋ว ส่งา อารัมภี ซึ่งในขณะนั้นเป็นเพียงนักดนตรีที่ร่วมอยู่ในคณะละคร ศิวารมณ์ อยู่ในเหตุการณ์ที่จำเป็นจะต้องมีการแต่งเพลงประกอบละครด้วย ลองอ่านที่ท่านเล่าเถิด
จากหนังสือสูจิบัตร ละครเวที พันท้ายนรสิงห์ พุทธศักราช ๒๕๐๘
ครูแจ๋วเขียนเล่าเรื่องการแต่งเพลง น้ำตาแสงไต้ นี้ไว้หลายครั้ง ลงพิมพ์ในหนังสือมากมาย นับว่าเพลงนี้เป็นเพลงในประวัติศาสตร์การละครของไทยที่โด่งดังมากเพลงหนึ่ง เนื้อเพลงนั้นอาจจะฟังยากสักหน่อย โดยเฉพาะหากผู้ฟังไม่เคยทราบเรื่องของละครนี้เลย ลองฟังเพลงดูในเวอร์ชั่นของ ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา ซึ่งถือว่าเป็นเวอร์ชั่นที่สมบูรณ์มาก
ในเรื่องที่ครูเล่า มีประวัติศาสตร์แทรกอยู่หลายเรื่อง เช่น เหล้าแมวคู่ และ ร้านโว่กี่ หน้าเฉลิมกรุง ซึ่งในปัจจุบันคงจะไม่หลงเหลือแล้ว แต่ร้านชื่อ โว่กี่ เคยไปเปิดขายอยู่ที่ตรอกวังหลัง ซึ่งไม่รู้ว่าวันนี้จะยังคงอยู่ไหม ส่วนเหล้าแมวคู่คงหากินไม่ได้แล้ว และครูกินกันยังไงทีเดียวสองขวด ผสมด้วยโซดาถึง 15 ขวด
ในปีพุทธศักราช ๒๕๐๘ มีการสร้าง พันท้ายนรสิงห์ เป็นละครเวทีพิเศษเพื่อการกุศลของสมาคมต่อต้านยาเสพติดแห่งประเทศไทย แสดงที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำแสดงโดย กำธร สุวรรณปิยะศิริ รับบทเป็น พันท้ายนรสิงห์ และ นงลักษณ์ โรจนพรรณ รับบทเป็น นวล ฉลอง สิมะเสถียร แสดงเป็น พระเจ้าเสือ ในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการแสดงหน้าพระที่นั่ง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จทอดพระเนตร
เรื่องที่ครูแจ๋วเล่าก็นำมาจากสูจิบัตรการแสดงครั้งหน้าพระที่นั่งนี้
ในการแสดงหน้าพระที่นั่งครั้งนั้น ก่อนแสดงคณะละครได้เดินทางไปบวงสรวงที่ศาลพันท้ายนรสิงห์ โคกขาม สมุทรสาคร ซึ่งในยุคสมัยนั้นไม่มีถนนไปถึง ทางกรมตำรวจได้ใช้เรือตำรวจน้ำนำคณะละครไป พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล (เสด็จพระองค์ชายใหญ่) ทรงเสด็จไปด้วย ในภาพเป็นการแต่งตัว กำธร สุวรรณปิยะศิริ ผู้รับบทพันท้ายนรสิงห์ โดยคนที่ยืนหันหลังช่วยแต่งตัวให้นั้นคือครูเนรมิต (อำนวย กลัสนิมิ) โดยมี สมจินต์ ธรรมทัต ยืนดูอยู่ ส่วนคนที่ยืนถือม้วนกระดาษคือ จำรูญ (น้อยทิพย์) หนวดจิ๋ม เสด็จพระองค์ชายใหญ่ ยืนถือกล้องอยู่ด้านซ้ายของภาพ และ หม่อม อุบล ยุคล ยืนอยู่ด้านหลังของ เสด็จพระองค์ชายใหญ่
ในการเดินทางไปบวงสรวงครั้งนี้ มีเรื่องเล่ากันว่า ชาวบ้านได้แจ้งว่ามีคนทรงร่างพันท้ายนรสิงห์ เปิดตำหนักอยู่ใกล้เคียงศาล เสด็จพระองค์ชายใหญ่ จึงได้นำหมู่ดารานักแสดงไป ร่างทรงพันท้ายนั้นได้ทักทายผู้ที่ไปเยือนอย่างคนกันเอง ก่อนจะหันมาบอกกับผู้ที่ไปเยือนทั้งหลายว่า "นวล เขาฝากขอโทษมาด้วย วันนี้เขาไม่ว่างมา" เพียงเท่านั้น เสด็จพระองค์ชายใหญ่ ก็ทรงพระสรวลและกล่าวว่า "นวล มีที่ไหน ฉันแต่งขึ้นเองทั้งนั้นแหละ" (อันที่จริงทรงอะไรแรงกว่านี้ จนเป็นที่ขบขันกันทีเดียว แต่เล่าไม่ได้)
พันท้ายนรสิงห์ ถูกสร้างเป็นละครเวทีและภาพยนต์รวมถึงละครโทรทัศน์มาหลายครั้ง ทุกครั้งก็จะใช้เพลง น้ำตาแสงใต้ เป็นเพลงเอกของเรื่อง ผู้ที่เกี่ยวข้องในการสร้างเรื่องนี้ยุคแรก ก็จากเราไปหมดแล้ว ทิ้งไว้แต่เพียงผลงาน และเรื่องเล่าซึ่งจะกลายเป็นตำนานเช่นเดียวกันเรื่องพันท้ายนรสิงห์ไปในที่สุด
น้ำตาแสงใต้ เพลงที่ครูแจ๋วบอกว่า วิญญานแต่ง
พันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือในรัชสมัยพระเจ้าเสือแห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นตำนานแห่งความซื่อสัตย์ ยอมตายเพื่อรักษากฎมณเฑียรบาล มีเรื่องราวของท่านบันทึกไว้ในพงศาวดาร ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และแค่ไหน
แต่ก็ช่างเถิด นี่มิใช่กระทู้วิชาการ แต่เป็นเรื่องเล่าถึงตำนานที่โด่งดังเรื่องหนึ่งของสยาม เมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๘ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ทรงนิพนธ์ตำนานนี้เป็นบทละครเวทีพันท้ายนรสิงห์ โดยเล่าเรื่องที่แต่งขึ้นจากเรื่องเกร็ดในพงศาวดาร และแต่งเติมอรรถรสให้สนุกสนาน โดยกำหนดตัวละครเสริมเติมขึ้นมาเพื่อให้เรื่องราวมีความสนุก ตัวละครต่างๆที่แต่งเติมขึ้นมานี้ บ้างก็ยืมชื่อในพงศาวดาร และบ้างก็มาจากจินตนาการของท่านผู้แต่งเอง
เมื่อมีละครเวที ก็ต้องมีเพลงประกอบ ครูแจ๋ว ส่งา อารัมภี ซึ่งในขณะนั้นเป็นเพียงนักดนตรีที่ร่วมอยู่ในคณะละคร ศิวารมณ์ อยู่ในเหตุการณ์ที่จำเป็นจะต้องมีการแต่งเพลงประกอบละครด้วย ลองอ่านที่ท่านเล่าเถิด
ครูแจ๋วเขียนเล่าเรื่องการแต่งเพลง น้ำตาแสงไต้ นี้ไว้หลายครั้ง ลงพิมพ์ในหนังสือมากมาย นับว่าเพลงนี้เป็นเพลงในประวัติศาสตร์การละครของไทยที่โด่งดังมากเพลงหนึ่ง เนื้อเพลงนั้นอาจจะฟังยากสักหน่อย โดยเฉพาะหากผู้ฟังไม่เคยทราบเรื่องของละครนี้เลย ลองฟังเพลงดูในเวอร์ชั่นของ ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา ซึ่งถือว่าเป็นเวอร์ชั่นที่สมบูรณ์มาก
ในเรื่องที่ครูเล่า มีประวัติศาสตร์แทรกอยู่หลายเรื่อง เช่น เหล้าแมวคู่ และ ร้านโว่กี่ หน้าเฉลิมกรุง ซึ่งในปัจจุบันคงจะไม่หลงเหลือแล้ว แต่ร้านชื่อ โว่กี่ เคยไปเปิดขายอยู่ที่ตรอกวังหลัง ซึ่งไม่รู้ว่าวันนี้จะยังคงอยู่ไหม ส่วนเหล้าแมวคู่คงหากินไม่ได้แล้ว และครูกินกันยังไงทีเดียวสองขวด ผสมด้วยโซดาถึง 15 ขวด
ในปีพุทธศักราช ๒๕๐๘ มีการสร้าง พันท้ายนรสิงห์ เป็นละครเวทีพิเศษเพื่อการกุศลของสมาคมต่อต้านยาเสพติดแห่งประเทศไทย แสดงที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำแสดงโดย กำธร สุวรรณปิยะศิริ รับบทเป็น พันท้ายนรสิงห์ และ นงลักษณ์ โรจนพรรณ รับบทเป็น นวล ฉลอง สิมะเสถียร แสดงเป็น พระเจ้าเสือ ในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการแสดงหน้าพระที่นั่ง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จทอดพระเนตร
เรื่องที่ครูแจ๋วเล่าก็นำมาจากสูจิบัตรการแสดงครั้งหน้าพระที่นั่งนี้
ในการเดินทางไปบวงสรวงครั้งนี้ มีเรื่องเล่ากันว่า ชาวบ้านได้แจ้งว่ามีคนทรงร่างพันท้ายนรสิงห์ เปิดตำหนักอยู่ใกล้เคียงศาล เสด็จพระองค์ชายใหญ่ จึงได้นำหมู่ดารานักแสดงไป ร่างทรงพันท้ายนั้นได้ทักทายผู้ที่ไปเยือนอย่างคนกันเอง ก่อนจะหันมาบอกกับผู้ที่ไปเยือนทั้งหลายว่า "นวล เขาฝากขอโทษมาด้วย วันนี้เขาไม่ว่างมา" เพียงเท่านั้น เสด็จพระองค์ชายใหญ่ ก็ทรงพระสรวลและกล่าวว่า "นวล มีที่ไหน ฉันแต่งขึ้นเองทั้งนั้นแหละ" (อันที่จริงทรงอะไรแรงกว่านี้ จนเป็นที่ขบขันกันทีเดียว แต่เล่าไม่ได้)
พันท้ายนรสิงห์ ถูกสร้างเป็นละครเวทีและภาพยนต์รวมถึงละครโทรทัศน์มาหลายครั้ง ทุกครั้งก็จะใช้เพลง น้ำตาแสงใต้ เป็นเพลงเอกของเรื่อง ผู้ที่เกี่ยวข้องในการสร้างเรื่องนี้ยุคแรก ก็จากเราไปหมดแล้ว ทิ้งไว้แต่เพียงผลงาน และเรื่องเล่าซึ่งจะกลายเป็นตำนานเช่นเดียวกันเรื่องพันท้ายนรสิงห์ไปในที่สุด