☕️5 วิธีลดค่าอาหารแบบไม่ต้องอด กินดีขึ้น แถมมีเงินเหลือเก็บทุกเดือน

กระทู้สนทนา
ช่วงนี้หลายคนรู้สึกเหมือนกันว่า ค่าอาหารขึ้นเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นข้าวแกง อาหารตามสั่ง กาแฟหรือค่าส่งเดลิเวอรี บางเดือนรวมๆแล้วอาจสูงกว่าที่คิดไว้เยอะ

แต่การประหยัดค่าอาหาร ไม่จำเป็นต้องอดข้าวหรือกินมาม่าทุกวัน เพราะถ้าบริหารดีๆ เราสามารถกินอิ่ม ได้สารอาหารครบ และยังช่วยให้มีเงินเหลือเก็บได้จริง

จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า รายจ่ายด้านอาหาร และเครื่องดื่มเป็นหนึ่งในสัดส่วนที่สูงที่สุดของครัวเรือนไทย ดังนั้นการปรับพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยก็อาจช่วยลดรายจ่ายได้หลายร้อยถึงหลายพันบาทต่อเดือน

🧿 5 วิธีลดค่าอาหารแบบทำได้จริง :
1. วางแผนมื้ออาหารล่วงหน้า

ภาพ : ไทยรัฐออนไลน์
• หลายครั้งที่เราเสียเงินเพิ่ม เพราะไม่รู้ว่าจะกินอะไร แล้วสุดท้ายก็สั่งอาหารตามใจหรือซื้อของเกินจำเป็น ลองใช้วิธีง่ายๆ เช่น เขียนเมนูคร่าวๆสำหรับ 3-7 วัน ทำรายการของที่ต้องซื้อก่อนออกจากบ้าน พยายามซื้อเฉพาะของที่อยู่ในลิสต์

🔹 ลดการซื้อของซ้ำ ลดของเหลือทิ้ง และช่วยควบคุมงบได้ง่ายขึ้น

2. เลือกช่วงเวลาซื้อของให้คุ้ม

ภาพ : ไทยรัฐออนไลน์
• ตลาดสดช่วงเช้าหรือช่วงใกล้ปิดมักมีของราคาดีกว่า ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งจะมีป้ายลดราคาอาหารสดช่วงเย็นถึงค่ำ ถ้าซื้อแล้วนำไปปรุงทันทีหรือแช่แข็งอย่างถูกวิธี ก็ช่วยประหยัดได้เยอะ โดยไม่ต้องลดคุณภาพอาหาร

🔹 เปลี่ยนเวลาซื้อ ก็อาจลดค่าอาหารได้หลักสิบถึงหลักร้อยต่อสัปดาห์

3. ใช้โปรตีนราคาประหยัดสลับกัน

ภาพ : Pixabay
• ไม่จำเป็นต้องกินหมูหรือเนื้อทุกมื้อ โปรตีนที่คุ้ม และหาซื้อง่าย เช่น ไข่ไก่ เต้าหู้ ถั่วต่างๆ อกไก่ ปลาน้ำจืด สามารถนำมาทำได้หลายเมนู ทั้งต้ม ผัด แกงหรือยำ

🔹 ได้โปรตีนครบในราคาย่อมเยา และช่วยลดค่าใช้จ่ายต่อมื้อได้ชัดเจน

4. ลดเดลิเวอรี และเครื่องดื่มซื้อทุกวัน

ภาพ : Pixabay
• หลายคนอาจไม่ได้จ่ายแพงที่อาหาร แต่อยู่ที่ค่าส่ง เครื่องดื่ม ของทานเล่น ลองคำนวณเล่นๆ กาแฟวันละ 70 บาท ประมาณ 2,100 บาทต่อเดือน และเดลิเวอรีเพิ่มค่าส่งครั้งละ 30-50 บาท สัปดาห์ละ 5 ครั้ง ก็หลายร้อยบาทแล้ว การทำอาหารเองบางมื้อหรือชงกาแฟเองที่บ้านหรือที่ทำงาน จึงช่วยลดรายจ่ายได้มากกว่าที่คิด

🔹 ตัดรายจ่ายเล็กๆที่เกิดทุกวัน มักเห็นผลกับเงินเก็บเร็วที่สุด

5. ใช้วัตถุดิบให้หมดก่อนซื้อเพิ่ม

ภาพ : Pixabay
• ของในตู้เย็นที่เสียทิ้งบ่อยๆ คือ เงินที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ ลองใช้หลัก FIFO (First In, First Out) คือ ของที่ซื้อมาก่อน ใช้ก่อน แยกกล่อง และติดวันที่ไว้ ดัดแปลงของเหลือเป็นเมนูใหม่ เช่น ข้าวเหลือ → ข้าวผัด ผักเหลือ → ซุปหรือต้มจืด และไก่ต้มเหลือ → ข้าวคลุกหรือยำ

🔹 ลด Food Waste ได้ทั้งประหยัดเงิน และลดอาหารเหลือทิ้ง

🧿 ข้อดีจากการทำครบ 5 ข้อ :
• ตัวอย่างคร่าวๆสำหรับคนทำงาน 1 คน
ลดเดลิเวอรีสัปดาห์ละ 3 ครั้ง → ประหยัด ~500-800 บาท/เดือน
ชงกาแฟเอง → ประหยัด ~1,000-2,000 บาท/เดือน
วางแผนซื้อของ และใช้วัตถุดิบให้หมด → ประหยัด ~500-1,500 บาท/เดือน
☑️ รวมๆแล้วอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ ประมาณ 2,000-4,000 บาทต่อเดือน โดยที่ยังคงกินครบ 3 มื้อเหมือนเดิม

🔘 สรุปแล้ว การลดค่าอาหารแบบยั่งยืน ไม่ใช่การอด แต่คือการวางแผนก่อนซื้อ เลือกวัตถุดิบให้คุ้ม ทำอาหารเองมากขึ้น
ลดรายจ่ายจุกจิกที่เกิดซ้ำทุกวัน ใช้ของที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำทีละข้อก็เห็นผลได้แล้ว และนอกจากช่วยเรื่องเงินเก็บ ยังทำให้เราใส่ใจกับสิ่งที่กินมากขึ้น สุขภาพก็มักดีขึ้นตามไปด้วย

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่