เจาะลึกด้านมืดของความโชคดี ที่หลายคนไม่เคยรู้ พร้อมเปิดเผยจิตวิทยาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเงินรางวัลก้อนโต ว่าทำไม "โชค" ครั้งนี้เปลี่ยนชีวิตคุณได้"ชั่วคราว" แต่กลับไม่สามารถสร้าง"ความมั่งคั่ง"ได้"ตลอดไป"
3 เหตุผลที่ควรู้! ถูกรางวัลใหญ่ ทำไมรวยได้แป๊บเดียว
การที่คนถูกหวยรางวัลใหญ่แล้วกลับมาไม่มีเงินเหมือนเดิมในระยะเวลาไม่นาน บางคนบอกว่าเงินรางวัลนั้นคือทุกขลาภ ได้มาแล้วก็ต้องหายไป บางคนบอกว่าเป็นเรื่องของโชคชะตาที่ไม่ได้กำหนดมาให้รวย แต่ถ้าอธิบายด้วยจิตวิทยาพฤติกรรมและหลักเศรษฐศาสตร์มี 3 เหตุผลน่าสนใจคิอ
1.การลำดับคุณค่าของเงินที่ได้มาแบบไม่เท่ากัน ถ้าเป็นเงินที่หามาได้จากน้ำพักน้ำแรง ส่วนใหญ่จะใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง เพราะรู้ว่าต้องแลกมาด้วยการทำงานที่เหน็ดเหนื่อย แต่พอเป็นเงินรางวัลเรามักมองว่าเป็นโชคดี เป็นลาภลอยทำให้กลไกการยับยั้งชั่งใจต่ำลง จึงนำไปใช้กับของฟุ่มเฟือยหรือการลงทุนที่เสี่ยงเกินตัว
2.ภาวะการหลงระเริงกับความสุข เหมือนที่คนส่วนใหญ่มักพูดว่า “สามล้อถูกหวย” หมายถึงคนที่ไม่เคยมีเงินพอมีเงินมากขึ้นก็ใช้จ่ายแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง เนื่องจากภาวะความสุขในขณะนั้นพุ่งสูง ยอมจ่ายแบบไม่ยั้งคิด จากที่เคยกินราคาถูกก็ยอมจ่ายราคาแพง อะไรที่อยากได้ก็ซื้อทันที วงจรนี้ทำให้เพดานการใช้จ่ายมีแต่จะสูงมากขึ้นเรื่อยๆ
3.การไม่รู้จักวางแผนการเงิน เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ละเลย ยิ่งมีเงินเข้ามารวดเร็วชนิดที่รวยข้ามคืน ก็คิดอะไรไม่ทันใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือย ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์แนะนำว่าถ้ามีเงิน 1 ก้อนควรบริหารสัดส่วนให้ดีว่าเงินไหนควรใช้ เงินส่วนไหนควรเก็บ และเงินส่วนไหนที่ควรเอาไปลงทุนเพื่ออนาคต
ทั้งนี้มีงานวิจัยจากสิงคโปร์ ในปี 2025 ที่ระบุว่าผู้ถูกรางวัลมักใช้เงินเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมดภายในเวลาเพียง 12 เดือนแรก และยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าคนที่ทำงานประจำถ้าถูกรางวัลมักจะไม่ลาออกทันที แต่จะเปลี่ยนไปทำงานที่ตัวเองรักแทนการทำงานเพื่อหาเงินเหมือนแต่ก่อน
ซื้อสลากอย่างไร ให้มีโอกาสรวยมากที่สุด?
ไม่มีเทคนิคในการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่จะทำให้ถูกรางวัลใหญ่ๆ ได้แบบชัดเจน เพราะในเชิงสถิติ โอกาสถูกรางวัลต่อใบ ของทุกคนเท่ากันคือ 1 ใน 1,000,000 แต่ถ้าให้วิเคราะห์ในเชิงกลยุทธ์ก็มีวิธีน่าสนใจเช่น
การซื้อแบบเลขชุด เช่น ชุด 3 ใบ 5 ใบ 10 ใบ วิธีนี้คือการเดิมพันที่หากถูกรางวัลก็พลิกชีวิตได้ทันที แต่ก็ต้องแลกกับเงินลงทุนตั้งแต่ 300 , 500 หรือ 1,000 (ขึ้นอยู่กับจำนวนที่เลือก) ในเชิงผลตอบแทนถ้าถูกจะได้รางวัลใหญ่ที่มากกว่า 6 ล้าน แต่ถ้าไม่ถูกก็จะกลายเป็นสูญเงินเปล่าทันที
การซื้อแบบกระจายตัวเลข หลักการง่ายๆ คือ ในสลาก 100 ใบ (00-99) จะมีรางวัลเลขท้าย 2 ตัวอยู่ 1 รางวัลเสมอ ดังนั้นหากซื้อครบทุกเลขท้าย จะถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 100% แน่นอน หรือถ้ามองถึงรางวัลที่ 1 และซื้อ 100 ใบ แบบที่เลขไม่ซ้ำกันเลย โอกาสถูกรางวัลจะกลายเป็น 1 ใน 10,000 แต่ก็ต้องแลกกับต้นทุนการซื้อประมาณ 8,000 – 10,000 บาท วิธีนี้มีโอกาสถูกเลขท้าย 2 ตัวมากขึ้นด้วย หรือถ้าฟลุ๊คจริงๆ ก็อาจถูกรางวัลใหญ่ตั้งแต่รางวัลที่ 1 ถึงรางวัลที่ 5
การรวมกลุ่มกันซื้อ เป็นโมเดลที่น่าสนใจในเชิงบริหารจัดการ โดยนำทุนของหลายคนมารวมเป็นทุนใหญ่เพื่อไล่ซื้อเลขให้ครอบคลุมที่สุด เช่น กลุ่มเพื่อนในที่ทำงานลงเงินคนละเท่าๆกันเพื่อซื้อเลขที่ไม่ซ้ำกันจำนวนมาก แต่ปัญหาของวิธีนี้ก็คือความไว้วางใจหากไม่มีการทำสัญญาหรือสลักหลังสลากให้ชัดเจน เมื่อถูกรางวัลใหญ่ขึ้นมามักจะเกิดคดีความแย่งชิงกัน
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ “อาชีพคนขายหวย” มีโอกาสถูกรางวัลมากแค่ไหน เราเคยถามพ่อค้าแม่ค้าหลายคนก็บอกว่าสลากที่ขายไม่หมด เหลือเก็บไว้เอง ก็ยังไม่ถูกรางวัล แต่สิ่งที่เจอแน่ๆคือยิ่งเหลือมากคนขายก็๖องแบกรับต้นทุนของสลากที่ขายไม่หมดซึ่งหากไม่ถูกรางวัลเลย
นั่นคือภาวะขาดทุนทางธุรกิจที่หนักเช่นกัน ดังนั้นพ่อค้าแม่ค้าที่ขายสลากจึงหวังกำไรจากส่วนต่างราคามากกว่าการลุ้นรางวัลเพราะมันคือรายได้ที่แน่นอนกว่าการพึ่งพาค่าความน่าจะเป็นที่ 0.0001% เท่านั้น
.
.
ที่มา : ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์
ด้านมืดของคนถูกหวย ที่ไม่เคยรวยนาน! [ThaiFranchise Today]