ถอดรหัสงบ DELTA ไตรมาส 2 โจทย์ใหม่ที่ตลาดจับตา



ถอดรหัสงบ DELTA ไตรมาส 2 โจทย์ใหม่ที่ตลาดจับตา

DELTA ยังเป็นหุ้น AI หรือเริ่มโตช้าลง ? ถอดรหัสงบไตรมาส 2 โจทย์ใหม่ที่ตลาดจับตา

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA กลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากที่สุดของตลาดหุ้นไทย จากการเป็นผู้ผลิตระบบจ่ายไฟ (Power Supply) และโซลูชันด้านการจัดการพลังงานสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเซิร์ฟเวอร์ AI

ความคาดหวังดังกล่าวสะท้อนผ่านการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น โดยตั้งแต่ต้นปีมานี้ ราคาหุ้น DELAT ปรับตัวเพิ่มขึ้น 65.50% ขึ้นมาเกินระดับ 300 บาทต่อหุ้น พร้อมรักษามูลค่าตลาดสูงถึงกว่า 3.8 ล้านล้านบาท

ทว่าในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น DELTA เคลื่อนไหวผันผวน โดยนักลงทุนให้น้ำหนักกับทั้งแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ AI ตามทิศทางตลาดโลก และความคาดหวังต่อผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เพราะก่อนการประกาศงบ ความเชื่อมั่นต่อการลงทุนด้าน AI และ Data Center ทั่วโลกยังเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ

ขณะเดียวกันตลาดก็เริ่มตั้งคำถามว่า บริษัทจะสามารถรักษาอัตราการทำกำไร (Margin) ได้หรือไม่ ท่ามกลางต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นเหมือนรอความชัดเจน จากผลกำไรและแนวโน้มครึ่งปีหลังของบริษัท


DELTA กำไรสุทธิโต 31% แต่ธุรกิจหลักเริ่มถูกกดดัน

DELTA รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 6,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.49 บาท แต่หากมองลึกลงไปในผลประกอบการ จะพบว่าตัวเลขที่นักลงทุนให้ความสำคัญไม่แพ้กำไรสุทธิ คือ อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) ที่ลดลงเหลือ 9.4% จาก 11.4% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างยอดขาย ไปสู่สินค้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น ประกอบกับข้อจำกัดด้านการจัดหาวัตถุดิบ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายก็ปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายธุรกิจ


สรุปก็คือแม้รายได้ยังเติบโต แต่การเปลี่ยนรายได้ให้เป็นกำไร ทำได้ยากขึ้น

อีกประเด็นที่ควรทำความเข้าใจคือ กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ไม่ได้มาจากการดำเนินธุรกิจหลักเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากกำไรพิเศษ ที่บริษัทรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 526 ล้านบาท รวมถึงรายได้ค่าสิทธิ (Royalty) อีก 388 ล้านบาท และรายได้อื่นจากการชดเชยความเสียหายตามสัญญาทางการค้า

ในทางกลับกัน บริษัทมีการบันทึกค่าใช้จ่ายจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงอาคารโรงงาน รวมถึงตั้งประมาณการหนี้สินภาษีเพิ่มเติม 1,032 ล้านบาท จากการบังคับใช้กฎ Global Minimum Tax หรือ Pillar Two ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)


DELTA ยังอยู่บนเมกะเทรนด์ AI หรือไม่ ?

ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวของ DELTA ยังอยู่ที่การลงทุนด้าน AI ที่ขยายตัวทั่วโลก  การเติบโตของ Data Center, AI Server และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ทำให้ความต้องการระบบจ่ายไฟประสิทธิภาพสูง ระบบแปลงพลังงาน และระบบจัดการความร้อน นั้นเป็นผลิตภัณฑ์หลักของ DELTA ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

คำถามสำคัญหลังประกาศงบ จึงอยู่ที่ว่าการเติบโตดังกล่าวจะสามารถรักษาระดับกำไรได้มากน้อยเพียงใด โดยประเด็นที่ต้องติดตามในช่วงครึ่งปีหลัง ได้แก่

- การฟื้นตัวของ Operating Margin หลังต้นทุนเริ่มทรงตัว
- ความต้องการ AI Server และ Data Center ทั่วโลกที่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของบริษัท
- การเพิ่มกำลังการผลิตและประสิทธิภาพของโรงงานใหม่
- ผลกระทบของกฎภาษี Global Minimum Tax (Pillar Two) ต่อผลประกอบการในระยะยาว


สุดท้ายนี้ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ DELTA สะท้อนภาพที่น่าสนใจว่า บริษัทไม่ได้กำลังเผชิญปัญหาด้านการเติบโตของรายได้ แต่กำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องพิสูจน์ความสามารถในการรักษาความสามารถในการทำกำไร

หุ้นที่ซื้อขายบนความคาดหวังสูงอย่าง DELTA การเติบโตของกำไรสุทธิอาจไม่เพียงพออีกต่อไป หากอัตรากำไรยังถูกกดดันจากต้นทุนและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น เพราะฉะนั้น บริษัทต้องพิสูจน์ว่าจะสามารถเปลี่ยนการเติบโตของ AI ให้กลายเป็นกำไรที่มีคุณภาพและยั่งยืนได้อย่างไร เพราะนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางราคาหุ้น



ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่