ในยุคที่ “เซมิคอนดักเตอร์” ไม่อาจมองเป็นเพียงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หากคือ “เทคโนโลยีฐานราก” (Foundation Technology) ที่เข้ามากำหนดทิศทางความมั่นคง
และขีดความสามารถทางการแข่งขันของโลก การประกาศขับเคลื่อนกรอบยุทธศาสตร์สยามซิลิกา“Siam Silica Framework” ร่วมกับนโยบาย “Thailand 2”
โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ สอวช. จึงไม่เป็นเพียงการวางปักหมุดเทคโนโลยีใหม่ แต่คือการส่งสัญญาณว่าไทยพร้อมที่จะขยับจากผู้รับจ้างประกอบ ไปสู่การเป็นผู้สร้างมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่มูลค่าโลก (Global Value Chain)
หัวใจสำคัญของ Siam Silica Framework คือ กรอบการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศไทย โดยกำหนดทิศทางการพัฒนาในสาขาสำคัญ ได้แก่ Photonics FAB, Advanced Packaging, Silicon Design,Quantum Photonics และ Power Devices ควบคู่กับการพัฒนากำลังคน การวิจัยและนวัตกรรมการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ และการดึงดูดการลงทุนเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฐานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของภูมิภาค การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงจะเกิดขึ้นได้เราต้องมีแรงงานทักษะสูง ทั้งอาจารย์ นักวิจัย วิศวกร และช่างเทคนิค
ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้แรงงานในอุตสาหกรรมเดิมสามารถเข้าถึงการ Reskill และ Upskill ไปสู่สู่ภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ผ่านเครื่องมืออย่าง STEM Plus Platform และหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ที่ก้าวข้ามข้อจำกัดทางกฎระเบียบแบบเดิม ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรมจริง สถาบันอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาต้องปรับบทบาทสู่การเป็นพื้นที่การเรียนรู้ควบคู่การทำงาน (Work-integrated Learning) เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์จากสถานประกอบการจริงและสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา
ขณะที่หน่วยงานสนับสนุนทุนและมาตรการสิทธิประโยชน์อย่าง BOI, วช., สวทช. และ รวพ. ต้องสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมผลิตและพัฒนากำลังคนตั้งแต่ต้นน้ำ การจัดตั้งระบบคาดการณ์และวิเคราะห์ข้อมูลกำลังคน (Talent Observatory) จะช่วยให้การผลิตคนตรงเป้าและมีประสิทธิภาพสูงสุด
จะเป็นการดีต่อประเทศไทยอย่างยิ่งหาก Siam Silica Framework และการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างยั่งยืน จะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ต่อยอดไปสู่การสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทย เป็น เทคโนโลยีฐาน (Foundation Technology) ที่จะเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) เทคโนโลยีชีวภาพ พลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมมูลค่าสูงอื่นๆ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว หากไทยสามารถวางรากฐาน “คน” ได้เข้มแข็งและต่อเนื่อง การยกระดับประเทศสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาคย่อมอยู่ไม่ไกล
ที่มา
กรุงเทพธุรกิจ
ยุทธศาสตร์ ‘สยามซิลิกา’ พัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ไทย
โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ สอวช. จึงไม่เป็นเพียงการวางปักหมุดเทคโนโลยีใหม่ แต่คือการส่งสัญญาณว่าไทยพร้อมที่จะขยับจากผู้รับจ้างประกอบ ไปสู่การเป็นผู้สร้างมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่มูลค่าโลก (Global Value Chain)
หัวใจสำคัญของ Siam Silica Framework คือ กรอบการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศไทย โดยกำหนดทิศทางการพัฒนาในสาขาสำคัญ ได้แก่ Photonics FAB, Advanced Packaging, Silicon Design,Quantum Photonics และ Power Devices ควบคู่กับการพัฒนากำลังคน การวิจัยและนวัตกรรมการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ และการดึงดูดการลงทุนเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฐานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของภูมิภาค การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงจะเกิดขึ้นได้เราต้องมีแรงงานทักษะสูง ทั้งอาจารย์ นักวิจัย วิศวกร และช่างเทคนิค
ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้แรงงานในอุตสาหกรรมเดิมสามารถเข้าถึงการ Reskill และ Upskill ไปสู่สู่ภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ผ่านเครื่องมืออย่าง STEM Plus Platform และหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ที่ก้าวข้ามข้อจำกัดทางกฎระเบียบแบบเดิม ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรมจริง สถาบันอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาต้องปรับบทบาทสู่การเป็นพื้นที่การเรียนรู้ควบคู่การทำงาน (Work-integrated Learning) เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์จากสถานประกอบการจริงและสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา
ขณะที่หน่วยงานสนับสนุนทุนและมาตรการสิทธิประโยชน์อย่าง BOI, วช., สวทช. และ รวพ. ต้องสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมผลิตและพัฒนากำลังคนตั้งแต่ต้นน้ำ การจัดตั้งระบบคาดการณ์และวิเคราะห์ข้อมูลกำลังคน (Talent Observatory) จะช่วยให้การผลิตคนตรงเป้าและมีประสิทธิภาพสูงสุด
จะเป็นการดีต่อประเทศไทยอย่างยิ่งหาก Siam Silica Framework และการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างยั่งยืน จะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ต่อยอดไปสู่การสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทย เป็น เทคโนโลยีฐาน (Foundation Technology) ที่จะเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) เทคโนโลยีชีวภาพ พลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมมูลค่าสูงอื่นๆ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว หากไทยสามารถวางรากฐาน “คน” ได้เข้มแข็งและต่อเนื่อง การยกระดับประเทศสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาคย่อมอยู่ไม่ไกล
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ