การหาเงินของ Tether บริษัทผู้อยู่เบื้องหลังเหรียญดิจิทัล USDT ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอย่างที่คิด ภาพรวมง่ายๆ คือ การนำเงินดอลลาร์จากคนใช้คริปโตไปฝากกินดอกเบี้ยสูงๆ จากรัฐบาลสหรัฐฯ แล้วนำกำไรมหาศาลนั้นไปแปลงเป็น "ทองคำแท่ง" เพื่อสร้างป้อมปราการความมั่นคงให้ตัวเอง
เกิดอะไรขึ้นกับระบบการเงินโลก?
ช่วงที่ผ่านมา การเงินโลกกำลังเจอภาวะเงินตึงตัวอย่างหนัก เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับขึ้นผลตอบแทนพันธบัตร (เปรียบเหมือนการให้ดอกเบี้ยเงินฝากระดับสูงมาก) ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นก็เริ่มยกเลิกนโยบายดอกเบี้ยต่ำมากๆ แล้ว
เมื่อการถือเงินดอลลาร์และการฝากเงินกับรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ผลตอบแทนดีแถมปลอดภัย นักลงทุนทั่วโลกจึงพากันถอนเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยง แล้วโยกเงินกลับเข้าสู่ระบบดอลลาร์กันถ้วนหน้า
Tether ฟันกำไรมหาศาลได้อย่างไร?
ท่ามกลางสถานการณ์นี้ Tether วางตัวเหมือน "ธนาคารเงา" ที่รับส้มบิลเลี่ยมไปเต็มๆ ผ่านขั้นตอนง่ายๆ 3 ข้อ
1. คนต้องการดอลลาร์: เมื่อคนอยากถือดอลลาร์ในโลกดิจิทัล จึงนำเงินดอลลาร์จริงมาแลกเป็นเหรียญ USDT กับ Tether
2. นำเงินไปกินดอกเบี้ย: Tether นำเงินดอลลาร์จริงนับแสนล้านที่รับมา ไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กำลังจ่ายดอกเบี้ยในอัตราสูงลิ่ว
3. รับกำไรเข้ากระเป๋าเต็มๆ: Tether จ่ายผลตอบแทนให้คนถือ USDT เท่ากับศูนย์ แต่ตัวเองเก็บดอกเบี้ยพันธบัตรไว้ทั้งหมด จนฟันกำไรไปได้สูงถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ (มากกว่า 5 หมื่นล้านบาท) ในช่วงไตรมาสล่าสุดเพียงไตรมาสเดียว
ทำไมรวยแล้ว ต้องเอาเงินไปซื้อทองคำ?
แม้การกินดอกเบี้ยรัฐบาลจะทำเงินได้มหาศาล แต่ในระยะยาว เงินกระดาษ (Fiat Currency) มีความเสี่ยงที่จะเสื่อมค่าลงเรื่อยๆ จากการที่รัฐบาลพิมพ์เงินเพิ่มและมีภาระหนี้สาธารณะท่วมหัว
Tether จึงแก้เกมอย่างแยบยลด้วยการนำ "กำไรจากเงินกระดาษ" ไปทยอยกว้านซื้อ ทองคำแท่งจริง เก็บเข้าคลัง จนตอนนี้มีทองคำสะสมเกิน 146 ตัน แล้ว พร้อมทั้งสั่งลดการปล่อยสินเชื่อเสี่ยงๆ ลงทั้งหมด
เหตุผลก็เพราะว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเอง ไม่มีความเสี่ยงเรื่องการถูกเบี้ยวหนี้ และไม่ต้องพึ่งพาความน่าเชื่อถือของรัฐบาลใดๆ
การเดินเกมครั้งนี้คือการฉวยโอกาสจากช่วงดอกเบี้ยสูงเพื่อดูดซับเงินดอลลาร์ แล้วรีบเปลี่ยนกำไรชั่วคราวให้กลายเป็นป้อมปราการทองคำที่มั่นคงที่สุด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของระบบเศรษฐกิจโลกในอนาคตได้อย่างปลอดภัยครับ
รู้หรือไม่? คนถือ USDT ได้ดอกเบี้ย 0% แต่บริษัทฟันกำไรจากเงินคุณไตรมาสละ 5 หมื่นล้าน!
การหาเงินของ Tether บริษัทผู้อยู่เบื้องหลังเหรียญดิจิทัล USDT ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอย่างที่คิด ภาพรวมง่ายๆ คือ การนำเงินดอลลาร์จากคนใช้คริปโตไปฝากกินดอกเบี้ยสูงๆ จากรัฐบาลสหรัฐฯ แล้วนำกำไรมหาศาลนั้นไปแปลงเป็น "ทองคำแท่ง" เพื่อสร้างป้อมปราการความมั่นคงให้ตัวเอง
เกิดอะไรขึ้นกับระบบการเงินโลก?
ช่วงที่ผ่านมา การเงินโลกกำลังเจอภาวะเงินตึงตัวอย่างหนัก เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับขึ้นผลตอบแทนพันธบัตร (เปรียบเหมือนการให้ดอกเบี้ยเงินฝากระดับสูงมาก) ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นก็เริ่มยกเลิกนโยบายดอกเบี้ยต่ำมากๆ แล้ว
เมื่อการถือเงินดอลลาร์และการฝากเงินกับรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ผลตอบแทนดีแถมปลอดภัย นักลงทุนทั่วโลกจึงพากันถอนเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยง แล้วโยกเงินกลับเข้าสู่ระบบดอลลาร์กันถ้วนหน้า
Tether ฟันกำไรมหาศาลได้อย่างไร?
ท่ามกลางสถานการณ์นี้ Tether วางตัวเหมือน "ธนาคารเงา" ที่รับส้มบิลเลี่ยมไปเต็มๆ ผ่านขั้นตอนง่ายๆ 3 ข้อ
1. คนต้องการดอลลาร์: เมื่อคนอยากถือดอลลาร์ในโลกดิจิทัล จึงนำเงินดอลลาร์จริงมาแลกเป็นเหรียญ USDT กับ Tether
2. นำเงินไปกินดอกเบี้ย: Tether นำเงินดอลลาร์จริงนับแสนล้านที่รับมา ไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กำลังจ่ายดอกเบี้ยในอัตราสูงลิ่ว
3. รับกำไรเข้ากระเป๋าเต็มๆ: Tether จ่ายผลตอบแทนให้คนถือ USDT เท่ากับศูนย์ แต่ตัวเองเก็บดอกเบี้ยพันธบัตรไว้ทั้งหมด จนฟันกำไรไปได้สูงถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ (มากกว่า 5 หมื่นล้านบาท) ในช่วงไตรมาสล่าสุดเพียงไตรมาสเดียว
ทำไมรวยแล้ว ต้องเอาเงินไปซื้อทองคำ?
แม้การกินดอกเบี้ยรัฐบาลจะทำเงินได้มหาศาล แต่ในระยะยาว เงินกระดาษ (Fiat Currency) มีความเสี่ยงที่จะเสื่อมค่าลงเรื่อยๆ จากการที่รัฐบาลพิมพ์เงินเพิ่มและมีภาระหนี้สาธารณะท่วมหัว
Tether จึงแก้เกมอย่างแยบยลด้วยการนำ "กำไรจากเงินกระดาษ" ไปทยอยกว้านซื้อ ทองคำแท่งจริง เก็บเข้าคลัง จนตอนนี้มีทองคำสะสมเกิน 146 ตัน แล้ว พร้อมทั้งสั่งลดการปล่อยสินเชื่อเสี่ยงๆ ลงทั้งหมด
เหตุผลก็เพราะว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเอง ไม่มีความเสี่ยงเรื่องการถูกเบี้ยวหนี้ และไม่ต้องพึ่งพาความน่าเชื่อถือของรัฐบาลใดๆ
การเดินเกมครั้งนี้คือการฉวยโอกาสจากช่วงดอกเบี้ยสูงเพื่อดูดซับเงินดอลลาร์ แล้วรีบเปลี่ยนกำไรชั่วคราวให้กลายเป็นป้อมปราการทองคำที่มั่นคงที่สุด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของระบบเศรษฐกิจโลกในอนาคตได้อย่างปลอดภัยครับ