ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน (บันทึกระหว่างทาง)

ในประวัติศาสตร์พระถังซำจั๋งเคยเดินทางในเส้นทางสายไหมที่เชื่อมเอเซียกับตะวันออกกลาง และเมื่อเดินทางผ่านเทือกเขาบามิยัน พระถังก็ได้พบกับชุมชนสงฆ์และพระพุทธรูปที่ยืนเด่นตระหง่านสูงกว่า 50เมตร ถึง2 องค์ ที่แห่งนี้ เคยเป็นประวัติศาสตร์การเดินทางของชาวพุทธ

ปัจจุบันถูกตาลีบันทำลายลงราบคาบไปแล้ว ซึ่งผมก็เคยเห็นคลิปการใช้สารพุดอาวุธยิงทำลาย คือดูไม่จบนะครับ ผ่านตาเฉยๆ เห็นโพกหัวหนวดเครารุงรังระดมยิงทั้งจรด ทั้งจากรถถังใส่พระพุทธรูป ยิงใส่อยู่2 อาทิตย์ คลับคล้ายกับเมีอตอนเผาคัมภีร์ที่นาลันทาอยู่ 2 เดือน ทำไปเพียงเพราะต่างศาสนา โห่ร้องกันราวกับว่า เมื่อไม่มีพระมีพระพุทธรูป ไม่มีคัมภีร์ทางศาสนาอื่นแล้วพวกเขาจะครองโลกหรืออาจจะคิดว่าทำลายความศรัทธาศาสนาอื่นแล้วจะได้ไปสวรรค์ก็แล้วแต่ อันนี้เล่าให้ฟังว่าเคยเห็นความเขลาของมนุษย์ในรูปแบบนี้

มาต่อเรื่องของเราดีกว่า หลังจากการทำลายพระพุทธรูปเมื่อปี 2001 จนย่อยยับไม่เหลือซากไปแล้ว สถาบันสะสมอนุรักษ์สเคอเยน ของประเทศนอร์เวย์ ก็ได้ส่งนักสำรวจไปสำรวจว่ายังมีอะไรพอจะเหลือรอดจากการทำลายล้างได้บ้าง คณะสำรวจก็ได้พบเศษซากของพระไตรปิฎก 2 ชิ้นนี้


คือ โพธิสัตว์ปิฎกสูตร เนื้อหาเป็นแนวคิด หลักธรรม และจริยธรรมการปฏิบัติทั้งหมดของพระโพธิสัตว์ บันทึกเป็นภาษาสันสกฤต และเป็นคัมภีร์ของทางมหายานนะครับ สายเถรวาทเราอาจจะไม่คุ้นหูกับสูตรนี้

ปัจจุบัน ชิ้นส่วนของคำภีร์ทั้ง2แผ่น ดร.มาร์ติน สเคอเยน ก็ได้มอบให้ทางวัดสระเกศเก็บรักษา พอดีวันนี้ผมมากราบพระบรมสารี แดดร่ม ลมเย็นสบายคล้ายจะมีฝน นั่งพักดื่มกาแฟก่อนกลับบ้านเลยเขียนเชิญชวนให้มาลองดู ของจริงกันครับ จะได้มาเห็นพระพุทธรูปบามิยันองครักษ์จำลอง ขนาดองค์จำลองสูงแค่ ราว5 -6 ยังยิ่งใหญ่ขนาดอยากจะเป็นหนอนหัวดำไต่เท้าท่าน ถ้าได้เห็นในยุคสมัยของจริงที่เป็นที่ชุมนุมของพระสงฆ์คงซาบซึ้งใจกว่านี้






เอาละครับกลับบ้านก่อนดีกว่า ฝนชักตั้งเค้ามาทุกที สวัสดีครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่