JJNY : 5in1 ศิริกัญญาชี้งบขำขื่นเยอะ│ยันไม่เคยปิดปากแก้วตา│ภัทรพงษ์ซัด TOR│ปชน.เปิดภาพบังเกอร์ชายแดน│เกาหลีเหนือคลายร้อน

กมธ.งบ’70 ผ่านครึ่งทางแล้ว ศิริกัญญา ชี้งบขำขื่นเยอะ แข่งกันซื้อคลาวด์-มุ่งตัดถนนใหม่ที่อีสานใต้
https://www.matichon.co.th/politics/news_5831635
.

.
“ศิริกัญญา” เผย กมธ.งบฯ70 พิจารณาแล้วครึ่งทาง โว สัดส่วนอนุฯพรรคประชาชน ตัดได้แล้วหลายรายการ ชี้ มีงบขำขื่นจำนวนมาก บอก ผ่านวาระสามหรือไม่ รอดูภาพรวมอีกครั้ง
.
เมื่อเวลา 12.45 น.วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ว่า ขณะนี้พิจารณาเกินครึ่งทางมาแล้ว และอยู่ในช่วงของคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณได้พิจารณา ซึ่งก็จะได้เห็นรายละเอียดชัดขึ้น ซึ่งในห้องกมธ.ชุดใหญ่จะเป็นการแลกเปลี่ยนนโยบายแต่ไม่ได้ลงลึกในแต่ละรายการ สัปดาห์นี้คณะอนุกมธ.สัดส่วนของพรรคประชาชนจะมีการแถลงรายการที่น่าสนใจที่ตัดได้แล้ว และยังตัดไม่ได้ ก่อนหน้านี้ที่มีการเปิดเผยออกมา ประชาชนก็สนใจเป็นอย่างมากและตัดได้แล้ว เช่น Data Center ของกรมส่งเสริมคนพิการ หรือกรมทางหลวงที่มีการของบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นการใช้งบสูงกว่าหลายหน่วยงาน ที่มีข้อมูลประชาชนมากกว่านี้ด้วยซ้ำ รวมถึงโดรนการเกษตรที่มีราคาแพงเกินจริง และคลาวด์ที่หลายหน่วยงานแข่งกันซื้อ ทั้งที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)ได้รับงบประมาณจำนวนมากในการตั้งระบบคลาวด์กลางแล้ว ซึ่งเรื่องเหล่านี้อนุกมธ.จะทยอยออกมาเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป
.
งบประมาณทุกตัวมีความขำขื่น แต่ตัวที่ให้ความสนใจในหลายอนุกมธ.ไม่ได้ดูจบเฉพาะรายการนั้นๆ แต่มีข้อเสนอต่างๆ ที่นำไปสู่การพัฒนาในการพิจารณางบประมาณด้วย เช่น ในอนุกมธ.ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ซึ่งมีการร้องขอให้กระทรวงคมนาคม หรือกรมทางหลวงทำแผนที่ ที่จะระบุว่าโครงการตัดถนนใหม่อยู่ที่ไหนบ้าง แต่กลับพบว่าถนนใหม่กระจุกตัวอยู่ที่อีสานใต้เป็นหลัก ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดรอให้อนุกมธ.มาเปิดเผย เพื่อให้เห็นว่าเราไม่ได้ดูแค่ตัวรายการแล้วจบ แต่เราให้ข้อเสนอแนะ และกรมทางหลวงก็ตอบสนอง เพื่อให้เราพิจารณางบประมาณได้ดีขึ้น” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะเรื่องใบเสนอราคาต่าง ๆ ของห้องอนุครุภัณฑ์ ซึ่งพบปัญหาค่อนข้างเยอะ ท้ายที่สุดใบเสนอราคาต่างๆ จะต้องมีมาตรฐาน ไม่เช่นนั้นก็จะเจอใบเสนอราคาที่ไม่มีลายเซ็น หรือ คัดลอกวางบ้าง หรือเจอหลายบริษัทที่ไม่มีศักยภาพในการทำโครงการ แต่ มาเสนอราคาให้กับหน่วยงานก็จะได้ก็จะได้ครุภัณฑ์นอกมาตรฐานที่สูงเกินจริงเสมอ ซึ่งนี่เป็นข้อเสนอแนะที่ต้องการปรับปรุงการทำงบประมาณและการพิจารณางบประมาณให้ดีขึ้นด้วย
.
เมื่อถามว่าจากที่อนุกมธ.รายงานมาแล้วและรู้สึกว่าน่าเป็นห่วงมีอะไรบ้าง น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จริงๆ แล้วสิ่งที่ดีอย่างหนึ่งคือการที่มีอนุกมธ.หน้าใหม่เข้าไปก็จะมีความกระตือรือร้นหรือใส่ใจมากเป็นพิเศษอย่าง คณะอนุกมธ. ที่ดูเรื่องครุภัณฑ์ นายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตผู้สมัครบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อนุกมธ.ใช้ AI ในการบันทึกทุกรายการที่มีการถกเถียงกันในห้อง และรู้สึกว่ามีปัญหา และสรุปออกมาว่ามีปัญหาในประเภทใดบ้าง ทั้งราคาสูงเกินจริง บริษัทที่มาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นบริษัทอสังหาริมทรัพย์มาเสนอโครงการไอทีรวมทั้งเรื่องของการล็อกสเป็กก็จะมีการสรุปรวบยอดไว้ ซึ่งเป็นการพิจารณามาเพียงแค่ 2 สัปดาห์ แล้วเจอปัญหามากขนาดนี้เราก็คิดว่าสำหรับห้องอนุครุภัณฑ์ก็น่าจะเป็นห้องที่น่าติดตามและน่าให้ความสนใจมากที่สุด
.
เมื่อถามว่ามีอนุกมธ.ที่เสนอตัดงบบ้างแล้วหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จริงๆแล้วคณะอนุฯมีการรายงานกันอยู่ตลอดเวลาและจะสรุปยอดเป็นรายวันว่าตัดงบได้เท่าไหร่ไปแล้วบ้าง ซึ่งปริมาณปัญหากับงบที่ตัดได้ก็ไม่ค่อยสอดคล้องกัน และอย่าลืมว่าอนุกมธ.ของเรา สัดส่วนไม่ได้มากพอมีการลงมติทีไรก็แพ้ตลอด ดังนั้นอนุกมธ.ของพรรคก็รายงานมาตลอดว่ามีรายการไหนที่อยากตัดแต่ตัดไม่ได้ และรายการไหนที่ถูกตัดได้แล้วทั้ง 7 อนุกมธ. ดังนั้นก็คงจะต้องติดตามกันต่อว่าท้ายที่สุดโครงการไหนที่มีความน่าข้องใจน่าสงสัยอย่างไรก็มีโอกาสอีกรอบหนึ่งที่จะถูกตัดในห้องคณะกมธ.ใหญ่อยู่ดี แม้อนุกมธ.จะพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วก็ตาม
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า จากการพิจารณา ในวาระที่หนึ่งจะไม่ได้มุ่งที่จะปรับลดงบประมาณอะไรมากนัก เพราะเราก็เห็นว่ามีการปรับลดในรายการที่เราตั้งข้อสังเกตเอาไว้ตั้งแต่ปี 69 เอาไว้ค่อนข้างเยอะแล้วไม่ว่าจะเป็นอาคารราชการต่าง ๆ ที่มีการปรับลดไปเกือบครึ่งหนึ่งหลังจากที่เราได้อภิปรายกัน ในปี 69 รวมถึงถนนก็มีการปรับลดลงประมาณ 30% เช่นเดียวกันซึ่งตอนแรกเราคิดว่าจะเบาใจสำหรับการทำงบงบประมาณในปีนี้เพราะรายการต่างๆ ถูกปรับลดลงไปค่อนข้างมากแล้ว แต่ในวาระที่สอง และสาม ก็เห็นแล้วว่าเราจำเป็นที่จะต้องเข้าไปดูในรายละเอียด และคงจะต้องมีการอภิปรายเพื่อขอปรับลดในวาระสองเช่นเดียวกัน และในที่สุดคงจะต้องดูภาพรวมสุดท้ายอีกครั้งว่าการทำงานในชั้นอนุกมธ.และกมธ.ชุดใหญ่ เป็นไปได้อย่างดีมากน้อยแค่ไหน เพื่อที่จะนำไปสู่การลงมติในวาระที่สาม ว่าเรายังจะเห็นชอบกับงบประมาณของปี 70 อยู่หรือไม่ หลังจากที่มีการทำงานในชั้น กมธ.เรียบร้อยแล้ว
.

.
ศิริกัญญา ยัน ไม่เคยปิดปาก แก้วตา กรณีถูกละเมิด แต่ไม่ได้รายละเอียด จึงมิได้เปิดสอบสวน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5831609
.
“ศิริกัญญา” ยันไม่เคยขอให้ “แก้วตา” เงียบ กรณีถูกล่วงละเมิด ย้ำพรรคเดินหน้ารวบรวมหลักฐาน ให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกระทำ มั่นใจปัจจุบัน ปชน.รับมือเรื่องนี้ได้ดีขึ้น
.
เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 3 สิงหาคม ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณี น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัน อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน ออกมาพาดพิงผู้บริหารพรรคประชาชนว่าเคยแจ้งเรื่องการถูกล่วงละเมิด แต่ผู้บริหารกลับขอให้เก็บเรื่องไว้ว่า เรื่องแรกสามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ ไม่เคยมีการขอร้องให้เงียบหรือปิดปาก และจากที่ทราบภายหลังเกิดเรื่องครั้งนั้น ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด จึงยังไม่สามารถเปิดการสอบสวนได้ในขณะนั้น
.
คุณแก้วตาสามารถที่จะร้องเรียนได้ และเรื่องคุณแก้วตาเกิดก่อนในเรื่องอื่นที่เกิดขึ้นตามมาอีก หากไล่ตามไทม์ไลน์ เพราะงานนั้นเป็นงานแรกๆ หลังจากได้รับการเลือกตั้งปี 2566 ไม่ใช่ข้อเท็จจริงว่าขอให้เงียบเพราะมีเรื่องอื่น แต่เมื่อวันนี้ความปรากฏอยากทำให้เรื่องนี้แฟร์และยุติธรรมกับผู้ที่ถูกกระทำมากที่สุด อยากจะบอกคุณแก้วตาว่า ทางพรรคฯยินดีรับข้อมูลข้อเท็จจริงจากคุณแก้วตาโดยตรง เพื่อสอบสวนให้ถึงที่สุด และตอนนี้กระบวนการได้เริ่มต้นแล้ว แม้คุณแก้วตาไม่ได้มาให้ข้อมูล แต่จะรวบรวมข้อมูลหลักฐานที่มีเพื่อทำให้เกิดความยุติธรรมมากที่สุด” น.ส.ศิริกัญญากล่าว
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวถึงกรณีว่าฝ่ายผู้บริหารคนอื่นได้รับแจ้งจากน.ส.ธิษะณา หรือไม่ ว่า มีผู้บริหารบางส่วนที่ได้รับแจ้งเรื่อง แต่อย่างที่ได้อธิบายไปว่าเป็นการแจ้งรายละเอียดที่ไม่ครบถ้วน และไม่ได้ระบุตัวบุคคลผู้กระทำว่าเป็นใคร ดังนั้นจึง ไม่ทราบว่าจะเดินหน้าต่อแบบใด แต่วันนี้หลังจากที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นมาทางพรรคฯพยายามแสวงหาข้อเท็จจริง และพยายามอำนวยความเป็นธรรมให้กับน.ส.ธิษะณา มากที่สุด
.
เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะกระทบกับพรรคฯมากหรือไม่เพราะอาจทำให้ความน่าเชื่อถือของพรรคฯเสียไปด้วย น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าพรรคฯจะตอบสนองกับกรณีนี้อย่างไร หากนิ่งเงียบ เพิกเฉย ก็สมควรแล้วที่จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ในทุกครั้งที่เกิดเหตุ และเหตุการณ์นี้เกิดมาก่อนที่พรรคฯจะเริ่มให้ความสำคัญและจริงจังกับนโยบายสร้างความปลอดภัยในเรื่องทางเพศให้กับคนภายพรรคฯ เราคิดว่าถึงวันนี้เราสามารถรับมือเรื่องพวกนี้ได้ดีขึ้นแล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องในอดีตก็พร้อมที่จะเปิดการสอบสวนให้ได้ก็ข้อเท็จจริงเช่นกัน ยืนยันว่าเรื่องการรับมือเรามีพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ
.

.
ภัทรพงษ์ ซัด TOR ไทย-พม่า ปิดปากรัฐไทย-ไร้แก้ต้นตอปัญหาสารพิษในแม่น้ำ แนะรบ. 4 ข้อแก้ก่อนเซ็น
https://www.matichon.co.th/politics/news_5831670
.
‘ภัทรพงษ์’ หวั่น TOR ไทย-เมียนมา แก้ปัญหาแม่น้ำข้ามแดน ปิดข้อมูลสารพิษ จี้ ครม.แก้ก่อนลงนาม พร้อมแนะ 4 ข้อ
.
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน กล่าวถึงร่างข้อตกลง (TOR) แก้ปัญหาแม่น้ำข้ามแดนปนเปื้อนไทย-เมียนมาก่อนที่รัฐบาลจะลงนามว่า ร่างฉบับนี้นอกจากจะไม่แตะการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอแล้ว ยังส่อเกิดผลเสียกับประเทศไทยในการเปิดเผยข้อมูลสารพิษให้ประชาชนรับรู้ เพราะหากจะมีการเปิดเผยข้อมูลต้องให้ทั้งไทยและเมียนมาเซ็นหนังสือยินยอมทั้งสองฝั่งก่อนเท่านั้น ซึ่งตนหวังว่ารัฐบาลจะเห็นความสำคัญของการแก้ปัญหาอย่างชัดเจน ไม่ปล่อยให้ร่างข้อตกลงที่จำกัดสิทธิประชาชนแบบนี้ ผ่านมติคณะรัฐมนตรี
.
นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า นับเป็นเวลา 1 ปีเต็มที่ประชาชนริมน้ำกก-สาย-รวก-โขง-สาละวิน-กระบุรี รอความคืบหน้าเดียวจากรัฐบาลในการเจรจากับเมียนมา โดยต้องอยู่กับสารหนู ตะกั่ว แคดเมียม ในน้ำเกินมาตรฐาน หยุดจับปลา หยุดให้ลูกลงเล่นน้ำ เพื่อรอฟังข่าวดีจากร่างข้อตกลงไทย-เมียนมาฉบับนี้ แต่ร่างฉบับนี้เองกลับมีปัญหาใหญ่หลายข้อที่รัฐบาลต้องแก้ก่อนเซ็น 1. ร่างนี้จะปิดปากรัฐบาลไทยในการบอกความจริงกับคนไทยเอง ในร่างมีประเด็นการรักษาความลับ และการสื่อสารต่อสาธารณะ ที่กำหนดว่า ข้อมูลและผลตรวจต้องได้รับความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรจากทั้งสองประเทศก่อน ถึงจะเปิดเผยกับประชาชนได้
.
เอาง่ายๆ ถ้าเรายืนตามข้อตกลงแบบนี้ ต่อไปถ้าไทยเราตรวจเจอสารพิษในแม่น้ำของเราเองตามจุดที่เรากำหนดตามข้อตกลงนี้ แต่เมียนมาไม่เซ็นยินยอมให้เปิดเผยผลการตรวจ รัฐบาลไทยก็บอกประชาชนคนไทยไม่ได้ กลายเป็นตอนนี้ สิทธิที่ประชาชนจะรู้ว่าน้ำมีพิษหรือไม่ ต้องมารอให้รัฐบาลสองประเทศเซ็นอนุมัติก่อน” นายภัทรพงษ์กล่าว
.
นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า 2.ร่างนี้เป็นร่างที่ทำแค่การตรวจวัด ไม่ใช่การควบคุมมลพิษ ซึ่งข้อตกลงฉบับนี้ร่างโดยกรมควบคุมมลพิษ แต่ทั้งฉบับพูดแต่เรื่องตรวจวัด ไม่มีสักบรรทัดที่จะกล่าวถึงการหยุดปัญหาที่ต้นตอ ไม่มีการจัดการห่วงโซ่ของแร่เพื่อตรวจสอบย้อนกลับ และไม่มีการพูดถึงการนำเข้า-ส่งออกแร่จากเหมืองต้นตอเลย มีแค่การตรวจวัดที่เปิดเผยผลไม่ได้ และยังไม่มีเนื้อหาเรื่องการทำให้สารหนูจากเหมืองหยุดไหลลงน้ำอีก
.
นายภัทรพงษ์ กล่าวอีกว่า 3.ร่างนี้รัฐบาลไทยร่างมาโดยตีกรอบตัวเองให้เป็นแค่การตรวจน้ำในเชียงราย และไม่มีคณะทำงานด้านการจัดการเหมืองแร่ที่เป็นต้นตอของปัญหา องค์ประกอบคณะทำงานฝั่งไทย มีเพียงจังหวัดเชียงรายจังหวัดเดียว ไม่มีแม่ฮ่องสอนที่อยู่กับน้ำสาละวิน ไม่มีระนองที่อยู่กับน้ำกระบุรี และไม่มีเชียงใหม่ที่อยู่กับน้ำกก และที่สำคัญที่สุดคือไม่มีหน่วยงานที่มีความเฉพาะทางเรื่องแร่ ไม่ว่าจะเป็นกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่หรือกรมทรัพยากรธรณี ไม่มีเรื่องการตรวจปลา แปลงเกษตรใดๆ เลย ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่สร้างกรอบให้ตัวเองอย่างมาก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่