เราอยากมาเล่าประสบการณ์ชีวิต แล้วก็อยากถามคนที่เคยผ่านเรื่องคล้าย ๆ กันว่า ทุกคนก้าวผ่านมันไปได้อย่างไร
เราไม่ได้เติบโตมากับแม่ แต่โตมากับตาและยาย ส่วนแม่อยู่คนละบ้าน แม่เป็นคนส่งเสียให้เราเรียนก็จริง แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เรารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขา
เวลาที่แม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เขาจะมาลงที่เราเสมอ
อย่างเช่น วันหนึ่งแฟนของแม่ขับรถชนเสาไฟ แทนที่เขาจะไปโกรธคนขับ เขากลับทักไลน์มาด่าเรา หาว่าเราเป็นตัวซวย เป็นตัวกาลกิณี เหมือนทุกครั้งที่ชีวิตเขาเจอเรื่องแย่ ๆ คนที่ต้องรับอารมณ์ก็คือเรา
สมัยเรียน เราเคยกลับบ้านเย็นเพราะต้องทำงานกลุ่มที่โรงเรียน เลยโทรไปขอให้แม่มารับ ระหว่างนั่งรถกลับบ้าน เราโดนด่าตลอดทาง
ตอนนั้นจำได้ว่ามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นพ่อแม่คนอื่นมารับลูกทุกวัน เราแอบอิจฉา และเคยคิดว่าถ้าเราได้มีแม่แบบนั้นบ้างก็คงดี
พอขึ้นมหาวิทยาลัย เรามีโรคประจำตัว ทำให้ทำงานพิเศษเลี้ยงตัวเองไม่ได้ จึงต้องขอเงินแม่เป็นค่าใช้จ่ายทุกเดือน
แต่ทุกสิ้นเดือน แม่จะไม่เคยโอนเงินมาให้เอง เขาจะรอให้เราทักไปขอ เราต้องพิมพ์ข้อความยาว ๆ อ้อนวอน ขอเงินเรียน ขอค่ากิน ค่าอยู่ ทุกเดือน
บางครั้งสิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่เงิน แต่เป็นคำด่ารุนแรง บางครั้งเขาก็ไม่โอนให้เลย จนเราต้องไปขอความช่วยเหลือจากตากับยายแทน
เราพยายามอดทนมาตลอด เพราะคิดว่าอย่างน้อยเขาก็ยังส่งเราเรียน
แต่ฟางเส้นสุดท้ายเกิดขึ้นในเดือนสุดท้ายก่อนเรียนจบ
ตอนนั้นแม่กำลังมีปัญหากับแฟน เราไม่รู้ว่าเขาไปเจออะไรมาบ้าง แต่วันนั้นเขาอัดเสียงส่งมาหาเรา
เขาสาปแช่งเรา ไล่ให้เราไปตาย บอกว่าไม่ให้เราไปผุดไปเกิด ด่าเราซ้ำ ๆ ด้วยคำพูดที่เราจำได้ทุกคำ
วันนั้นเราทนไม่ไหวจริง ๆ จึงบล็อกเขาทุกช่องทาง
หลังเรียนจบ ช่วงที่เรายังหางานไม่ได้ เขาก็โทรไปด่าเราผ่านยาย บอกว่าเราไม่ได้เรื่อง เกิดมาจนอายุเท่านี้ยังหาเงินเข้าบ้านไม่ได้สักบาท
พอเราหางานได้ เงินเดือนเดือนแรกออก เขาใช้เบอร์คนอื่นโทรมาหาเรา แล้วบอกว่าเราต้องส่งเงินให้เขาทุกเดือน ไม่อย่างนั้นเขาจะไปที่บริษัท ไปประจานเราให้คนในที่ทำงานรู้
ตอนนั้นเรากลัวมาก จึงยอมโอนเงินให้
สุดท้ายเรากับยายต้องช่วยกันโกหกว่าเราลาออกจากบริษัทนั้นแล้ว ไม่รู้ย้ายไปทำงานที่ไหน ติดต่อไม่ได้ เขาถึงยอมเลิกราวีกับเรา
ปลายปี เรากลับบ้านไปหาตากับยาย ยายขอร้องให้เราเปิดใจ เพราะแม่สำนึกผิดแล้ว อยากให้เรากลับไปคืนดีกัน
แม่ชวนเราไปเที่ยวผ่านยาย
เราจึงยอม…
แต่สิ่งที่เราเจอ คือแม่จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยพูดอะไรกับเรา
เขาจำไม่ได้ว่าเคยสาปแช่งเรา จำไม่ได้ว่าเคยไล่ให้เราไปตาย จำไม่ได้ว่าพูดอะไรที่ทำให้ลูกคนหนึ่งต้องเจ็บปวดมาจนถึงทุกวันนี้
ในขณะที่สำหรับเรา ทุกคำพูดในวันนั้นยังวนเวียนอยู่ในหัวเสมอ
เวลาเห็นแม่คนอื่นกอดลูก ดูแลลูก หรือใช้เวลาด้วยกัน เราจะนึกถึงคำพูดเหล่านั้นทันที
แต่แม่กลับบอกว่าเราอกตัญญู
ระหว่างที่ไปเที่ยวด้วยกัน เขาก็ยังพูดจาไม่ดีใส่เราเหมือนเดิม เราต้องฝืนทนจนจบทริป
กลับมาถึง เราจึงบล็อกทุกช่องทางอีกครั้ง และไม่ติดต่อกันอีกเลย
จนถึงวันนี้ เราใช้ชีวิตคนเดียว ทำงาน มีรายได้ เลี้ยงตัวเองได้แล้ว
แต่บางคืน เรื่องทั้งหมดก็ย้อนกลับมาในหัว
เรายังรู้สึกเหมือนเป็นเด็กคนนั้นที่ไม่เคยถูกรัก รู้สึกโดดเดี่ยว รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า
บางครั้งก็ร้องไห้ออกมา ทั้งที่เรื่องมันผ่านมานานแล้ว
เราเลยอยากถามทุกคนค่ะ
มีใครเคยถูกพ่อหรือแม่ทำร้ายจิตใจ จนต้องตัดขาดจากครอบครัวไหม
แล้วทุกคนก้าวผ่านความรู้สึกว่า “เราไม่เคยถูกรัก” หรือความรู้สึกโดดเดี่ยวแบบนี้กันอย่างไร
ทุกวันนี้เราไม่ได้โกรธแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะปล่อยวางความเจ็บปวดที่ฝังอยู่ในใจได้อย่างไร
ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะคะ
มีใครเคยถูกแม่สาปแช่ง จนต้องตัดขาดกับเขาบ้าง?
เราไม่ได้เติบโตมากับแม่ แต่โตมากับตาและยาย ส่วนแม่อยู่คนละบ้าน แม่เป็นคนส่งเสียให้เราเรียนก็จริง แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เรารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขา
เวลาที่แม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เขาจะมาลงที่เราเสมอ
อย่างเช่น วันหนึ่งแฟนของแม่ขับรถชนเสาไฟ แทนที่เขาจะไปโกรธคนขับ เขากลับทักไลน์มาด่าเรา หาว่าเราเป็นตัวซวย เป็นตัวกาลกิณี เหมือนทุกครั้งที่ชีวิตเขาเจอเรื่องแย่ ๆ คนที่ต้องรับอารมณ์ก็คือเรา
สมัยเรียน เราเคยกลับบ้านเย็นเพราะต้องทำงานกลุ่มที่โรงเรียน เลยโทรไปขอให้แม่มารับ ระหว่างนั่งรถกลับบ้าน เราโดนด่าตลอดทาง
ตอนนั้นจำได้ว่ามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นพ่อแม่คนอื่นมารับลูกทุกวัน เราแอบอิจฉา และเคยคิดว่าถ้าเราได้มีแม่แบบนั้นบ้างก็คงดี
พอขึ้นมหาวิทยาลัย เรามีโรคประจำตัว ทำให้ทำงานพิเศษเลี้ยงตัวเองไม่ได้ จึงต้องขอเงินแม่เป็นค่าใช้จ่ายทุกเดือน
แต่ทุกสิ้นเดือน แม่จะไม่เคยโอนเงินมาให้เอง เขาจะรอให้เราทักไปขอ เราต้องพิมพ์ข้อความยาว ๆ อ้อนวอน ขอเงินเรียน ขอค่ากิน ค่าอยู่ ทุกเดือน
บางครั้งสิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่เงิน แต่เป็นคำด่ารุนแรง บางครั้งเขาก็ไม่โอนให้เลย จนเราต้องไปขอความช่วยเหลือจากตากับยายแทน
เราพยายามอดทนมาตลอด เพราะคิดว่าอย่างน้อยเขาก็ยังส่งเราเรียน
แต่ฟางเส้นสุดท้ายเกิดขึ้นในเดือนสุดท้ายก่อนเรียนจบ
ตอนนั้นแม่กำลังมีปัญหากับแฟน เราไม่รู้ว่าเขาไปเจออะไรมาบ้าง แต่วันนั้นเขาอัดเสียงส่งมาหาเรา
เขาสาปแช่งเรา ไล่ให้เราไปตาย บอกว่าไม่ให้เราไปผุดไปเกิด ด่าเราซ้ำ ๆ ด้วยคำพูดที่เราจำได้ทุกคำ
วันนั้นเราทนไม่ไหวจริง ๆ จึงบล็อกเขาทุกช่องทาง
หลังเรียนจบ ช่วงที่เรายังหางานไม่ได้ เขาก็โทรไปด่าเราผ่านยาย บอกว่าเราไม่ได้เรื่อง เกิดมาจนอายุเท่านี้ยังหาเงินเข้าบ้านไม่ได้สักบาท
พอเราหางานได้ เงินเดือนเดือนแรกออก เขาใช้เบอร์คนอื่นโทรมาหาเรา แล้วบอกว่าเราต้องส่งเงินให้เขาทุกเดือน ไม่อย่างนั้นเขาจะไปที่บริษัท ไปประจานเราให้คนในที่ทำงานรู้
ตอนนั้นเรากลัวมาก จึงยอมโอนเงินให้
สุดท้ายเรากับยายต้องช่วยกันโกหกว่าเราลาออกจากบริษัทนั้นแล้ว ไม่รู้ย้ายไปทำงานที่ไหน ติดต่อไม่ได้ เขาถึงยอมเลิกราวีกับเรา
ปลายปี เรากลับบ้านไปหาตากับยาย ยายขอร้องให้เราเปิดใจ เพราะแม่สำนึกผิดแล้ว อยากให้เรากลับไปคืนดีกัน
แม่ชวนเราไปเที่ยวผ่านยาย
เราจึงยอม…
แต่สิ่งที่เราเจอ คือแม่จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยพูดอะไรกับเรา
เขาจำไม่ได้ว่าเคยสาปแช่งเรา จำไม่ได้ว่าเคยไล่ให้เราไปตาย จำไม่ได้ว่าพูดอะไรที่ทำให้ลูกคนหนึ่งต้องเจ็บปวดมาจนถึงทุกวันนี้
ในขณะที่สำหรับเรา ทุกคำพูดในวันนั้นยังวนเวียนอยู่ในหัวเสมอ
เวลาเห็นแม่คนอื่นกอดลูก ดูแลลูก หรือใช้เวลาด้วยกัน เราจะนึกถึงคำพูดเหล่านั้นทันที
แต่แม่กลับบอกว่าเราอกตัญญู
ระหว่างที่ไปเที่ยวด้วยกัน เขาก็ยังพูดจาไม่ดีใส่เราเหมือนเดิม เราต้องฝืนทนจนจบทริป
กลับมาถึง เราจึงบล็อกทุกช่องทางอีกครั้ง และไม่ติดต่อกันอีกเลย
จนถึงวันนี้ เราใช้ชีวิตคนเดียว ทำงาน มีรายได้ เลี้ยงตัวเองได้แล้ว
แต่บางคืน เรื่องทั้งหมดก็ย้อนกลับมาในหัว
เรายังรู้สึกเหมือนเป็นเด็กคนนั้นที่ไม่เคยถูกรัก รู้สึกโดดเดี่ยว รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า
บางครั้งก็ร้องไห้ออกมา ทั้งที่เรื่องมันผ่านมานานแล้ว
เราเลยอยากถามทุกคนค่ะ
มีใครเคยถูกพ่อหรือแม่ทำร้ายจิตใจ จนต้องตัดขาดจากครอบครัวไหม
แล้วทุกคนก้าวผ่านความรู้สึกว่า “เราไม่เคยถูกรัก” หรือความรู้สึกโดดเดี่ยวแบบนี้กันอย่างไร
ทุกวันนี้เราไม่ได้โกรธแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะปล่อยวางความเจ็บปวดที่ฝังอยู่ในใจได้อย่างไร
ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะคะ