ไม่ส่งบ้านมา 1 ปี อยากกลับมาส่งต่อทำได้ไหม

บ้านเราเป็นชื่อกู้ร่วมกับเเฟนเก่า พอเลิกกัน เราย้ายออกมา แฟนเก่าอยู่ แต่ไม่ส่งมาจะ 1 ปีแล้ว
ตอนนี้เขาได้ย้ายออกไปยุที่อื่น
1.เราสามารถกลับมาส่งต่อได้ไหม
2.เราต้องโปะให้เป็นยอดปัจจุบันไหมคะ
3.มีผลเสียอะไรไหม เช่น ดอกจะเยอะมาก
4.มีวิธีการยังไงบ้างคะ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 29
เข้าใจถึงความกังวลใจเลยค่ะ ปัญหาการกู้ร่วมแล้วอีกฝ่ายทิ้งภาระไว้เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยและต้องรีบจัดการอย่างมีสติค่ะ ในฐานะผู้กู้ร่วม คุณมีสิทธิและหน้าที่ในบ้านหลังนี้ 100% ตามกฎหมายเท่ากับแฟนเก่าค่ะ
ขอตอบคำถามเป็นข้อๆ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนและเตรียมตัวรับมือได้อย่างถูกต้องนะคะ
1. เราสามารถกลับมาส่งต่อได้ไหม? ทำได้แน่นอนค่ะ ในสายตาธนาคาร คุณคือลูกหนี้ที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน หากคุณกลับมาจ่าย ธนาคารยินดีรับค่ะ แต่ คุณไม่สามารถใช้วิธีโอนค่างวดแบบปกติผ่านแอปพลิเคชันหรือหน้าเคาน์เตอร์ (เช่น จ่ายเดือนละหมื่นเหมือนเดิม) ได้แล้ว เพราะการขาดส่งมาเกือบ 1 ปี บัญชีนี้ได้กลายเป็น หนี้เสีย (NPL) ไปแล้ว ระบบมักจะล็อกการจ่ายเงิน คุณต้องเข้าไปติดต่อธนาคารเพื่อทำเรื่องใหม่ค่ะ
2. เราต้องโปะให้เป็นยอดปัจจุบันไหมคะ?ไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนโปะทั้งหมดทีเดียวค่ะ (เว้นแต่คุณมีเงินก้อนพร้อมจ่าย) เมื่อสถานะเป็นหนี้เสีย สิ่งที่คุณต้องทำคือการเจรจาขอ "ปรับปรุงโครงสร้างหนี้" กับธนาคาร โดยธนาคารอาจจะนำยอดที่ค้างชำระทั้งหมดในช่วง 1 ปีไปแขวนไว้ หรือนำไปรวมกับเงินต้น แล้วทำสัญญาผ่อนชำระกันใหม่ตามกำลังที่คุณไหวในปัจจุบันค่ะ
3. มีผลเสียอะไรไหม เช่น ดอกจะเยอะมาก? ดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น การขาดส่งนานขนาดนี้ ธนาคารจะเปลี่ยนจากดอกเบี้ยบ้านเรตปกติ เป็น ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ (ซึ่งมักจะสูงถึง 15-18% ต่อปี แล้วแต่สัญญา) ทำให้ยอดหนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วค่ะ

และมีความเสี่ยงถูกฟ้องร้อง ขาดส่งเกือบ 1 ปี ธนาคารอาจจะกำลังอยู่ในขั้นตอนการฟ้องศาล หรือหากฟ้องไปแล้ว อาจจะอยู่ในขั้นตอนเตรียมบังคับคดี (ยึดทรัพย์) ค่ะ
ประวัติเครดิตบูโร ทั้งคุณและแฟนเก่าจะมีสถานะค้างชำระในเครดิตบูโร ทำให้การขอสินเชื่อใหม่ในช่วงนี้ทำไม่ได้ค่ะ

4. มีวิธีการยังไงบ้างคะ (ขั้นตอนที่ต้องทำด่วน)

ขั้นตอนที่ 1: เช็กสถานะปัจจุบัน  ติดต่อธนาคารเจ้าหนี้ทันที เพื่อดูว่าตอนนี้ยอดหนี้ทั้งหมดรวมดอกเบี้ยปรับอยู่ที่เท่าไหร่ และคดีอยู่ในขั้นตอนไหน (ยังอยู่กับธนาคาร, อยู่ชั้นศาล, หรือไปถึงกรมบังคับคดีแล้ว)

ขั้นตอนที่ 2: เจรจาปรับโครงสร้างหนี้ แจ้งความประสงค์กับธนาคารว่าคุณต้องการรักษาบ้านหลังนี้ไว้และขอผ่อนต่อ พร้อมทั้ง

ขอเจรจาขอลดหรือยกเว้นดอกเบี้ยปรับ ที่เกิดขึ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา (ธนาคารมักจะมีส่วนลดให้หากเราตั้งใจกลับมาจ่ายค่ะ)

ขั้นตอนที่ 3: จัดการเรื่องกรรมสิทธิ์ (สำคัญมาก): หากคุณกลับมาผ่อนต่อจนหมด บ้านจะยังคงเป็นชื่อร่วม 50:50 ตามกฎหมาย ดังนั้น คุณต้องตกลงกับแฟนเก่าให้ชัดเจน โดยพาไปทำบันทึกข้อตกลงที่กรมที่ดินเพื่อสละสิทธิ์กรรมสิทธิ์เมื่อผ่อนจบ หรือพยายามทำเรื่องรีไฟแนนซ์ (Refinance) เพื่อถอดชื่อแฟนเก่าออกเมื่อเครดิตบูโรของคุณกลับมาเป็นปกติแล้ว ไม่เช่นนั้นคุณอาจผ่อนบ้านฟรีเพื่อให้อีกฝ่ายได้สิทธิ์ครึ่งหนึ่งในอนาคตค่ะ

เพื่อประเมินสถานการณ์และช่วยวางแผนขั้นตอนต่อไป ขออนุญาตสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 2 ข้อนะคะ
1. ตอนนี้มีหมายศาล หรือจดหมายทวงถามจากธนาคารส่งมาที่บ้านบ้างแล้วหรือยังคะ?
2. ยอดหนี้คงเหลือที่กู้มาประมาณเท่าไหร่ และธนาคารเจ้าหนี้คือธนาคารอะไรคะ?
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่