ปชน. เชิญ แก้วตา ให้ข้อมูล ปมคุกคามทางเพศ ยันไม่ป้องคนผิด ยึดตรวจสอบตรงไปตรงมา
.
.
‘ปชน.’ ทำหนังสือเชิญ ‘แก้วตา’ ให้ข้อมูลปมคุกคามทางเพศ ยัน มีมาตรฐานในการดำเนินการ-ไม่ปกป้องคนผิดแน่
.
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ส.ส.สมุทรปราการ และโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณี นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล ออกมาเรียกร้องให้พรรคประชาชนออกมาชี้แจงต่อสาธารณะ กรณีมีการเผยแพร่เนื้อหาจากหนังสือประชาชนที่ไม่ยอมจำนน ของ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือ แก้วตา อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ซึ่งมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศและการจัดการขององค์กร จนกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในสังคมออนไลน์ ว่า จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ พรรคประชาชน ดำเนินการส่งหนังสือเชิญ น.ส.ธิษะณา ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นสมาชิกพรรค ให้ข้อมูลต่อพรรคเพื่อดำเนินการในขั้นต่อไป
.
น.ส.พนิดา ระบุต่อว่า ทั้งนี้ พรรคประชาชนขอยืนยันว่า เราให้ความสำคัญกับทุกข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการคุกคามหรือความรุนแรงทางเพศ เพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างรอบด้านและเป็นธรรม ตนยืนยันอีกครั้งว่าพรรคมีมาตรฐานในการดำเนินการต่อประเด็นลักษณะนี้มาอย่างต่อเนื่อง ทุกกรณีจะได้รับการพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง โดยใช้กลไกและกระบวนการของพรรคในการพิสูจน์และตรวจสอบอย่างจริงจังตรงไปตรงมา ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด
.
.
.
'อนุสรณ์ ธรรมใจ' ค้านแก้กฎหมายบัตรทอง ชี้ยังไม่มีความจำเป็น เสนอ 7 ข้อปฏิรูปเพื่อความยั่งยืนแทน
.
'อนุสรณ์ ธรรมใจ' สส.พรรคประชาชนและรองประธาน กมธ.การเงินการคลัง คัดค้านความพยายามแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติผ่านกลไกวุฒิสภา เตือนอาจ "ยัดไส้" เปลี่ยนหลักการจากสวัสดิการฐานสิทธิเป็นสังคมสงเคราะห์ที่ต้องพิสูจน์ความจน ชี้ สปสช. ได้งบเหมาจ่ายรายหัวปี 2570 เพียง 4,600 บาทต่ำกว่าที่ขอ 5,200 บาทถึง 600 บาทต่อคน พร้อมเสนอ 7 ข้อปฏิรูปเพื่อความยั่งยืนของระบบโดยไม่ต้องแก้กฎหมายในขณะนี้
.
2 สิงหาคม 2569 รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และรองประธานกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฏร เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่าการปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเพื่อความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศสู่ประเทศพัฒนาแล้วเพื่อประชาชน แต่ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นในการแก้ไขพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่จะกระทบต่อสิทธิในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของประชาชน และต้องไม่มีการแก้กฎหมายที่นำไปสู่การเปลี่ยนหลักการสำคัญจากสวัสดิการฐานสิทธิไปสู่สวัสดิการแบบสังคมสงเคราะห์ที่ต้องพิสูจน์ความจน
.
รศ.ดร.อนุสรณ์ชี้ว่าความพยายามผลักดันแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี 2545 ผ่านกลไกวุฒิสภา โดยอ้างปัญหาทางการเงินและการขาดสภาพคล่องของโรงพยาบาลรัฐนั้น เป็นการมองปัญหาซับซ้อนที่มีหลายมิติแบบลดทอน การวิพากษ์วิจารณ์ว่าปัญหาเกิดจากประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จึงเป็นการละเลยมิติอื่นของปัญหา พร้อมเตือนว่าหากไม่ริเริ่มปฏิรูปเลย ก็เท่ากับรอการล่มสลายของระบบสวัสดิการพื้นฐานสำคัญของสังคมไทย ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำและความตึงเครียดทางสังคมในประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงอยู่แล้วอย่างไทย
.
รศ.ดร.อนุสรณ์เสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย 7 ข้อเพื่อความยั่งยืนของระบบโดยไม่ต้องแก้กฎหมายในขณะนี้ ได้แก่ ข้อแรก พัฒนาระบบการเงินการคลังให้รองรับภาระด้านสาธารณสุขที่เพิ่มขึ้นจากโครงสร้างสังคมผู้สูงอายุ ข้อสอง จัดสรรงบเหมาจ่ายรายหัวให้เพียงพอ โดยชี้ว่างบประมาณปี 2570 ที่ สปสช. ขอไว้ 5,200 บาทต่อหัวต่อปี ได้รับจัดสรรจริงเพียง 4,600 บาท พร้อมจัดสรรค่าบริการผู้ป่วยนอกตามโครงสร้างประชากรแต่ละจังหวัด ข้อสาม ต้องไม่ทำให้องค์กรอิสระด้านสาธารณสุขอ่อนแอลงหรือรวมศูนย์อำนาจจัดสรรงบประมาณเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าสุขภาพประชาชน
.
ข้อสี่ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการยา วัคซีน และเวชภัณฑ์ ส่งเสริมนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ในประเทศ ข้อห้า ออกแบบระบบการจ่ายที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการและกองทุน มีกลไกตรวจสอบทุจริตที่รวดเร็วแม่นยำ พร้อมฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ ข้อหก เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร เช่น การต่อรองราคายาและเวชภัณฑ์ เพิ่มรายการจัดซื้อรวม และข้อเจ็ด เพิ่มงบประมาณให้เพียงพอเพื่อชดเชยต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นและลดภาระของโรงพยาบาล
.
ในช่วงท้าย รศ.ดร.อนุสรณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าลงทุนอุตสาหกรรมการแพทย์ สาธารณสุข และยาควบคู่กันไป โดยชี้ว่าอุตสาหกรรมยาไทยยังไม่มีขีดความสามารถพัฒนาแบบครบวงจร ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง และส่วนใหญ่พัฒนายาจากกลุ่ม Generic Drugs ที่หมดสิทธิบัตรแล้ว อย่างไรก็ตาม มองว่าอุตสาหกรรมนี้มีแนวโน้มเติบโตได้หากมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนด้านวิจัยยาที่ชัดเจน เนื่องจากไทยมีความพร้อมด้านบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขมากกว่าหลายประเทศในภูมิภาคอยู่แล้ว
.
.
แม่สาย! เฝ้าระวังน้ำหลาก - น้ำท่วมขัง 2-4 ส.ค.นี้
.
แม่สายเริ่มคลี่คลาย หลังฝนถล่มค่ำวานนี้ ด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประกาศเฝ้าระวังน้ำหลาก - น้ำท่วมขัง 2-4 ส.ค.นี้ จากฝนตกสะสม
.
วันนี้ (2 ส.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย วานนี้ (1 ส.ค.) เวลาประมาณ 22.50 น. ระบบเตือนภัยของ ปภ. ได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยเฉพาะ ต.แม่สาย ต.เกาะช้าง ต.เวียงพางคำ ให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยในพื้นที่ อ.แม่สาย
.
โดยเริ่มมีฝนตกลงตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ก่อนจะตกหนัก และตกต่อเนื่องจนถึงเช้าวันนี้ ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาจำนวนมากช่วงค่ำ ก่อให้เกิดภาวะน้ำรอการระบายมีปริมาณมากมากและเกิดน้ำท่วมขังในหลายจุด พื้นที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ต.ห้วยไคร้, ต.โป่งงาม, ต.เวียงพางคำ, ต.แม่สาย และ ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดเช้าวันนี้ ได้คลี่คลายหมดแล้ว
.
ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำสาย บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ตั้งแต่เมื่อคืนและล่าสุดเช้าวันนี้ พบว่าระดับน้ำติดท้องสะพานระดับเฝ้าระวัง น้ำระบายได้ดีไม่ล้นตลิ่ง แต่ว่าน้ำมีสีขุ่นแดงไหลแรงและไหลเชี่ยว ประกอบกับในพื้นที่อาจจะมีฝนตกเพิ่มลงมาได้อีก จึงได้มีการเฝ้าระวัง
.
อย่างไรก็ตาม สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ประกาศเฝ้าระวังน้ำหลาก น้ำท่วมขัง ช่วงวันที่ 2 - 4 ส.ค.69 โดยร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมาและประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 2 - 4 ส.ค.69 มีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
.
ขอให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายไม่ทัน รวมถึงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำล้นตลิ่ง จากปริมาณฝนตกหนักมากและฝนที่ตกสะสมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง น่าน เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
JJNY : ปชน.เชิญแก้วตาให้ข้อมูล│'อนุสรณ์'ค้านแก้กม.บัตรทอง│แม่สาย! เฝ้าระวังน้ำหลาก - น้ำท่วม│วิกฤติ! ไฟป่าลุกลามทั่วกรีซ
'อนุสรณ์ ธรรมใจ' สส.พรรคประชาชนและรองประธาน กมธ.การเงินการคลัง คัดค้านความพยายามแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติผ่านกลไกวุฒิสภา เตือนอาจ "ยัดไส้" เปลี่ยนหลักการจากสวัสดิการฐานสิทธิเป็นสังคมสงเคราะห์ที่ต้องพิสูจน์ความจน ชี้ สปสช. ได้งบเหมาจ่ายรายหัวปี 2570 เพียง 4,600 บาทต่ำกว่าที่ขอ 5,200 บาทถึง 600 บาทต่อคน พร้อมเสนอ 7 ข้อปฏิรูปเพื่อความยั่งยืนของระบบโดยไม่ต้องแก้กฎหมายในขณะนี้
.
.
วันนี้ (2 ส.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย วานนี้ (1 ส.ค.) เวลาประมาณ 22.50 น. ระบบเตือนภัยของ ปภ. ได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยเฉพาะ ต.แม่สาย ต.เกาะช้าง ต.เวียงพางคำ ให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยในพื้นที่ อ.แม่สาย
.
โดยเริ่มมีฝนตกลงตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ก่อนจะตกหนัก และตกต่อเนื่องจนถึงเช้าวันนี้ ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาจำนวนมากช่วงค่ำ ก่อให้เกิดภาวะน้ำรอการระบายมีปริมาณมากมากและเกิดน้ำท่วมขังในหลายจุด พื้นที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ต.ห้วยไคร้, ต.โป่งงาม, ต.เวียงพางคำ, ต.แม่สาย และ ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดเช้าวันนี้ ได้คลี่คลายหมดแล้ว
.
ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำสาย บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ตั้งแต่เมื่อคืนและล่าสุดเช้าวันนี้ พบว่าระดับน้ำติดท้องสะพานระดับเฝ้าระวัง น้ำระบายได้ดีไม่ล้นตลิ่ง แต่ว่าน้ำมีสีขุ่นแดงไหลแรงและไหลเชี่ยว ประกอบกับในพื้นที่อาจจะมีฝนตกเพิ่มลงมาได้อีก จึงได้มีการเฝ้าระวัง
.
อย่างไรก็ตาม สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ประกาศเฝ้าระวังน้ำหลาก น้ำท่วมขัง ช่วงวันที่ 2 - 4 ส.ค.69 โดยร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมาและประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 2 - 4 ส.ค.69 มีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
.
ขอให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายไม่ทัน รวมถึงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำล้นตลิ่ง จากปริมาณฝนตกหนักมากและฝนที่ตกสะสมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง น่าน เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส