งานวิจัยและผู้เชี่ยวชาญในสวีเดนเน้นย้ำถึงผลกระทบที่หลายคนอาจมองข้าม นั่นคือ "พฤติกรรมการติดมือถือของพ่อแม่" ซึ่งส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเด็กโดยตรง
ประเด็นสำคัญ
งานวิจัยที่ติดตามเด็กตั้งแต่ 9 เดือนถึง 5 ขวบ พบว่า พ่อแม่ที่มักจะง่วนอยู่กับโทรศัพท์มือถือ ส่งผลให้ลูกมีพัฒนาการด้านภาษาล่าช้ากว่าปกติ เพราะเด็กเล็กต้องการความช่วยเหลือจากพ่อแม่ในการทำความเข้าใจโลกและเรียนรู้คำศัพท์ แต่พ่อแม่ที่เอาแต่ก้มหน้ามองจอจะพลาดโอกาสในการสื่อสารและมีปฏิสัมพันธ์กับลูก
การที่เทคโนโลยีเข้ามาแทรกแซงความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว โดยเฉพาะเมื่อผู้ดูแลเล่นมือถือขณะที่อยู่กับเด็ก ทำให้ความเป็นคนช่างสังเกตและตอบสนองต่อลูกลดลง ซึ่งวิจัยพบว่าสิ่งนี้ทำให้เด็กแสดงอาการ "เครียด" ออกมาบ่อยขึ้น
สมองของเด็กในช่วงวัยแรกเกิดมีการพัฒนาที่รวดเร็วมาก การขาดปฏิสัมพันธ์ที่เหมาะสม หรือการที่พ่อแม่คิดว่าสามารถ "เล่นมือถือไปพร้อมกับเลี้ยงลูกได้" (Multitasking) นั้น ไม่เป็นความจริงในทางชีววิทยาของสมอง การขาดความใส่ใจอย่างเต็มที่ส่งผลให้สมาธิของเด็กแย่ลง และจะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญเมื่อเด็กเข้าสู่วัยเรียน
ปัจจุบันสังคมมักจะไปโฟกัสที่การจำกัด "เวลาหน้าจอของเด็ก" (Skärmtid) แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า พ่อแม่ก็ต้องเฝ้าระวังและทบทวนพฤติกรรมการใช้สื่อดิจิทัลของตนเองด้วยเช่นกัน เพราะพฤติกรรมของพ่อแม่คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่หล่อหลอมความฉลาดทางอารมณ์และสติปัญญาของเด็ก
ผลกระทบต่อเด็กเมื่อพ่อแม่ติดหน้าจอมือถือ