
สะพัด ! คาดการณ์คลังเคาะวงเงินลดหย่อนภาษี “TISA” เหลือ 6 แสนบาทต่อปี จากข้อเสนอเดิมให้ 8 แสนบาท แต่ตัดทิ้ง “ตัวคูณ” ที่เดิมกำหนดคนมีเงินได้ 1.5 ล้านต่อปี คูณ 1.3 เท่า ส่วนคนรวยคูณแค่ 0.7 เท่า ขณะที่ “เอกนิติ” ยืนยันล่าสุดข้อเสนอ TISA ใหม่ ไม่มี “ตัวคูณ” แล้ว ฟาก “ดร.พิพัฒน์ KKP” แนะมีวิธีลดเหลื่อมล้ำได้ ชี้ต้องปรับวิธีสื่อสาร-ชี้แจงความจำเป็นใหม่ด้วย
----------
แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุนเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มีกระแสข่าวว่ากระทรวงการคลัง ได้เสนอวงเงินลดหย่อนภาษีของโครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล (TISA) ให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนากรัฐมนตรีและ รมว.คลัง พิจารณาในเบื้องต้นแล้ว โดยคาดว่าวงเงินจะอยู่ที่ 600,000 บาทต่อปี ปรับลดลงจากข้อเสนอเดิมที่ 800,000 บาทต่อปี แต่มีการตัดเรื่อง “ตัวคูณ” ที่เดิมกำหนดให้คนที่มีเงินได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี สามารถลดหย่อนได้ 1.3 เท่า ส่วนผู้มีเงินได้เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี ลดหย่อนภาษีได้ 0.7 เท่า ออกไป เนื่องจากมีผู้ไม่เห็นด้วยจำนวนมาก และค่อนข้างยุ่งยาก
“ผู้ลงทุนจะสามารถลงทุนได้สูงสุด 600,000 บาทต่อปี ในสินทรัพย์ที่กำหนด อาทิ หุ้น ตราสารหนี้ กองทุนรวม และผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่น ๆ ที่เข้าเกณฑ์ ซึ่งโครงการนี้จะช่วยดึงเงินฝากเข้าสู่ตลาดทุน เพราะปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ยังคงออมเงินในรูปเงินสดและบัญชีเงินฝากออมทรัพย์กันมาก ดังนี้ ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่การลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้โดยตรง จะได้รับการลดหย่อนภาษีด้วย”
อย่างไรก็ดี ข้อสรุปทั้งหมดจะต้องรอให้นายเอกนิติ พิจารณาตัดสินใจและเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
แหล่งข่าวกล่าวว่า รัฐบาลมองว่า โครงการนี้จะช่วยลดช่องว่างเงินออมหลังเกษียณ ขณะเดียวกันเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนวางแผนการเงินระยะยาว รองรับภาระค่าใช้จ่ายของสังคมสูงวัย และเพิ่มความมั่นคงทางการเงินของประชาชนในอนาคต
ก่อนหน้านี้ ดร.เอกนิติ ให้สัมภาษณ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า กระทรวงการคลังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ผลักดัน TISA โดยพยายามจะให้เสร็จทันก่อนเดือน ก.ย. 2569 นี้
“ผมมีความเชื่อว่า ไม่ควรจะไปเลือกให้คนไปลงทุนใน LTF, SSF แล้วให้สิทธิลดหย่อนภาษีตรงนั้น พอคนมาซื้อ แล้วก็ขาดทุน ผมว่าควรให้อิสระกับคนสามารถเลือกลงทุนระยะยาว เพื่อเวลาแก่ตัวไปจะได้มีความมั่นคง และมีแรงจูงใจกับคนตัวเล็กตัวน้อย จริง ๆ เราทำเสร็จไว้แล้ว แต่พอครั้งที่แล้วมีข้อสังเกตเรื่องเกณฑ์ต่าง ๆ ดังนั้น ก็คงจะไม่มีเงื่อนไขที่จะต้องมีตัวคูณ 1.3, 0.7 เท่าแล้ว คิดว่าจะคงให้เท่าเทียมกัน ส่วนวงเงินลดหย่อนภาษีจะเป็นเท่าไหร่นั้น ตอนนี้กำลังพิจารณากันอยู่ ซึ่งต้องรอบคอบ”
https://www.prachachat.net/finance/news-2045714
สะพัด ! คาดการณ์คลังเคาะวงเงินลดหย่อนภาษี “TISA” เหลือ 6 แสนบาทต่อปี
สะพัด ! คาดการณ์คลังเคาะวงเงินลดหย่อนภาษี “TISA” เหลือ 6 แสนบาทต่อปี จากข้อเสนอเดิมให้ 8 แสนบาท แต่ตัดทิ้ง “ตัวคูณ” ที่เดิมกำหนดคนมีเงินได้ 1.5 ล้านต่อปี คูณ 1.3 เท่า ส่วนคนรวยคูณแค่ 0.7 เท่า ขณะที่ “เอกนิติ” ยืนยันล่าสุดข้อเสนอ TISA ใหม่ ไม่มี “ตัวคูณ” แล้ว ฟาก “ดร.พิพัฒน์ KKP” แนะมีวิธีลดเหลื่อมล้ำได้ ชี้ต้องปรับวิธีสื่อสาร-ชี้แจงความจำเป็นใหม่ด้วย
----------
แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุนเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มีกระแสข่าวว่ากระทรวงการคลัง ได้เสนอวงเงินลดหย่อนภาษีของโครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล (TISA) ให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนากรัฐมนตรีและ รมว.คลัง พิจารณาในเบื้องต้นแล้ว โดยคาดว่าวงเงินจะอยู่ที่ 600,000 บาทต่อปี ปรับลดลงจากข้อเสนอเดิมที่ 800,000 บาทต่อปี แต่มีการตัดเรื่อง “ตัวคูณ” ที่เดิมกำหนดให้คนที่มีเงินได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี สามารถลดหย่อนได้ 1.3 เท่า ส่วนผู้มีเงินได้เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี ลดหย่อนภาษีได้ 0.7 เท่า ออกไป เนื่องจากมีผู้ไม่เห็นด้วยจำนวนมาก และค่อนข้างยุ่งยาก
“ผู้ลงทุนจะสามารถลงทุนได้สูงสุด 600,000 บาทต่อปี ในสินทรัพย์ที่กำหนด อาทิ หุ้น ตราสารหนี้ กองทุนรวม และผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่น ๆ ที่เข้าเกณฑ์ ซึ่งโครงการนี้จะช่วยดึงเงินฝากเข้าสู่ตลาดทุน เพราะปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ยังคงออมเงินในรูปเงินสดและบัญชีเงินฝากออมทรัพย์กันมาก ดังนี้ ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่การลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้โดยตรง จะได้รับการลดหย่อนภาษีด้วย”
อย่างไรก็ดี ข้อสรุปทั้งหมดจะต้องรอให้นายเอกนิติ พิจารณาตัดสินใจและเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
แหล่งข่าวกล่าวว่า รัฐบาลมองว่า โครงการนี้จะช่วยลดช่องว่างเงินออมหลังเกษียณ ขณะเดียวกันเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนวางแผนการเงินระยะยาว รองรับภาระค่าใช้จ่ายของสังคมสูงวัย และเพิ่มความมั่นคงทางการเงินของประชาชนในอนาคต
ก่อนหน้านี้ ดร.เอกนิติ ให้สัมภาษณ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า กระทรวงการคลังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ผลักดัน TISA โดยพยายามจะให้เสร็จทันก่อนเดือน ก.ย. 2569 นี้
“ผมมีความเชื่อว่า ไม่ควรจะไปเลือกให้คนไปลงทุนใน LTF, SSF แล้วให้สิทธิลดหย่อนภาษีตรงนั้น พอคนมาซื้อ แล้วก็ขาดทุน ผมว่าควรให้อิสระกับคนสามารถเลือกลงทุนระยะยาว เพื่อเวลาแก่ตัวไปจะได้มีความมั่นคง และมีแรงจูงใจกับคนตัวเล็กตัวน้อย จริง ๆ เราทำเสร็จไว้แล้ว แต่พอครั้งที่แล้วมีข้อสังเกตเรื่องเกณฑ์ต่าง ๆ ดังนั้น ก็คงจะไม่มีเงื่อนไขที่จะต้องมีตัวคูณ 1.3, 0.7 เท่าแล้ว คิดว่าจะคงให้เท่าเทียมกัน ส่วนวงเงินลดหย่อนภาษีจะเป็นเท่าไหร่นั้น ตอนนี้กำลังพิจารณากันอยู่ ซึ่งต้องรอบคอบ”
https://www.prachachat.net/finance/news-2045714