หญิงอายุ 19 ปีในมัลโม ประเทศสวีเดน ถูกฟ้องดำเนินคดีในข้อหา
“การแจ้งเหตุฉุกเฉินอันเป็นเท็จในกรณีร้ายแรง
” (grovt falsklarm) หลังจากเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อนเธอโทรแจ้งเหตุว่าถูกชายคนหนึ่งติดตามและพยายามข่มขืนในสวนสาธารณะพิลดัมส์พาร์เกน (
Pildammsparken) จนทำให้ตำรวจระดมกำลังปิดล้อมพื้นที่เพื่อตามล่าคนร้ายอย่างเข้มข้น แต่ภายหลังผลการสอบสวนพบว่าเรื่องราวไม่เป็นความจริง
เหตุการณ์เริ่มต้น
เมื่อเย็นวันที่ 24 ตุลาคมปีก่อน หญิงรายนี้โทรหาศูนย์ฉุกเฉิน 112 บอกว่าถูกชายชุดดำติดตามในสวนสาธารณะ ก่อนที่สายจะขาดไปโดยมีเสียงร้องว่า “ปล่อยฉัน”
ตำรวจที่เข้าพื้นที่พบหญิงนอนหมดสติในพุ่มไม้ และในเบื้องต้นจึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกิดเหตุ ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา โดยผู้เสียหายไม่รู้จักผู้ต้องสงสัย
เหตุการณ์นี้ทำให้ตำรวจต้องเพิ่มกำลังลาดตระเวนในสวนสาธารณะ และขอความร่วมมือจากประชาชนและร้านค้าเพื่อหาเบาะแส/ภาพจากกล้องวงจรปิด
sverige omni svt.se
จุดเปลี่ยน ตำรวจพบพิรุธ
ระหว่างการสอบสวน ตำรวจพบว่าหญิงรายนี้มีประวัติการค้นหาออนไลน์หลายอย่างก่อนเกิดเหตุ เช่น ค้นหาว่า “การถูกทำร้ายหมายถึงอะไร”, “มีกล้องวงจรปิดในพิลดัมส์พาร์เกน (Pildammsparken) หรือไม่”, และแผนที่แสดงตำแหน่งกล้องในมัลโม ซึ่งทำให้เริ่มสงสัยว่าข้อมูลในคำแจ้งเหตุอาจไม่จริง
อัยการระบุว่า การแจ้งเหตุเท็จครั้งนี้ถือเป็นเรื่อง
“ร้ายแรง” เพราะทำให้สูญเสียทรัพยากรตำรวจอย่างมาก โดยมีการใช้เวลาสืบสวนรวม
418 ชั่วโมง และการแจ้งความเท็จนี้ทำให้สื่อมวลชนประโคมข่าวใหญ่โต และสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนที่ไปวิ่งหรือเดินเล่นในสวนสาธารณะแห่งนั้น
สถานะคดีและโทษ
หญิงอายุ 19 ปีถูกอัยการอันนา ยานส์ซอน (Anna Jansson) สั่งฟ้องข้อหา การแจ้งเหตุฉุกเฉินอันเป็นเท็จในกรณีร้ายแรง (
grovt falsklarm) ซึ่งตามกฎหมายสวีเดน โทษสูงสุดอาจถึง
4 ปีจำคุก (ขณะที่ falsklarm ทั่วไปเช่น โทรป่วนเบอร์ 112 มักมีโทษเป็นค่าปรับ)
ในชั้นสอบสวน เธอเคยให้ปากคำว่า “เข้าใจในภายหลังว่าไม่มีคนติดตามเธอจริง” และยอมรับว่าให้ข้อมูลบางส่วนไม่ถูกต้อง
ศาลจะเป็นผู้พิจารณาว่ามีความผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่ และหากศาลเห็นว่ามีความผิด ก็จะกำหนดโทษตามกฎหมายสวีเดน
#เท่าที่อ่านถ้าเป็นการแจ้งความเท็จ ก็ต้องโดนโทษหนักแหละ เพราะเจ้าหน้าที่เสียเวลาไปหลายวันในการทำคดี และประชาชนแถวนั้นก็คงไม่กล้าไปตรงนั้น
ที่มา
sydsvenskan
อัยการสวีเดนฟ้องหญิงฐานแจ้งเหตุข่มขืนเท็จในสวนสาธารณะ
หญิงอายุ 19 ปีในมัลโม ประเทศสวีเดน ถูกฟ้องดำเนินคดีในข้อหา “การแจ้งเหตุฉุกเฉินอันเป็นเท็จในกรณีร้ายแรง” (grovt falsklarm) หลังจากเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อนเธอโทรแจ้งเหตุว่าถูกชายคนหนึ่งติดตามและพยายามข่มขืนในสวนสาธารณะพิลดัมส์พาร์เกน (Pildammsparken) จนทำให้ตำรวจระดมกำลังปิดล้อมพื้นที่เพื่อตามล่าคนร้ายอย่างเข้มข้น แต่ภายหลังผลการสอบสวนพบว่าเรื่องราวไม่เป็นความจริง
เหตุการณ์เริ่มต้น
เมื่อเย็นวันที่ 24 ตุลาคมปีก่อน หญิงรายนี้โทรหาศูนย์ฉุกเฉิน 112 บอกว่าถูกชายชุดดำติดตามในสวนสาธารณะ ก่อนที่สายจะขาดไปโดยมีเสียงร้องว่า “ปล่อยฉัน”
ตำรวจที่เข้าพื้นที่พบหญิงนอนหมดสติในพุ่มไม้ และในเบื้องต้นจึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกิดเหตุ ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา โดยผู้เสียหายไม่รู้จักผู้ต้องสงสัย
เหตุการณ์นี้ทำให้ตำรวจต้องเพิ่มกำลังลาดตระเวนในสวนสาธารณะ และขอความร่วมมือจากประชาชนและร้านค้าเพื่อหาเบาะแส/ภาพจากกล้องวงจรปิด
sverige omni svt.se
จุดเปลี่ยน ตำรวจพบพิรุธ
ระหว่างการสอบสวน ตำรวจพบว่าหญิงรายนี้มีประวัติการค้นหาออนไลน์หลายอย่างก่อนเกิดเหตุ เช่น ค้นหาว่า “การถูกทำร้ายหมายถึงอะไร”, “มีกล้องวงจรปิดในพิลดัมส์พาร์เกน (Pildammsparken) หรือไม่”, และแผนที่แสดงตำแหน่งกล้องในมัลโม ซึ่งทำให้เริ่มสงสัยว่าข้อมูลในคำแจ้งเหตุอาจไม่จริง
อัยการระบุว่า การแจ้งเหตุเท็จครั้งนี้ถือเป็นเรื่อง “ร้ายแรง” เพราะทำให้สูญเสียทรัพยากรตำรวจอย่างมาก โดยมีการใช้เวลาสืบสวนรวม 418 ชั่วโมง และการแจ้งความเท็จนี้ทำให้สื่อมวลชนประโคมข่าวใหญ่โต และสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนที่ไปวิ่งหรือเดินเล่นในสวนสาธารณะแห่งนั้น
สถานะคดีและโทษ
หญิงอายุ 19 ปีถูกอัยการอันนา ยานส์ซอน (Anna Jansson) สั่งฟ้องข้อหา การแจ้งเหตุฉุกเฉินอันเป็นเท็จในกรณีร้ายแรง (grovt falsklarm) ซึ่งตามกฎหมายสวีเดน โทษสูงสุดอาจถึง 4 ปีจำคุก (ขณะที่ falsklarm ทั่วไปเช่น โทรป่วนเบอร์ 112 มักมีโทษเป็นค่าปรับ)
ในชั้นสอบสวน เธอเคยให้ปากคำว่า “เข้าใจในภายหลังว่าไม่มีคนติดตามเธอจริง” และยอมรับว่าให้ข้อมูลบางส่วนไม่ถูกต้อง
ศาลจะเป็นผู้พิจารณาว่ามีความผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่ และหากศาลเห็นว่ามีความผิด ก็จะกำหนดโทษตามกฎหมายสวีเดน
#เท่าที่อ่านถ้าเป็นการแจ้งความเท็จ ก็ต้องโดนโทษหนักแหละ เพราะเจ้าหน้าที่เสียเวลาไปหลายวันในการทำคดี และประชาชนแถวนั้นก็คงไม่กล้าไปตรงนั้น
ที่มา sydsvenskan