“แอฟริกา” อุณหภูมิพุ่งทะลุ 50 องศาเซลเซียส จาก “วิกฤติความร้อนสุดขั้ว” ส่งผลให้ “อูฐ” ล้มตาย ผิวหนังพุพอง และผลิตนมลดลง กระทบต่อวิถีชีวิตผู้เลี้ยงสัตว์ที่ต้องอพยพลงใต้ถาวรเพื่อความอยู่รอด
.
“อูฐ” สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สามารถทนร้อนและความแห้งแล้งได้ดี จนถูกขนานนามว่า “เรือแห่งทะเล” แต่พวกมันกลับไม่สามารถเอาชนะ “วิกฤติความร้อนสุดขั้ว” ที่อุณหภูมิทะลุ 50 องศาเซลเซียสได้ อูฐในภูมิภาคแอฟริกาเหนือและจะงอยแอฟริกากำลังตาย ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
.
“อูฐโหนกเดียว” เป็นสัตว์เศรษฐกิจของแอฟริกา โดยเฉพาะประเทศในแถบจะงอยแอฟริกา คิดเป็น 80% ของจำนวนอูฐทั้งโลก ตามธรรมชาติแล้ว อูฐสามารถทนความร้อนได้ดีถึงอุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส โดยการปรับอุณหภูมิร่างกายให้ขึ้นลงตามสภาพแวดล้อม เพื่อลดการสูญเสียน้ำ พวกมันยังมีปัสสาวะที่เข้มข้นมากและขับถ่ายอุจจาระที่แห้งเพื่อประหยัดน้ำ รวมถึงมีขนที่หนาช่วยป้องกันรังสีจากดวงอาทิตย์ แต่เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น กลไกเหล่านี้ก็เริ่มล้มเหลว
.
ตอนนี้อุณหภูมิในแอฟริกาพุ่งสูงเกิน 50 องศาเซลเซียส อูฐเริ่มล้มตายทนความร้อนไม่ไหว อาลี อูเมอร์ ผู้เลี้ยงอูฐในเอธิโอเปีย กล่าวว่า เท้าอูฐพุพองจากการเดินบนพื้นทรายที่ร้อนจัด พวกมันน้ำตาไหลตลอดเวลา และเมื่ออูฐหมอบนั่งบนทราย ผิวหนังที่ท้องจะถูกเผาไหม้จนขนร่วงหมด เขาต้องสูญเสียลูกอูฐไปถึง 8 ตัวในเวลาเพียงหนึ่งเดือนเนื่องจากความร้อนที่รุนแรงเกินรับไหว
.
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าจำนวนอูฐในเคนยา ที่ตายจากความร้อนมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 15% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ส่วนงานวิจัยในโซมาเลีย พบว่าเกือบ 46% ของบ้านที่เลี้ยงอูฐ ต้องเผชิญกับภาวะอูฐล้มตาย โดยบางพื้นที่มีอัตราการตายสูงถึง 73%
.
เมื่ออูฐเจอความร้อนเป็นเวลานาน อูฐจะมีความเครียดสะสม ทำให้น้ำหนักลดลง การอักเสบ โรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก รวมถึงความไม่สมดุลของสารเคมีที่เกิดจากไตทำงานผิดปรกติ
.
เมื่ออูฐเกิดความเครียดจากความร้อน ระบบเผาผลาญจะช้าลงทำให้กินอาหารน้อยลง ส่งผลให้น้ำหนักตัวและผลผลิตนมลดลงอย่างรวดเร็ว นมซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนหลักและรายได้ของผู้คนในแถบนี้กำลังหายไปพร้อมกับความร้อนที่เพิ่มขึ้น
.
เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ เหล่าผู้เลี้ยงอูฐจำนวนมาก จำเป็นต้องอพยพจากทางตอนเหนือลงสู่ทางใต้เพื่อหาแหล่งน้ำและทุ่งหญ้า
.
แม้แต่สัตว์ที่ทนทานที่สุดในประวัติศาสตร์ ก็ยังไม่สามารถทนต่อความรุนแรงของคลื่นความร้อนในปัจจุบันได้ พวกมันกลายเป็นประสบภัยทางภูมิอากาศอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์
.
.
อ่านต่อ:
https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1244950
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจSustain #กรุงเทพธุรกิจClimate
🐪🥵💀 แอฟริการ้อนจนอูฐตาย
.
“อูฐ” สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สามารถทนร้อนและความแห้งแล้งได้ดี จนถูกขนานนามว่า “เรือแห่งทะเล” แต่พวกมันกลับไม่สามารถเอาชนะ “วิกฤติความร้อนสุดขั้ว” ที่อุณหภูมิทะลุ 50 องศาเซลเซียสได้ อูฐในภูมิภาคแอฟริกาเหนือและจะงอยแอฟริกากำลังตาย ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
.
“อูฐโหนกเดียว” เป็นสัตว์เศรษฐกิจของแอฟริกา โดยเฉพาะประเทศในแถบจะงอยแอฟริกา คิดเป็น 80% ของจำนวนอูฐทั้งโลก ตามธรรมชาติแล้ว อูฐสามารถทนความร้อนได้ดีถึงอุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส โดยการปรับอุณหภูมิร่างกายให้ขึ้นลงตามสภาพแวดล้อม เพื่อลดการสูญเสียน้ำ พวกมันยังมีปัสสาวะที่เข้มข้นมากและขับถ่ายอุจจาระที่แห้งเพื่อประหยัดน้ำ รวมถึงมีขนที่หนาช่วยป้องกันรังสีจากดวงอาทิตย์ แต่เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น กลไกเหล่านี้ก็เริ่มล้มเหลว
.
ตอนนี้อุณหภูมิในแอฟริกาพุ่งสูงเกิน 50 องศาเซลเซียส อูฐเริ่มล้มตายทนความร้อนไม่ไหว อาลี อูเมอร์ ผู้เลี้ยงอูฐในเอธิโอเปีย กล่าวว่า เท้าอูฐพุพองจากการเดินบนพื้นทรายที่ร้อนจัด พวกมันน้ำตาไหลตลอดเวลา และเมื่ออูฐหมอบนั่งบนทราย ผิวหนังที่ท้องจะถูกเผาไหม้จนขนร่วงหมด เขาต้องสูญเสียลูกอูฐไปถึง 8 ตัวในเวลาเพียงหนึ่งเดือนเนื่องจากความร้อนที่รุนแรงเกินรับไหว
.
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าจำนวนอูฐในเคนยา ที่ตายจากความร้อนมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 15% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ส่วนงานวิจัยในโซมาเลีย พบว่าเกือบ 46% ของบ้านที่เลี้ยงอูฐ ต้องเผชิญกับภาวะอูฐล้มตาย โดยบางพื้นที่มีอัตราการตายสูงถึง 73%
.
เมื่ออูฐเจอความร้อนเป็นเวลานาน อูฐจะมีความเครียดสะสม ทำให้น้ำหนักลดลง การอักเสบ โรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก รวมถึงความไม่สมดุลของสารเคมีที่เกิดจากไตทำงานผิดปรกติ
.
เมื่ออูฐเกิดความเครียดจากความร้อน ระบบเผาผลาญจะช้าลงทำให้กินอาหารน้อยลง ส่งผลให้น้ำหนักตัวและผลผลิตนมลดลงอย่างรวดเร็ว นมซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนหลักและรายได้ของผู้คนในแถบนี้กำลังหายไปพร้อมกับความร้อนที่เพิ่มขึ้น
.
เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ เหล่าผู้เลี้ยงอูฐจำนวนมาก จำเป็นต้องอพยพจากทางตอนเหนือลงสู่ทางใต้เพื่อหาแหล่งน้ำและทุ่งหญ้า
.
แม้แต่สัตว์ที่ทนทานที่สุดในประวัติศาสตร์ ก็ยังไม่สามารถทนต่อความรุนแรงของคลื่นความร้อนในปัจจุบันได้ พวกมันกลายเป็นประสบภัยทางภูมิอากาศอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์
.
.
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1244950
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจSustain #กรุงเทพธุรกิจClimate