JJNY : 5in1 สมชัยชี้ ส.ว.สมัครผิดกลุ่ม│‘ยิ่งชีพ’ขอบคุณ│“สหัสวัต”จี้เร่งดูแล│จันทบุรีฝนตกหนัก│ซาอุดีฯจับมือสหรัฐฯ โจมตี

สมชัย ชี้ส.ว.สมัครผิดกลุ่ม เจ้าตัว-ผู้รับรอง มีโทษคุก เตือนกกต.ยึดหลักกม. วินิจฉัยคุณสมบัติ ระวังโดนร้อง https://www.matichon.co.th/politics/news_5826002
.

.
สมชัย ชี้ ส.ว.สมัครผิดกลุ่ม เจ้าตัว-ผู้รับรอง มีความผิดหมด เตือนกกต.ยึดหลักกม.วินิจฉัยคุณสมบัติ พลาดขึ้นมาโดนร้องปฏิบัติหน้าที่มิชอบได้
.
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แสดงทรรศนะกรณี “ส.ว.สมัครผิดกลุ่ม ใครผิด” ผ่านทางเฟซบุ๊ก ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร ไว้ดังนี้
.
ส.ว.สมัครผิดกลุ่ม ใครผิด
.
การออกแบบให้ ส.ว.ต้องสมัครตามกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม มีเหตุผลต้องการได้ ส.ว.ที่มีประสบการณ์หลากหลาย เข้าไปทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายและให้คำแนะนำในการบริหารราชการแผ่นดินแก่รัฐบาลอย่างเหมาะสม
.
คนสมัครผิดกลุ่ม ไม่ว่าพลั้งเผลอ หรือเจตนา ย่อมเป็นความผิดในเรื่องคุณสมบัติ ส.ว.ตั้งแต่ต้น ผู้ที่ต้องรับผิดชอบคือ
.
1. ตัวผู้สมัคร (จำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท ตัดสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี หากเป็น ส.ว.ต้องคืนเงินเดือนและสิทธิประโยชน์)
.
2. ตัวผู้รับรอง (จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 ตัดสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี)
.
หากมีการร้องคัดค้าน แต่ กกต.วินิจฉัยแล้วยกคำร้องว่าไม่ผิด แต่ความจริงแล้วผิด กกต.อาจถูกร้องว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบได้ หรือกระทำการโดยประมาทเลินเล่อ ทำให้เกิดผลเสียหายต่อรัฐได้
.
การมีคำวินิจฉัยของ กกต.จึงต้องยึดหลักกฎหมาย ไม่สามารถวินิจฉัยชุ่ยๆ โดยไม่รับผิดชอบได้ครับ
.
https://www.facebook.com/somchaivision/posts/pfbid0ib4SuHG4YxQbzadckmMwoSccXCxHXPqtYQvY7gRKNcUERVE9KbAG5sAfyF99kzPwl
.

.
‘ยิ่งชีพ’ ประกาศขอบคุณ หลังได้รับบริจาคเงินสู้คดีร่วม 2 ล้านบาท
https://www.dailynews.co.th/news/6066044/
.
“เป๋า ยิ่งชีพ” ประกาศได้รับบริจาคเงินสู้คดีร่วม 2 ล้านบาท ลั่นไม่ขอเงินนี้มาเพื่อใช้ทำกิจกรรมอื่นนอกจากสู้คดี แบ่งเงินช่วยคนที่ถูกฟ้องตรวจสอบเลือกตั้ง สส.ด้วย ชี้ยังมีการเคลื่อนไหวทั้งรณรงค์ ส.ส.ร.เลือกตั้ง 100% ทำประชามติรัฐธรรมนูญ ร่วมสนับสนุนเพิ่มได้
.
กรณีนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เนตเพื่อกฎหมายประชาชน ( ไอลอว์ ) ถูก สส.ภูมิใจไทยฟ้อง ที่แถลงข่าวพาดพิงว่า สส.อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงเลือก สว. ทำให้มีการตั้งกองทุนสิทธิพลเมือง เพื่อการเลือกตั้งโปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรม ระดมเงินช่วยสู้คดี ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
.
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยิ่งชีพ โพสต์เฟซบุ๊กขอบคุณประชาชนจำนวนมาก ที่สนับสนุนการต่อสู้กับระบบโกงเลือก สว. ช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมามีคนจำนวนมากช่วยกันสนับสนุนโดย บริจาคเงินเข้า กองทุนสิทธิพลเมืองเพื่อการเลือกตั้งที่โปร่งใส และบัญชีสำรองของมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย ที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เป็นธุระในการประชาสัมพันธ์รวบรวมให้ ทราบว่า มีเงินบริจาคเกินสองล้านบาทแล้ว
.
หากผมถูกดำเนินคดี ต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าทนายความเป็นหลัก ค่าเตรียมเอกสารนิดหน่อย และอาจมีค่าเดินทางพยานอีกส่วนนึง เงิน 2,000,000 บาทที่มีตอนนี้ น่าจะไม่ขาดแคลนแล้ว แม้ยังไม่รู้ว่าจะมีกี่คดีก็ตาม โดยผมเข้าใจว่าหลายท่านต้องการบริจาคเงินนี้เพื่อสนับสนุนค่าเดินทางการต่อสู้คดีโดยตรง ดังนั้นเงินทุกบาทที่โอนเข้าบัญชีเหล่านั้นจะต้องใช้ไปเพื่อการต่อสู้คดี ผมจะไม่ขอกองทุนเพื่อเบิกมาสำหรับการทำกิจกรรมอื่น
.
ข้อความที่โพสต์ ระบุว่า ยังมีกิจกรรมอื่นที่ต้องทำ เช่น การรณรงค์ประชามติ รณรงค์ให้เลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 100% กิจกรรมทั้งหลายในเส้นทางข้างหน้ายังต้องใช้งบประมาณอีกมาก ซึ่งส่วนใหญ่กิจกรรมเหล่านี้ดำเนินงานโดยกลุ่มคนรุ่นใหม่กลุ่มเล็กๆ ที่มีทุนสนับสนุนน้อย มีความเข้มแข็งน้อย ที่ผ่านมาช่วงทำประชามติต้นปีนี้หลายคนก็ออกเดินทางรณรงค์ ไปแจกใบปลิวตามตลาดนัด ไปพูดคุยกับผู้คนในชุมชน ไปทำรถแห่ตามหมู่บ้านในต่างจังหวัด พวกเขามีงบประมาณน้อยมากหรือบางคนไม่มีเลย หลายคนก็ใช้จ่ายเงินส่วนตัวในการทำกิจ
.
การบริจาคเงินเข้ากองทุนเดิมก็จะสะสมไว้เผื่อคนอื่นที่ถูกดำเนินคดีในทำนองเดียวกัน รวมทั้งคนที่ตรวจสอบการเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมา ถ้าหากถูกดำเนินคดีก็น่าจะเบิกจากก้อนนี้ได้ด้วย แต่ถ้าหากท่านใดต้องการสนับสนุนเงินทุนเพื่อการทำงานรณรงค์ไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในระยะยาว ซึ่งยังขาดแคลนอีกมากถ้าเทียบกับค่าเดินทางไปต่อสู้คดีของผม อยากฝากให้สนใจช่วยสนับสนุนไปยังกลุ่มอื่นๆ ที่กำลังทำงานอยู่ด้วยครับ
.
ผมขออนุญาตไม่เป็นคนประกาศว่าจะรับบริจาคที่บัญชีไหนเพื่อทำอะไร แม้จะมีคนถามมาบ้างก็ตาม เพื่อไม่ให้เป็นข้อครหาว่าผมไปทำกิจกรรม ไปออกข่าว พูดสิ่งต่างๆ เพื่อรับเงินนะครับ แต่ฝากๆ ให้ทุกท่านที่พร้อมสนับสนุนกันคิดเผื่อกลุ่มคนที่ทำงานขับเคลื่อนอยู่ด้วยครับ
.
https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/pfbid0CQRSYWrnnVL5eAZyFePfDFQPAF28mZxpkPJQGERQr9mhnV7bUy74FmWSm8dZWxG9l
.

.
“สหัสวัต” จี้ แรงงานเร่งดูแลแรงงานไทยในญี่ปุ่น ทั้งเงินชดเชย ที่พักและเอกสารหาย
.
“สหัสวัต” จี้ กระทรวงแรงงานสวมบทบาทร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ติดตามดูแลแรงงานชาวไทยหลังเหตุแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ชี้แม้ทุกคนปลอดภัย แต่ต้องเตรียมมาตรการช่วยเหลือทั้งเรื่องเอกสารหายและที่พักชั่วคราว
.
วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความห่วงใยไปยังประชาชนญี่ปุ่น คนไทย หลังเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ที่จังหวัดคุมาโมโตะ โดยเฉพาะแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ว่า
.
“ผมขอแสดงความห่วงใยไปยังแรงงานไทยทุกคน เพราะแม้รายงานเบื้องต้นจะระบุว่ายังไม่มีแรงงานไทยได้รับอันตรายร้ายแรง แต่คำว่า ‘ปลอดภัย’ ไม่ได้หมายความว่าชีวิตของทุกคนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว”
.
นายสหัสวัตมีข้อเสนอว่า กระทรวงแรงงานต้องมีบทบาทสนับสนุนการดูแลแรงงานไทยร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ สำนักงานแรงงานในประเทศญี่ปุ่น ทางการท้องถิ่น นายจ้าง และเครือข่ายคนไทยในพื้นที่ ไม่ควรปล่อยให้ภาระทั้งหมดอยู่กับสถานกงสุลหรือรอให้แรงงานที่กำลังตกอยู่ในภาวะฉุกเฉินเป็นฝ่ายติดต่อขอความช่วยเหลือเข้ามาเอง
.
ประการแรก กระทรวงแรงงานต้องเร่งตรวจสอบว่าในพื้นที่ได้รับผลกระทบมีแรงงานไทยทำงานอยู่สถานประกอบการใดบ้าง พักอาศัยอยู่ที่ใด พร้อมติดตามแรงงานเป็นรายบุคคล โดยแยกให้ชัดว่าใครยังติดต่อไม่ได้ ใครต้องอพยพ ใครมีปัญหาเรื่องที่พัก หรือประสบปัญหาใดบ้าง
.
ประการที่สอง ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่กฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในสถานประกอบการ และการจัดการภัยพิบัติดีเยี่ยมเป็นลำดับต้นๆ ของโลก แม้เราจะเชื่อมั่นว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะสามารถกำกับดูแลสถานประกอบการเพื่อดูแลพี่น้องแรงงานไทยได้อย่างดีและเต็มที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากระทรวงแรงงานของไทยไม่ต้องทำอะไร ดังนั้น กระทรวงแรงงานจึงควรติดตามให้แรงงานไทยผู้ได้รับผลกระทบทุกคนได้รับสิทธิที่ควรพึงได้ และมีประกาศแจ้งสิทธิของแรงงานตามกฎหมายญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย เพื่อทำความเข้าใจกับพี่น้องแรงงานทุกคน ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก และได้รับสิทธิตามกฎหมายญี่ปุ่น ตั้งแต่เรื่องการได้รับค่าชดเชย การกลับไปทำงาน สถานะการพำนัก และการจัดการกับเอกสารที่อาจได้รับความเสียหาย...
.
ประการที่สาม ต้องจัดช่องทางติดต่อฉุกเฉินที่แรงงานเข้าถึงได้จริงตลอดเวลา พร้อมจัดข้อมูลภาษาไทยเกี่ยวกับการรับความช่วยเหลือ และข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหวตาม รวมถึงต้องมีช่องทางสำรองสำหรับพื้นที่ที่ระบบโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตขัดข้อง และต้องเตรียมมาตรการช่วยเหลือระยะต่อไป เช่น การจัดหาที่พักชั่วคราว การออกหนังสือเดินทางหรือเอกสารสำคัญทดแทน การประสานสิทธิประกันและค่าชดเชย การย้ายสถานประกอบการในกรณีที่ไม่สามารถกลับไปทำงานได้ ตลอดจนการช่วยเหลือผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทย
.
“ผมขอย้ำว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นไปเพื่อการดูแลแรงงานไทยในต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงานด้วย จึงไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศหรือสถานกงสุลเพียงฝ่ายเดียว สถานกงสุลมีภารกิจช่วยเหลือคนไทยในภาวะฉุกเฉิน แต่เรื่องความปลอดภัยในการทำงาน สิทธิจากการจ้างงาน และการประสานกับนายจ้าง เป็นภารกิจที่กระทรวงแรงงานต้องเข้ามารับผิดชอบร่วมด้วย”
.
นายสหัสวัตย้ำว่า ในเวลานี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้แรงงานไทยทุกคนรู้ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ตามลำพัง รับรู้ว่าพวกเขากำลังเผชิญปัญหาอะไร และพร้อมช่วยเหลือไม่เพียงแต่ในวันที่เกิดภัยพิบัติแต่รวมถึงช่วงเวลาหลังภัยพิบัติที่จะเกี่ยวข้องกับงานและการดำเนินชีวิตต่อไป
.
“ผมขอเป็นกำลังใจให้ชาวญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่กู้ภัย คนไทย และแรงงานทุกคนในพื้นที่ ขอให้ทุกคนปลอดภัย และผ่านพ้นสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้โดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ร้องขอไปยังกระทรวงแรงงานให้มีการติดต่อ ดูแล และคุ้มครองสิทธิของแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมตามสมควรต่อไปด้วยเช่นกัน ขอให้ทุกคนปลอดภัย” นายสหัสวัตกล่าวทิ้งท้าย
.

.
จันทบุรีฝนตกหนัก น้ำป่าทะลักท่วมรีสอร์ต อ.มะขาม 48 นักท่องเที่ยวติดค้าง
https://www.matichon.co.th/region/news_5826256
.
จันทบุรีฝนตกหนัก น้ำป่าทะลักท่วมรีสอร์ต อ.มะขาม 48 นักท่องเที่ยวติดค้าง
.
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.จันทบุรี ช่วงเวลา 23.00 น. คืนที่ผ่านมา (28 ก.ค.) เกิดเหตุน้ำป่าหลากเข้าท่วมรีสอร์ตพื้นที่ ต.ฉมัน และ ต.ปัถวี อ.มะขาม จ.จันทบุรี ระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร หลังจากในพื้นที่มีพายุฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมง มวลน้ำไหลเชี่ยวพัดเข้าท่วมอาคารที่พักและทรัพย์สินเสียหายหนักภายในเวลาไม่กี่นาที
.
จากการตรวจสอบพบว่ามีรีสอร์ตได้รับผลกระทบ 2 แห่ง และมีนักท่องเที่ยวติดค้างรวมทั้งสิ้น 48 คน โดย
.
รีสอร์ตแห่งแรกใน ต.ฉมัน มีนักท่องเที่ยวเข้าพัก 28 คน มวลน้ำทะลักเข้าท่วมห้องพักชั้นล่างทั้งหมด ทรัพย์สิน เครื่องใช้ไฟฟ้า ตู้เย็นกว่า 10 ตู้ และชุดร้านกาแฟเสียหายทั้งหมด รวมถึงรถยนต์ของนักท่องเที่ยวเสียหาย 3 คัน และรถยนต์ของรีสอร์ตเสียหายอีก 5 คัน รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 300,000–500,000 บาท ส่วน รีสอร์ตแห่งที่ 2 ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ 6 บ้านทัพนคร ต.ปัถวี มีนักท่องเที่ยวติดค้าง 20 คน
.
อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวทั้งหมด 48 คน ปลอดภัยดี เนื่องจากเร่งอพยพขึ้นไปพักอาศัยบริเวณชั้น 2 ของตัวรีสอร์ทได้ทันเวลา และจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าทั้งหมดไม่ประสงค์อพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากพื้นที่ชั้น 2 ปลอดภัย
.
ขณะเดียวกัน สถานการณ็น้ำป่าในพื้นที่ ได้มีมวลน้ำทะลักท่วมบ้านเรือนกลางดึก กู้ภัย-ปภ. เร่งช่วยอพยพชาวบ้าน มวลน้ำป่าดังกล่าวยังได้ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.มะขาม หลายแห่งอย่างรวดเร็ว โดยทางกำลังอาสากู้ภัย, เทศบาลตำบล, ปภ. เขต 17 จันทบุรี, นำยุทโธปกรณ์ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือประชาชนทันที โดยใน ต.ปัถวี เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องนำ เรือกู้ภัยเข้าเร่งอพยพชาวบ้านจำนวน 3 หลังคาเรือน รวม 13 คนชีวิต ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยและนำตัวมายังจุดปลอดภัย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่