🧬​ หลักฐานชิ้นใหม่ชี้ ไมโครพลาสติก สามารถทะลุผ่านด่านกั้นของรก และเปลี่ยนแปลงการผลิตฮอร์โมนได้

กระทู้สนทนา
หลักฐานชิ้นใหม่ชี้ ไมโครพลาสติก สามารถทะลุผ่านด่านกั้นของรก และเปลี่ยนแปลงการผลิตฮอร์โมนได้!...
.

นักวิทยาศาสตร์พบว่า ไมโครพลาสติก (Microplastics) และ นาโนพลาสติก (Nanoplastics) ที่ปะปนอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา กำลังแทรกซึมทะลุผ่านด่านกั้นของรก เล็ดลอดเข้าไปถึงสภาพแวดล้อมของทารกที่กำลังเติบโตในครรภ์ได้!
.

การค้นพบนี้มาจากความพยายามของทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ได้สร้าง แบบจำลองรกมนุษย์ ขึ้นในห้องทดลอง โดยเพาะเลี้ยงเซลล์ให้ซ้อนทับกันถึง 3 ชั้น เพื่อเลียนแบบโครงสร้างและการทำงานของรกคนเราให้เหมือนจริงที่สุด วิธีนี้ช่วยอุดช่องโหว่ของงานวิจัยเก่าๆ ที่มักใช้หนูทดลอง ซึ่งโครงสร้างรกของหนูกับมนุษย์นั้นต่างกันมากจนเอาผลลัพธ์มาเทียบกันตรงๆ ไม่ได้
.

เมื่อลองทดสอบกับแบบจำลองนี้ ผลลัพธ์ที่ได้น่าตกใจมาก เพราะพลาสติกจิ๋วหลายชนิดสามารถทะลุผ่านชั้นเซลล์ของรกจำลองไปได้จริงๆ! ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกอะคริลิก (PMMA) พลาสติกพีวีซี (PVC) ที่มักพบในท่อและบรรจุภัณฑ์ หรือแม้แต่พลาสติกเพท (PET) ซึ่งเป็นวัสดุหลักในการผลิตขวดน้ำดื่มที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน
.

ที่น่ากังวลกว่านั้นคือ พลาสติกเหล่านี้ยังเข้าไปป่วนการผลิตฮอร์โมนในฝั่งของทารกด้วย โดยเฉพาะการรบกวน ฮอร์โมนสเตียรอยด์ (Steroid hormones) ซึ่งฮอร์โมนกลุ่มนี้เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญที่คอยควบคุมพัฒนาการและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์อย่างละเอียดอ่อน

งานวิจัยพบว่าหากมีการสัมผัสกับอนุภาคพลาสติกเหล่านี้มากๆ จะส่งผลให้ระดับฮอร์โมนสำคัญบางชนิดลดลงด้วย
.

เจสเก้ ฟาน บ็อกเซล (Jeske van Boxel) นักวิจัยด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพิษวิทยาจากมหาวิทยาลัย วรีเจ อัมสเตอร์ดัม (Vrije Universiteit Amsterdam) ผู้นำงานวิจัยชิ้นนี้ ได้อธิบายผลลัพธ์ไว้อย่างน่าสนใจว่า

"งานวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่า อนุภาคไมโครพลาสติกและนาโนพลาสติกหลายชนิดสามารถเล็ดลอดผ่านแบบจำลองรกมนุษย์ และเข้าไปมีอิทธิพลต่อการผลิตฮอร์โมนได้จริงๆ

แม้ผลลัพธ์นี้จะยังไม่ได้ฟันธงโดยตรงว่ามันจะทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงระหว่างตั้งครรภ์ แต่การค้นพบนี้ก็ตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนที่เราต้องรีบทำความเข้าใจว่า อนุภาคพวกนี้จะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้อย่างไรบ้าง"
.

สรุปก็คือ แม้ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์จะยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าพลาสติกจิ๋วเหล่านี้ทำร้ายทารกได้รุนแรงแค่ไหน แต่แค่มีหลักฐานว่ามันแทรกซึมเข้าไปป่วนสมดุลฮอร์โมนอันเปราะบางได้ ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยเร่งด่วนแล้ว

นี่คือโจทย์ใหญ่ที่วงการวิทยาศาสตร์ต้องรีบหาคำตอบ เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันผลกระทบระยะยาวที่อาจไปขัดขวางพัฒนาการของมนุษย์ ตั้งแต่ตอนที่พวกเขายังไม่ทันลืมตาดูโลก
.

[แหล่งอ้างอิง]

[1] Cockerill, J. "New Evidence That Microplastics Can Cross Placental Barrier And Alter Hormone Production." ScienceAlert, 2026.
[2] van Boxel, J., et al. "Effects of different micro- and nanoplastic polymers on steroidogenesis in a feto-placental in vitro model." Molecular and Cellular Endocrinology, 2026. DOI: 10.1016/j.mce.2026.112871

#วิทยาศาสตร์ #สุขภาพ #ไมโครพลาสติก #นาโนพลาสติก #แม่และเด็ก #ตั้งครรภ์ #พัฒนาการทารก #สิ่งแวดล้อม #มลพิษ #ฮอร์โมน

https://www.facebook.com/share/p/1J2Dq1a3eE/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่