มีปมในใจตอนเด็กกับที่บ้าน แก้ยังไงก็ไม่หายทำยังไงดีคะ

ช่วงอายุ 12-13 ปีเราเจอเหตุการณ์กระทบจิตใจอันนึงที่กลายเป็นแผลใจจากที่บ้านมาค่ะ

เราอยู่ในบ้านที่พ่อแม่ไปสร้างตัวต่างจังหวัด ในบ้านจึงมีแค่ปู่ย่าและอาคนเล็กที่เป็นข้าราชการ พ่อแม่ไม่มีปากเสียงอะไรในบ้านมานานแล้วเพราะแยกตัวออกไป รวมไปถึงพ่อเราก็สำมะเลเทเมามาก แม่ก็ไร้ปากเสียง การเลี้ยงดูปู่ย่าก็เป็นคนจำกัดไมาให้พ่อแม่ยุ่งมาตลอด เพราะยังไงทางบ้านก็มีกำลังทรัพย์ที่ดีมาก

เราเรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนดังในตัวเมือง ส่วนบ้านอยู่นอกเมืองไปประมาณ 50 กิโลเมตรค่ะ ใช้เวลานั่งรถสองแถวประมาณ 1 - 1.30 ชม.ทุกวันในการมาเรียนด้วยตัวเองแบบที่ไม่เคยมีใครต้องมารับมาส่ง ถึงแม้ที่บ้านเองก็ทำงานในเมืองค่ะ

จนกระทั่งวันนึงเราปวดท้อมาก แบบรู้สึกเหมือนจะตายเลย ตอนนั้นแค่หายใจก็ทรมานเลยตัดสินใจโทรหาที่บ้านว่าให้มารับเราหน่อยได้มั้ย เรามีอาการแบบนี้นะ ที่บ้านตอบกลับแค่ว่า “ทนมาให้ถึงบ้าน ค่อยไปหายากิน” พร้อมพูดหลายคำที่สื่อว่าเขาจะไม่มารับ เราก็โอเค ทนฮึบจนถึงคิวรถ ทนจนเริ่มชาในท้องแล้วค่อยหอบร่างพัง ๆ ขึ้นรถกลับบ้าน

พอขึ้นรถมาได้เราก็ล้ามาก เลือกนั่งในสุดแล้วก็เอนหัวพิงผนังรถ รู้อีกทีเราก็เผลอหลับไปแล้ว มาตื่นตอนอีกประมาณ 5 นาทีจะถึงบ้านพร้อมกับแจ้งเตือนสายโทรศัพท์จำนวนมากจากที่บ้าน เลยนั่งรถให้ถึงบ้านแล้วเดินเข้าบ้านมาเจออา อาบอกเราว่า “ปู่กับย่าออกไปรับแล้ว แล้วโกรธมากที่ไม่รับสาย เตรียมใจไว้หน่อยแล้วกัน”

เราตอนนั้นคิดแค่ว่าเดี๋ยวขอโทษเค้าหน่อยแล้วกัน เราก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ หลังจากนั้นอาก็พาเราไปหาหมอ กลับมาจากหาหมอสักพักปู่ย่าก็มาถึง ไม่ทันที่เราจะได้พูดอะไรย่าก็คว้าไม้กวาดกระหน่ำฟาดเราไม่ยั้ง ไม่ยั้งที่แปลว่าไม่ยั้งจริง ๆ ฟาดตรงไหนก็ได้ให้โดนเรา เราไหว้ขอโทษก็ไม่หยุด โดนดึงไม้กวาดออกไปก็คว้าไม้อย่างอื่นมาฟาดแทน พร้อมด่าเราหยาบคายสารพัด เราทำได้แค่ไหว้พร้อมพร่ำบอกขอโทษ เรารักปู่ย่ามาก ที่ผ่านมาเราโดนตีหนักแค่ไหนก็ทำแค่ไหว้ขอ อดทนไม่ร้องไห้มาตลอด แต่ครั้งนี้หนักมาก มันรู้สึกเหมือนเราจะโดนตีจนตายจริง ๆ เป็นครั้งแรก

ทุกคนในบ้านยืนอยู่ แต่กลับไม่มีใครช่วยเราเลย ไม่มีเลยจริง ๆ ในสายตาเราตอนนั้นเราเห็นทุกคืนยืน ปากบอกว่าพอแล้ว แต่กลับไม่มีมือสักมือยื่นเข้ามาช่วยเราเลย ย่าตีจนเหนื่อยส่วนเราก็คู้ตัวอยู่ที่พื้นบ้าน อาเราบอกให้เดินออกไป อย่าร้องไห้ให้ย่าโกรธ เราก็ทำได้แค่ฮึบแล้วเดินไปในมุมนึงของบ้าน นั่งเงียบในมุมมืด

โทรศัพท์ถูกยึดเพราะเขามองว่าไร้ประโยชน์ถ้าโทรแล้วไม่รับสายโทรศัพท์ก็ให้ใช้เป็นปุ่มกดแทน ห้ามร้องไห้เพราะเขารำคาญ ห้ามแตะตัวเพราะเขาบอกว่ารังเกียจเราที่ทำตัวไม่ดี หลังจากนั้นทุกคนในบ้านก็ทำเหมือนเราไม่มีตัวตน เราเหมือนวิญญาณที่ลอยไปมาพูดคุยกับใครไม่ได้ เราโดนทำแบบนั้นใส่อยู่นานราวครึ่งปี วันนึงเขาอยากคุยเขาก็คุยเอง เราก็ทำได้แค่ตอบรับมันอย่างดีใจว่าในที่สุดก็มีคนคุยกับเราแล้ว

ทุกคนลืมมันไปหมด แต่เราเหมือนมีแผลในใจที่พูดไม่ได้ เรากลัวการที่มีอะไรมาใกล้หน้าเพราะมันทำให้เรานึกภาพวันนั้นที่มีไม้กระหน่ำตีเรา
เรากลัวการพูดกับที่บ้านตรง ๆ เพราะนึกถึงคำที่เขาบอกว่าเขารังเกียจ
เรากลัวการทำผิดใจเขาเพราะเราจะระลึกถึงความรู้สึกเป็นวิญญาณนั้นเสมอเลย

จนถึงปัจจุบันเหตุการณ์นั้นผ่านมาสิบปีเรายังจมกับสิ่งนั้นเสมอ
เพราะเราในปัจจุบันต้องกลับมาดูแลพ่อติดเตียง พ่อที่ไม่เคยดูแลเราเลยตั้งแต่เกิด
พ่อที่ทำร้ายแม่จนแม่ขอหย่าแล้วแยกทางไป
เราต้องผูกติดกับภาระความกตัญญูในบ้าน
รวมไปถึงการอยู่กับที่ที่มีปมของเราทุกวัน

ใช่อยู่ที่ปัจจุบันเขาไม่ตีเราแล้ว
แต่เขาก็ยังคงพูดทำร้ายเราเหมือนเดิม
แม้อนาคตเราต้องดับเพราะลูกชายเขา แต่เราก็ไม่เคยมีคุณค่าเลยสักนิด

ทำยังไงให้ก้าวผ่านมันไปได้ดีคะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่