เคยสงสัยไหมครับว่า ตั้งแต่ประเทศไทยเปลี่ยนมาใช้ระบอบประชาธิปไตยเมื่อปี พ.ศ. 2475 ผ่านมาแล้ว 94 ปี แต่บ้านเรากลับมี รัฐประหารเกิดขึ้นถึง 13 ครั้ง เฉลี่ยแล้วเกือบๆ ทุก 7 ปี จะต้องมีการยึดอำนาจ 1 ครั้ง
ตัวเลขนี้ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า "หรือจริงๆ แล้ว สังคมไทยจะไม่เหมาะกับระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่แรก?"
เพื่อให้เข้าใจเรื่องนี้ง่ายที่สุด เราลองมาดูภาพเปรียบเทียบง่ายๆ กันครับ
1. นึกภาพ "การหัดขี่จักรยาน"
ลองจินตนาการว่า "ประชาธิปไตย" เหมือนการฝึกขี่จักรยานครับ
ช่วงแรกๆ คนขี่ก็ต้องมีปั่นเบี้ยวบ้าง เซไปชนเสาบ้าง หรือเลี้ยวล้มบ้าง (เปรียบเหมือนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อาจบริหารผิดพลาด มีการทุจริต หรือเกิดความขัดแย้ง)
ตามปกติแล้ว วิธีแก้คือ "ต้องลุกขึ้นมาฝึกใหม่ ปรับกติกาให้ดีขึ้น และใช้วิธีลงโทษตามกฎหมาย" เพื่อให้ขี่เก่งขึ้นเรื่อยๆ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตลอด 94 ปีที่ผ่านมาคือ ทุกครั้งที่จักรยานทำท่าจะล้ม จะมีคนวิ่งเข้ามาทุบจักรยานทิ้ง แล้วซื้อคันใหม่มาเริ่มนับหนึ่งใหม่เสมอ (นั่นคือการรัฐประหาร แล้วฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง)
ผลที่ตามมาคือ สังคมไทยจึงไม่มีโอกาสได้เรียนรู้จากความผิดพลาด และไม่ได้ฝึกแก้ไขปัญหาผ่านระบบสภาจริงๆ สักทีครับ
2. ปัญหาสำคัญ: เอา "แอปใหม่" ไปลงใน "มือถือรุ่นเก่า"
อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประชาธิปไตยในไทยติดขัด มาจากโครงสร้างสังคมดั้งเดิมของเราเอง
• แอปพลิเคชันใหม่ (ประชาธิปไตย): มีหลักการสำคัญคือ "ทุกคนเท่ากัน" และทุกคนมีสิทธิ์ตรวจสอบผู้มีอำนาจ
• เครื่องมือถือรุ่นเก่า (โครงสร้างสังคมไทย): ชินกับ "ระบบอุปถัมภ์" หรือการมีผู้ใหญ่คอยดูแลผู้น้อย และความเคารพในเกรงใจตามลำดับชั้น
เมื่อเอาหลักการที่เน้นความเท่าเทียม ไปใส่ในสังคมที่ยังเน้นเรื่องเกรงใจและระบบอุปถัมภ์ มันจึงเกิดอาการ "เครื่องค้าง" หรือขัดแย้งกันอยู่ตลอดเวลา
3. วงจรอุบาทว์: วนลูปไม่สิ้นสุด
พอมันขัดแย้งกัน การเมืองไทยก็เลยติดอยู่ใน "วงจรอุบาทว์ 4 ขั้นตอน" ที่หมุนวนเป็นวงกลมดังนี้
1. มีการเลือกตั้ง: ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ ได้รัฐบาลใหม่
2 เกิดปัญหา: รัฐบาลเริ่มมีข่าวทุจริต หรือบริหารงานขัดใจประชาชน จนเกิดการประท้วง
3. เกิดรัฐประหาร: กองทัพเข้ามายึดอำนาจ โดยอ้างว่าเข้ามาหยุดความวุ่นวาย
4. เขียนกติกาใหม่: ออกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วจัดเลือกตั้งใหม่... แล้วก็กลับไปข้อ 1
บทสรุป
คำตอบของคำถามที่ว่า "ประชาธิปไตยหมาะกับประเทศไทย... จริงหรือไม่?"
อาจไม่ใช่เพราะคนไทยไม่พร้อม หรือระบอบนี้ไม่ดี แต่เป็นเพราะ "เรายังไม่เคยปล่อยให้ระบบได้ทำงานเต็มที่โดยไม่กดปุ่มรีเซ็ต" ต่างหากครับ
ตราบใดที่เรายังใช้การล้มกระดานทุกครั้งที่เกิดปัญหา สังคมก็จะไม่เกิดการเรียนรู้ แต่ถ้าเราช่วยกันรักษา กติกา ปล่อยให้กลไกการตรวจสอบทำงาน และใช้การเลือกตั้งในการลงโทษคนทำผิด วงจรรัฐประหารก็จะไม่เกิดขึ้นอีกครับ
ประชาธิปไตยเหมาะกับประเทศไทย... จริงหรือไม่?
เคยสงสัยไหมครับว่า ตั้งแต่ประเทศไทยเปลี่ยนมาใช้ระบอบประชาธิปไตยเมื่อปี พ.ศ. 2475 ผ่านมาแล้ว 94 ปี แต่บ้านเรากลับมี รัฐประหารเกิดขึ้นถึง 13 ครั้ง เฉลี่ยแล้วเกือบๆ ทุก 7 ปี จะต้องมีการยึดอำนาจ 1 ครั้ง
ตัวเลขนี้ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า "หรือจริงๆ แล้ว สังคมไทยจะไม่เหมาะกับระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่แรก?"
เพื่อให้เข้าใจเรื่องนี้ง่ายที่สุด เราลองมาดูภาพเปรียบเทียบง่ายๆ กันครับ
1. นึกภาพ "การหัดขี่จักรยาน"
ลองจินตนาการว่า "ประชาธิปไตย" เหมือนการฝึกขี่จักรยานครับ
ช่วงแรกๆ คนขี่ก็ต้องมีปั่นเบี้ยวบ้าง เซไปชนเสาบ้าง หรือเลี้ยวล้มบ้าง (เปรียบเหมือนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อาจบริหารผิดพลาด มีการทุจริต หรือเกิดความขัดแย้ง)
ตามปกติแล้ว วิธีแก้คือ "ต้องลุกขึ้นมาฝึกใหม่ ปรับกติกาให้ดีขึ้น และใช้วิธีลงโทษตามกฎหมาย" เพื่อให้ขี่เก่งขึ้นเรื่อยๆ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตลอด 94 ปีที่ผ่านมาคือ ทุกครั้งที่จักรยานทำท่าจะล้ม จะมีคนวิ่งเข้ามาทุบจักรยานทิ้ง แล้วซื้อคันใหม่มาเริ่มนับหนึ่งใหม่เสมอ (นั่นคือการรัฐประหาร แล้วฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง)
ผลที่ตามมาคือ สังคมไทยจึงไม่มีโอกาสได้เรียนรู้จากความผิดพลาด และไม่ได้ฝึกแก้ไขปัญหาผ่านระบบสภาจริงๆ สักทีครับ
2. ปัญหาสำคัญ: เอา "แอปใหม่" ไปลงใน "มือถือรุ่นเก่า"
อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประชาธิปไตยในไทยติดขัด มาจากโครงสร้างสังคมดั้งเดิมของเราเอง
• แอปพลิเคชันใหม่ (ประชาธิปไตย): มีหลักการสำคัญคือ "ทุกคนเท่ากัน" และทุกคนมีสิทธิ์ตรวจสอบผู้มีอำนาจ
• เครื่องมือถือรุ่นเก่า (โครงสร้างสังคมไทย): ชินกับ "ระบบอุปถัมภ์" หรือการมีผู้ใหญ่คอยดูแลผู้น้อย และความเคารพในเกรงใจตามลำดับชั้น
เมื่อเอาหลักการที่เน้นความเท่าเทียม ไปใส่ในสังคมที่ยังเน้นเรื่องเกรงใจและระบบอุปถัมภ์ มันจึงเกิดอาการ "เครื่องค้าง" หรือขัดแย้งกันอยู่ตลอดเวลา
3. วงจรอุบาทว์: วนลูปไม่สิ้นสุด
พอมันขัดแย้งกัน การเมืองไทยก็เลยติดอยู่ใน "วงจรอุบาทว์ 4 ขั้นตอน" ที่หมุนวนเป็นวงกลมดังนี้
1. มีการเลือกตั้ง: ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ ได้รัฐบาลใหม่
2 เกิดปัญหา: รัฐบาลเริ่มมีข่าวทุจริต หรือบริหารงานขัดใจประชาชน จนเกิดการประท้วง
3. เกิดรัฐประหาร: กองทัพเข้ามายึดอำนาจ โดยอ้างว่าเข้ามาหยุดความวุ่นวาย
4. เขียนกติกาใหม่: ออกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วจัดเลือกตั้งใหม่... แล้วก็กลับไปข้อ 1
บทสรุป
คำตอบของคำถามที่ว่า "ประชาธิปไตยหมาะกับประเทศไทย... จริงหรือไม่?"
อาจไม่ใช่เพราะคนไทยไม่พร้อม หรือระบอบนี้ไม่ดี แต่เป็นเพราะ "เรายังไม่เคยปล่อยให้ระบบได้ทำงานเต็มที่โดยไม่กดปุ่มรีเซ็ต" ต่างหากครับ
ตราบใดที่เรายังใช้การล้มกระดานทุกครั้งที่เกิดปัญหา สังคมก็จะไม่เกิดการเรียนรู้ แต่ถ้าเราช่วยกันรักษา กติกา ปล่อยให้กลไกการตรวจสอบทำงาน และใช้การเลือกตั้งในการลงโทษคนทำผิด วงจรรัฐประหารก็จะไม่เกิดขึ้นอีกครับ