แม้จะท่องกันอยู่ว่าการศึกษาพระธรรมต้องเป็นไปตามลำดับ แต่หลายคนที่เรียนตำรา แนะนำตำรา หรือบรรยายธรรมะ ก็เริ่มจากพระอภิธรรมที่แสดงปรมัตถธรรมเป็นอันดับแรกๆ ซึ่งบางคนก็อ้างว่าเป็นการเริ่มจากง่ายไปยาก
การสอนที่เริ่มด้วยปรมัตถธรรมนั้นเหมือนจะเชิญชวนให้เราเข้ามารู้ความจริงของชีวิตได้เดี๋ยวนี้เลย ปัญญาอยู่ตรงนี้ตรงที่เห็นตามความเป็นจริงว่าไม่มีสัตว์ ตัวตน บุคคล เรา เขา เพราะทุกอย่างเกิดดับแสดงสัจจะอยู่ตลอดและที่ปรากฎก็มีแต่ธรรมะที่มีจริง
📌 แต่จริงๆแล้วในผู้ที่สังโยชน์ 3 ข้อแรกยังอยู่ การมโนถึงการเกิดดับของขันธ์ และวิญญาณทางอายตนะต่างๆ หรือนึกๆคิดๆถึงความไม่มีว่าไม่มีสัตว์ ตัวตน บุคคล เราเขา นั้นก็เป็นเพียงการจินตนาการจากประสบการณ์ของผู้ที่บรรลุธรรมแล้วเท่านั้น การอ่านหรือฟังว่าเขารู้อะไรจึงไม่สามารถเปลี่ยนมาเป็นประสบการณ์ตรงของเราไปได้ ไม่งั้นก็คงไม่มีพุทธพจน์ที่ว่า วิญญูชนรู้ได้เฉพาะตนเป็นแน่แท้ การย้ำคิดย้ำฟังแต่ทฤษฎีจึงเป็นข้อจำกัดข้อแรกในการเริ่มศึกษากายใจจากพระอภิธรรม
📌 ข้อจำกัดข้อที่ 2 คือ เมื่อมีแต่ความเชื่อว่าไม่มีสัตว์ ตัวตนบุคคล เราเขา อันไม่ตรงกับที่ตนเห็นจริงๆ การเจริญอริยมรรค 8 ซึ่งเป็นขั้นภาวนาก็ถูกปิดกั้นด้วยมิจฉาทิฏฐิ ว่าการไปเจริญสมถะและสติปัฏฐานเป็นเรื่องของตัณหา การรักษาศีลเป็นเรื่องของมานะ ซึ่งอ้างว่าเป็นการแสดงถึงผู้ที่ยังไม่เข้าใจคำสอนว่าไม่มีใครจะไปทำอะไรทั้งนั้น
🎯 ทั้งที่สัมมาทิฐิ อันองค์ ๕ อนุเคราะห์แล้ว ย่อมเป็นธรรมมีเจโตวิมุติเป็นผล มีเจโตวิมุติเป็นผลานิสงส์ และเป็นธรรมมีปัญญาวิมุติ เป็นผล มีปัญญาวิมุติเป็นผลานิสงส์ และองค์ ๕ คือ
- สัมมาทิฐิอันศีลอนุเคราะห์แล้ว
- อันสุตะอนุเคราะห์แล้ว
- อันการสนทนาธรรมอนุเคราะห์แล้ว
- อันสมถะอนุเคราะห์แล้ว
- อันวิปัสสนาอนุเคราะห์แล้ว
🎯 ดังนั้นแล้วการติดกระดุมเม็ดแรกผิด ผลต่างๆที่เกิดตามมาจึงผิดไปด้วยนั่นเอง
ติดกระดุมเม็ดแรกผิด เม็ดต่อๆไปก็ผิดไปด้วย
การสอนที่เริ่มด้วยปรมัตถธรรมนั้นเหมือนจะเชิญชวนให้เราเข้ามารู้ความจริงของชีวิตได้เดี๋ยวนี้เลย ปัญญาอยู่ตรงนี้ตรงที่เห็นตามความเป็นจริงว่าไม่มีสัตว์ ตัวตน บุคคล เรา เขา เพราะทุกอย่างเกิดดับแสดงสัจจะอยู่ตลอดและที่ปรากฎก็มีแต่ธรรมะที่มีจริง
📌 แต่จริงๆแล้วในผู้ที่สังโยชน์ 3 ข้อแรกยังอยู่ การมโนถึงการเกิดดับของขันธ์ และวิญญาณทางอายตนะต่างๆ หรือนึกๆคิดๆถึงความไม่มีว่าไม่มีสัตว์ ตัวตน บุคคล เราเขา นั้นก็เป็นเพียงการจินตนาการจากประสบการณ์ของผู้ที่บรรลุธรรมแล้วเท่านั้น การอ่านหรือฟังว่าเขารู้อะไรจึงไม่สามารถเปลี่ยนมาเป็นประสบการณ์ตรงของเราไปได้ ไม่งั้นก็คงไม่มีพุทธพจน์ที่ว่า วิญญูชนรู้ได้เฉพาะตนเป็นแน่แท้ การย้ำคิดย้ำฟังแต่ทฤษฎีจึงเป็นข้อจำกัดข้อแรกในการเริ่มศึกษากายใจจากพระอภิธรรม
📌 ข้อจำกัดข้อที่ 2 คือ เมื่อมีแต่ความเชื่อว่าไม่มีสัตว์ ตัวตนบุคคล เราเขา อันไม่ตรงกับที่ตนเห็นจริงๆ การเจริญอริยมรรค 8 ซึ่งเป็นขั้นภาวนาก็ถูกปิดกั้นด้วยมิจฉาทิฏฐิ ว่าการไปเจริญสมถะและสติปัฏฐานเป็นเรื่องของตัณหา การรักษาศีลเป็นเรื่องของมานะ ซึ่งอ้างว่าเป็นการแสดงถึงผู้ที่ยังไม่เข้าใจคำสอนว่าไม่มีใครจะไปทำอะไรทั้งนั้น
🎯 ทั้งที่สัมมาทิฐิ อันองค์ ๕ อนุเคราะห์แล้ว ย่อมเป็นธรรมมีเจโตวิมุติเป็นผล มีเจโตวิมุติเป็นผลานิสงส์ และเป็นธรรมมีปัญญาวิมุติ เป็นผล มีปัญญาวิมุติเป็นผลานิสงส์ และองค์ ๕ คือ
- สัมมาทิฐิอันศีลอนุเคราะห์แล้ว
- อันสุตะอนุเคราะห์แล้ว
- อันการสนทนาธรรมอนุเคราะห์แล้ว
- อันสมถะอนุเคราะห์แล้ว
- อันวิปัสสนาอนุเคราะห์แล้ว
🎯 ดังนั้นแล้วการติดกระดุมเม็ดแรกผิด ผลต่างๆที่เกิดตามมาจึงผิดไปด้วยนั่นเอง