สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกท่าน! วันนี้ผมในฐานะคนที่เป็นพ่อบ้าน (และบางทีก็พ่อครัว) มาพักใหญ่ ขออนุญาตมาเปิดคัมภีร์วิชาการเลือกซื้อของเข้าบ้านให้คุ้มค่าที่สุดกันครับ เพราะผมเชื่อว่าหลายๆ คนต้องเคยเจอปัญหาเดียวกันแน่ๆ คือ "เฮ้ย! ทำไมของในบ้านมันหมดเร็วจังวะ" หรือ "ซื้อมาทำไมเยอะแยะ สุดท้ายไม่ได้ใช้" ใช่ไหมครับ?
บางทีก็หมดตังค์ไปกับของที่ไม่จำเป็นโดยไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ตัวอีกที เงินเดือนก็วาร์ปไปพร้อมกับบิลค่าของเต็มบ้านแล้วครับ! ไม่ต้องห่วงครับ วันนี้ผมจะมาแฉเทคนิคที่ผมลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน จนกลายเป็นปรมาจารย์ด้านการช้อปปิ้งของเข้าบ้านแบบคุ้มค่า ชนิดที่ว่าเพื่อนบ้านต้องมาถาม เคล็ดลับนี้มันเป็นยังไงกันครับ
1. วางแผนก่อนพุ่ง! อย่าให้ของมันล่อตาครับ
อย่างแรกเลยครับ หัวใจสำคัญของการช้อปปิ้งอย่างชาญฉลาดคือ "การวางแผน" ครับ อย่าเดินดุ่มๆ เข้าซูเปอร์มาร์เก็ตหรือกดสั่งออนไลน์แบบไร้ทิศทางเด็ดขาด! เพราะนั่นคือหลุมพรางที่ร้านค้าสร้างไว้รอเราเลยครับ สิ่งที่ต้องทำคือ
เช็คสต็อก เดินสำรวจรอบบ้านเลยครับว่าอะไรใกล้หมด อะไรหมดแล้ว อะไรที่ซื้อมาแต่ยังไม่ได้แกะใช้ ลองทำเป็นเช็กลิสต์ในมือถือหรือกระดาษก็ได้ครับ
เขียนลิสต์ อันนี้สำคัญมากครับ! เขียนรายการของที่จำเป็นต้องซื้อจริงๆ เท่านั้น พร้อมระบุจำนวนคร่าวๆ ที่เราคิดว่าจะใช้พอดี ไม่มากไปไม่น้อยไปครับ การมีลิสต์ช่วยให้เรามีเป้าหมาย ไม่ว่อกแว่กไปกับสินค้าที่ "น่ารัก" หรือ "ดูน่าใช้" ครับ
2. รู้ทันโปรฯ ประหยัดเป็นล้าน!
การซื้อของตอนมีโปรโมชั่นนี่แหละครับคือการโกงความตายทางการเงินอย่างแท้จริง! แต่ก็ต้องเลือกโปรฯ ให้เป็นด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าทุกโปรฯ จะคุ้มเสมอไปครับ
ตารางโปรฯ ร้านค้าใหญ่ๆ มักจะมีปฏิทินโปรโมชั่นครับ ลองสังเกตดูว่าช่วงไหนของเดือนที่ของที่เราใช้ประจำมักจะลดราคา หรือบางทีก็สมัครสมาชิก แล้วร้านค้าจะส่งโปรฯ เด็ดๆ มาให้เราเองครับ
โปรฯ 1 แถม 1 vs ลดราคา บางที 1 แถม 1 ก็ไม่ได้คุ้มเท่าลด 50% นะครับ ถ้าเราไม่ได้ต้องการของชิ้นนั้นถึง 2 ชิ้นจริงๆ ลองคำนวณราคาต่อหน่วยดูดีๆ ก่อนครับ
โปรฯ แลกซื้อ อันนี้ต้องระวังครับ! บางทีเราต้องซื้อของที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ได้ของที่อยากได้ในราคาพิเศษ สุดท้ายของที่ไม่จำเป็นนั่นแหละครับที่ทำให้เราสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุครับ
3. คุณภาพต้องมาก่อนครับ! ถูกแล้วดีมีจริง แต่น้อยครับ
หลายคนบอกว่าของถูกและดีไม่มีในโลกครับ ผมก็เห็นด้วยเป็นบางเรื่องครับ ของใช้ในบ้านบางอย่างที่เราใช้บ่อยๆ หรือมีความสำคัญต่อสุขอนามัย อย่าไปงกเรื่องคุณภาพมากเกินไปครับ เพราะถ้าซื้อของถูกๆ มา แล้วพังเร็ว ต้องซื้อใหม่บ่อยๆ สุดท้ายแล้วจะกลายเป็นแพงกว่าเดิมนะครับ
เน้นของที่ใช้ประจำ พวกน้ำยาล้างจาน สบู่ ยาสีฟัน หรือกระดาษชำระ ถ้าซื้อแบบคุณภาพดีหน่อย อาจจะแพงกว่า แต่ใช้ได้นานกว่า หรือให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในระยะยาวครับ
เครื่องใช้ไฟฟ้า อันนี้สำคัญมากครับ! อย่าเห็นแก่ของถูกจนลืมดูเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย การรับประกัน หรือบริการหลังการขายครับ เพราะถ้าพังขึ้นมา ค่าซ่อมอาจจะแพงกว่าซื้อใหม่นะครับ และอาจจะอันตรายด้วยครับ
4. ซื้อมากคุ้มกว่าจริงหรือ? ดาบสองคมที่ต้องระวังครับ
ไอเดียซื้อของแบบแพ็คใหญ่ๆ หรือยกลังนี่เป็นดาบสองคมเลยครับ ถ้าใช้ถูกสถานการณ์ก็ประหยัดได้บานเลย แต่ถ้าใช้ผิดก็อาจจะกลายเป็นภาระได้ครับ
ของที่ใช้แล้วหมดไป พวกของกินของใช้ที่ใช้ได้นาน ไม่เน่าเสีย ไม่มีวันหมดอายุเร็ว เช่น สบู่ ผงซักฟอก ยาสีฟัน กระดาษทิชชู อันนี้เหมาะกับการซื้อแบบแพ็คใหญ่ครับ เพราะยิ่งซื้อเยอะราคาต่อหน่วยจะถูกลงมากครับ
ของสด/ของที่หมดอายุเร็ว อย่าซื้อเยอะเกินไปเด็ดขาดครับ! เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ นมสด ซื้อมาเยอะแล้วกินไม่ทัน สุดท้ายก็ต้องทิ้ง เสียดายเงิน เสียดายของครับ เน้นซื้อเท่าที่จำเป็น และซื้อบ่อยขึ้นจะดีกว่าครับ
5. เก็บข้อมูล รีวิวช่วยได้เยอะครับ!
สมัยนี้ข้อมูลอยู่แค่ปลายนิ้วครับ! ก่อนจะตัดสินใจซื้ออะไร ลองหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตดูรีวิวจากคนใช้จริงก่อนครับ
Pantip นี่แหละแหล่งรวม ลองพิมพ์ชื่อสินค้าที่ต้องการซื้อลงไปในช่องค้นหาของ Pantip ดูครับ รับรองว่ามีคนเคยใช้และรีวิวไว้ให้ดูเพียบเลยครับ ทั้งข้อดีข้อเสียจะได้รู้ทันก่อนเสียเงินจริงครับ
เว็บไซต์เปรียบเทียบราคา มีหลายเว็บไซต์ที่รวบรวมราคาจากร้านค้าต่างๆ ไว้ให้เราเปรียบเทียบครับ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าเราจะได้ราคาที่ดีที่สุดจริงๆ ครับ
6. อย่าไปหลงกล! เพราะพ่อค้าแม่ค้าฉลาดกว่าที่เราคิดครับ
พ่อค้าแม่ค้าเก่งกว่าที่เราคิดครับ พวกเขาจะมีกลยุทธ์มากมายมาหลอกล่อให้เราเสียเงินไปกับของที่ไม่จำเป็นครับ
จัดเรียงสินค้า พวกของที่อยากขาย มักจะอยู่ระดับสายตาครับ ของลดราคาพิเศษก็มักจะอยู่ตรงทางเดินหลักที่เราต้องผ่าน ลองก้มๆ เงยๆ ดูบ้างครับ บางทีของดีราคาถูกซ่อนอยู่ชั้นบนสุดหรือล่างสุดครับ
ซื้อเพื่อของแถม บางทีของแถมก็ไม่ได้คุ้มค่าขนาดนั้นครับ ลองคิดดูว่าเราต้องการของแถมนั้นจริงๆ ไหม หรือแค่ซื้อเพราะ "ได้ของแถม" เฉยๆ ครับ
สุดท้ายนี้ครับ การเลือกซื้อของเข้าบ้านให้คุ้มค่าที่สุด มันไม่ใช่แค่เรื่องของการประหยัดเงินอย่างเดียวนะครับ แต่เป็นการบริหารจัดการเงินทองในกระเป๋าของเราให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยครับ คิดให้รอบคอบก่อนซื้อทุกครั้งครับ ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆ เลือก ค่อยๆ ดู รับรองว่าบ้านเราจะมีแต่ของดีๆ ที่เราได้ใช้ประโยชน์จริงๆ แถมเงินในกระเป๋าก็ไม่พร่องไปแบบน่าตกใจด้วยครับ
หวังว่าเทคนิคที่ผมเอามาแชร์วันนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวพันทิปทุกคนนะครับ ลองเอาไปปรับใช้กันดูครับ แล้วจะรู้ว่าการช้อปปิ้งของเข้าบ้านให้คุ้มค่านี่ มันสนุกเหมือนได้เล่นเกมเก็บเลเวลเลยนะครับ! ถ้าใครมีเทคนิคเจ๋งๆ หรือข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ก็คอมเมนต์มาคุยกันได้เลยนะครับ ยินดีรับฟังเสมอครับ
วันนี้ขอตัวไปสำรวจสต็อกน้ำยาล้างห้องน้ำก่อนนะครับ รู้สึกว่าใกล้จะหมดแล้วครับ! สวัสดีครับ
ถึงเวลาอัปสกิลช้อป! เลือกของเข้าบ้านยังไงให้คุ้มค่าที่สุด เหมือนได้เปล่าเลยครับ
บางทีก็หมดตังค์ไปกับของที่ไม่จำเป็นโดยไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ตัวอีกที เงินเดือนก็วาร์ปไปพร้อมกับบิลค่าของเต็มบ้านแล้วครับ! ไม่ต้องห่วงครับ วันนี้ผมจะมาแฉเทคนิคที่ผมลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน จนกลายเป็นปรมาจารย์ด้านการช้อปปิ้งของเข้าบ้านแบบคุ้มค่า ชนิดที่ว่าเพื่อนบ้านต้องมาถาม เคล็ดลับนี้มันเป็นยังไงกันครับ
1. วางแผนก่อนพุ่ง! อย่าให้ของมันล่อตาครับ
อย่างแรกเลยครับ หัวใจสำคัญของการช้อปปิ้งอย่างชาญฉลาดคือ "การวางแผน" ครับ อย่าเดินดุ่มๆ เข้าซูเปอร์มาร์เก็ตหรือกดสั่งออนไลน์แบบไร้ทิศทางเด็ดขาด! เพราะนั่นคือหลุมพรางที่ร้านค้าสร้างไว้รอเราเลยครับ สิ่งที่ต้องทำคือ
เช็คสต็อก เดินสำรวจรอบบ้านเลยครับว่าอะไรใกล้หมด อะไรหมดแล้ว อะไรที่ซื้อมาแต่ยังไม่ได้แกะใช้ ลองทำเป็นเช็กลิสต์ในมือถือหรือกระดาษก็ได้ครับ
เขียนลิสต์ อันนี้สำคัญมากครับ! เขียนรายการของที่จำเป็นต้องซื้อจริงๆ เท่านั้น พร้อมระบุจำนวนคร่าวๆ ที่เราคิดว่าจะใช้พอดี ไม่มากไปไม่น้อยไปครับ การมีลิสต์ช่วยให้เรามีเป้าหมาย ไม่ว่อกแว่กไปกับสินค้าที่ "น่ารัก" หรือ "ดูน่าใช้" ครับ
2. รู้ทันโปรฯ ประหยัดเป็นล้าน!
การซื้อของตอนมีโปรโมชั่นนี่แหละครับคือการโกงความตายทางการเงินอย่างแท้จริง! แต่ก็ต้องเลือกโปรฯ ให้เป็นด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าทุกโปรฯ จะคุ้มเสมอไปครับ
ตารางโปรฯ ร้านค้าใหญ่ๆ มักจะมีปฏิทินโปรโมชั่นครับ ลองสังเกตดูว่าช่วงไหนของเดือนที่ของที่เราใช้ประจำมักจะลดราคา หรือบางทีก็สมัครสมาชิก แล้วร้านค้าจะส่งโปรฯ เด็ดๆ มาให้เราเองครับ
โปรฯ 1 แถม 1 vs ลดราคา บางที 1 แถม 1 ก็ไม่ได้คุ้มเท่าลด 50% นะครับ ถ้าเราไม่ได้ต้องการของชิ้นนั้นถึง 2 ชิ้นจริงๆ ลองคำนวณราคาต่อหน่วยดูดีๆ ก่อนครับ
โปรฯ แลกซื้อ อันนี้ต้องระวังครับ! บางทีเราต้องซื้อของที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ได้ของที่อยากได้ในราคาพิเศษ สุดท้ายของที่ไม่จำเป็นนั่นแหละครับที่ทำให้เราสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุครับ
3. คุณภาพต้องมาก่อนครับ! ถูกแล้วดีมีจริง แต่น้อยครับ
หลายคนบอกว่าของถูกและดีไม่มีในโลกครับ ผมก็เห็นด้วยเป็นบางเรื่องครับ ของใช้ในบ้านบางอย่างที่เราใช้บ่อยๆ หรือมีความสำคัญต่อสุขอนามัย อย่าไปงกเรื่องคุณภาพมากเกินไปครับ เพราะถ้าซื้อของถูกๆ มา แล้วพังเร็ว ต้องซื้อใหม่บ่อยๆ สุดท้ายแล้วจะกลายเป็นแพงกว่าเดิมนะครับ
เน้นของที่ใช้ประจำ พวกน้ำยาล้างจาน สบู่ ยาสีฟัน หรือกระดาษชำระ ถ้าซื้อแบบคุณภาพดีหน่อย อาจจะแพงกว่า แต่ใช้ได้นานกว่า หรือให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในระยะยาวครับ
เครื่องใช้ไฟฟ้า อันนี้สำคัญมากครับ! อย่าเห็นแก่ของถูกจนลืมดูเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย การรับประกัน หรือบริการหลังการขายครับ เพราะถ้าพังขึ้นมา ค่าซ่อมอาจจะแพงกว่าซื้อใหม่นะครับ และอาจจะอันตรายด้วยครับ
4. ซื้อมากคุ้มกว่าจริงหรือ? ดาบสองคมที่ต้องระวังครับ
ไอเดียซื้อของแบบแพ็คใหญ่ๆ หรือยกลังนี่เป็นดาบสองคมเลยครับ ถ้าใช้ถูกสถานการณ์ก็ประหยัดได้บานเลย แต่ถ้าใช้ผิดก็อาจจะกลายเป็นภาระได้ครับ
ของที่ใช้แล้วหมดไป พวกของกินของใช้ที่ใช้ได้นาน ไม่เน่าเสีย ไม่มีวันหมดอายุเร็ว เช่น สบู่ ผงซักฟอก ยาสีฟัน กระดาษทิชชู อันนี้เหมาะกับการซื้อแบบแพ็คใหญ่ครับ เพราะยิ่งซื้อเยอะราคาต่อหน่วยจะถูกลงมากครับ
ของสด/ของที่หมดอายุเร็ว อย่าซื้อเยอะเกินไปเด็ดขาดครับ! เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ นมสด ซื้อมาเยอะแล้วกินไม่ทัน สุดท้ายก็ต้องทิ้ง เสียดายเงิน เสียดายของครับ เน้นซื้อเท่าที่จำเป็น และซื้อบ่อยขึ้นจะดีกว่าครับ
5. เก็บข้อมูล รีวิวช่วยได้เยอะครับ!
สมัยนี้ข้อมูลอยู่แค่ปลายนิ้วครับ! ก่อนจะตัดสินใจซื้ออะไร ลองหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตดูรีวิวจากคนใช้จริงก่อนครับ
Pantip นี่แหละแหล่งรวม ลองพิมพ์ชื่อสินค้าที่ต้องการซื้อลงไปในช่องค้นหาของ Pantip ดูครับ รับรองว่ามีคนเคยใช้และรีวิวไว้ให้ดูเพียบเลยครับ ทั้งข้อดีข้อเสียจะได้รู้ทันก่อนเสียเงินจริงครับ
เว็บไซต์เปรียบเทียบราคา มีหลายเว็บไซต์ที่รวบรวมราคาจากร้านค้าต่างๆ ไว้ให้เราเปรียบเทียบครับ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าเราจะได้ราคาที่ดีที่สุดจริงๆ ครับ
6. อย่าไปหลงกล! เพราะพ่อค้าแม่ค้าฉลาดกว่าที่เราคิดครับ
พ่อค้าแม่ค้าเก่งกว่าที่เราคิดครับ พวกเขาจะมีกลยุทธ์มากมายมาหลอกล่อให้เราเสียเงินไปกับของที่ไม่จำเป็นครับ
จัดเรียงสินค้า พวกของที่อยากขาย มักจะอยู่ระดับสายตาครับ ของลดราคาพิเศษก็มักจะอยู่ตรงทางเดินหลักที่เราต้องผ่าน ลองก้มๆ เงยๆ ดูบ้างครับ บางทีของดีราคาถูกซ่อนอยู่ชั้นบนสุดหรือล่างสุดครับ
ซื้อเพื่อของแถม บางทีของแถมก็ไม่ได้คุ้มค่าขนาดนั้นครับ ลองคิดดูว่าเราต้องการของแถมนั้นจริงๆ ไหม หรือแค่ซื้อเพราะ "ได้ของแถม" เฉยๆ ครับ
สุดท้ายนี้ครับ การเลือกซื้อของเข้าบ้านให้คุ้มค่าที่สุด มันไม่ใช่แค่เรื่องของการประหยัดเงินอย่างเดียวนะครับ แต่เป็นการบริหารจัดการเงินทองในกระเป๋าของเราให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยครับ คิดให้รอบคอบก่อนซื้อทุกครั้งครับ ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆ เลือก ค่อยๆ ดู รับรองว่าบ้านเราจะมีแต่ของดีๆ ที่เราได้ใช้ประโยชน์จริงๆ แถมเงินในกระเป๋าก็ไม่พร่องไปแบบน่าตกใจด้วยครับ
หวังว่าเทคนิคที่ผมเอามาแชร์วันนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวพันทิปทุกคนนะครับ ลองเอาไปปรับใช้กันดูครับ แล้วจะรู้ว่าการช้อปปิ้งของเข้าบ้านให้คุ้มค่านี่ มันสนุกเหมือนได้เล่นเกมเก็บเลเวลเลยนะครับ! ถ้าใครมีเทคนิคเจ๋งๆ หรือข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ก็คอมเมนต์มาคุยกันได้เลยนะครับ ยินดีรับฟังเสมอครับ
วันนี้ขอตัวไปสำรวจสต็อกน้ำยาล้างห้องน้ำก่อนนะครับ รู้สึกว่าใกล้จะหมดแล้วครับ! สวัสดีครับ