น้องสาวของผมดูโรคจิตแปลกๆ

กระทู้สนทนา
[ ตอนเดียวจบ เป็นเพียงเรื่องสมมติ]
ผมขอนามสมมุติให้น้องสาวว่าแป้งแล้วกัน เธอเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของผม ห่างกัน 1ปี เธอเป็นเด็กสาวที่น่ารักเรียบร้อยและหัวไว เรียกได้ว่าเป็นคนว่านอนสอนง่ายเลยทีเดียว เธอดูเหมือนคนปกติเลยแต่บางครั้ง แค่บางครั้งจริง ๆ ในส่วนของชีวิตเธอทำตัวแปลก ๆ มันมีอยู่ครั้งนึงตอน ป.3 แป้งปามือถือของผมเข้าป่าและหลังจากที่ผมกลับมาจากการเข้าห้องน้ำ ผมรีบร้อนหาใหญ่ยังไงก็ไม่เจอ ผมถามแป้งสาวว่าได้เอาไปรึเปล่า แป้งก็ตอบแค่ว่าไม่และมาช่วยผมหามือถือและถามผมว่า ไปทำหายที่ไหนล่ะ แป้งทำราวกับว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์เลย พอพ่อผมกลับมาตอนดึกจากการทำงาน ผมเลยให้พ่อเช็กกล้องวงจรปิดให้ดูว่าผมทำหายที่ไหน ปล.ตอนนั้นแป้งไม่กลัวกล้องวงจรปิดเพราะเข้าใจว่ามันปิดจริง ๆ พอพ่อผมและผมเห็นแป้งถือมือถือและออกไปจากนอกบ้าน ตอนเช้ามาผมและพ่อก็เลยถามแป้งว่าเอามือถือไปไว้ไหน เช็กกล้องวงจรปิดหมดแล้วนะ แป้งก็เลยตอบออกมา "ปาเข้าป่าไปแล้ว" ตอนนั้นผมโกรธแป้งมากเลยฉุนถีบที่ช่วงท้องของแป้ง ผมจะกระทืบด้วยซ้ำแต่ว่าพ่อห้ามผมไว้ หลังจากนั้นพ่อก็ถามแป้งว่าทำแบบนั้นทำไม "ก็พ่อไม่ซื้อโทรศัพท์ให้หนู ซื้อให้แต่พี่นิ!" พอพ่อรู้แบบนั้น พ่อก็ต้องใช้เวลาเคลียให้แป้งเข้าใจว่ามันยังไม่ถึงวัย หลังจากวันนั้นพอผมโตขึ้นมา ผมก็ลืมเรื่องนี้ไปแล้วจนกระทั่งแป้งอยู่ ป.6 ตอนนั้นปู่จ้างครูสอนพิเศษภาษาอังกฤษที่เป็นอาแท้ ๆ มาสอนที่บ้านของเรา ทุกอย่างเรียบรื่นดีจนกระทั่งวันนึงเหมือนเธอจะสะกดคำว่า สตอร์เบอร์รี่ผิดซ้ำ ๆ จนอาเริ่มเอือม แป้งก็เลยฉุนขึ้นมามั้ง ระหว่างที่ผมไปซื้อของอยู่และอาก็ไปหาของกินในครัว แป้งก็ปิดประตูครัวและเอาบันไดยาว โต๊ะกลม เก้าอี้ กีตาร์ ตะกร้า มาขวางประตูเอาไว้ อาผมบอกให้ปล่อย ปล่อยแต่น้องก็คัดคำภาษาอังกฤษอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ผมจึงต้องเป็นคนช่วยอาออกมา หลังจากนั้นอาก็ฉุนจัดและกลับบ้านไปเลย ผมถามแป้งว่าทำแบบนั้นทำไม "ทำอะไรเหรอ" เธอยิ้มอย่างสบายใจและตอบออกมา มันทำให้ผมนึกถึงวันที่น้องปามือถือของผม ผมมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีแต่ผมคิดว่าผมคิดมากไปเอง คงแค่บังเอิญ ไม่เกิดเรื่องอะไรแย่ ๆ หรอก พอวันถัดมาพ่อของผมได้รับแจ้งจากครูประจำชั้นให้ไปพบ พ่อพาผมไปด้วย ครูแจ้งว่าแป้งเอาหมากฝรั่งป้ายหัวเพื่อนรวมชั้น 2คน พ่อถามแป้งว่าทำแบบนั้นจริงเหรอ เธอตอบว่าไม่ได้ทำ ครูก็เลยเปิดคลิปวิดีโอที่เด็กนักเรียนคนอื่นแอบถ่ายไว้ให้ดู หลังจากนั้นน้องผมก็เริ่มร้องไห้ออกมา "ก ก็หนูไม่ได้ตั้งใจนิ หนูแค่อยากแบ่งฝรั่งให้เพื่อนเองแต่เพื่อนเตี้ยเกินไปนิคะ ครูก็รู้ว่าหนู 12แล้ว หนูจะไปแกล้งเพื่อนแบบเด็ก ๆ แบบนั้นทำไมคะ แล้วต้องถึงขั้นเชิญผู้ปกครองก่อนมาคุยกับหนูก่อนเลยเหรอคะ" เหมือนน้องของผมจะพูดจริง ไม่สิการแสดงมากกว่า การแสดงของแป้งควรได้รางวัลออสการ์เลย หลังจากนั้นครูก็เชิญ 2คนนั้นมาพบและถามว่าโดนแกล้งรึเปล่า 2คนนั้นก็ตอบว่าไม่ ผมแทบไม่เชื่อสายตาว่าเด็ก 2คนนั้นจะยอมน้องผม นี่น้องผมไปทำอะไรเขาจนไม่กล้าพูดรึเปล่าเนี่ยหรือผมแค่คิดมากไป ตอนนี้น้องผมอายุ 20แล้ว น้องอยู่ช่วงฝึกงานของทางวิลัย ขอสงวนที่ฝึกงานน้องไว้นะครับ วันนึงแป้งแอบไปนอนบ้านเพื่อนและลางานโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เนื่องจากเป็นงานบริการ วันหยุดเลยเป็นแบบขั้นบันได มีคนหยุดแต่ทั้ง 2กับเลือกลาโดยที่เขาไม่อนุญาต แป้งโกหกว่าอยู่โคราชพาทวดไปหาหมอ ไม่มีใครพาไปเนื่องจากทุกคนทำงานหมด พอจับได้พี่ฝึกงานก็มาแจ้งให้พ่อผม ครั้งนี้เหมือนพ่อจะเบื่อที่จะถามน้องแล้ว ผมจึงถามน้องแทน แป้งไม่ตอบและเดินเหม่อลอยออกไป พร้อมพึมพำว่า 'ถ้าทวดป่วยจริง ๆ ก็จะไม่นับว่าเป็นการโกหกหรอก' หลังจากเห็นอาการน้อง ผมเลยบอกว่าแป้งควรพบจิตแพทย์นะ "แป้งไม่ได้บ้า แป้งปกติดี จะไปหาทำไม" ผมได้แต่เออออตามพ่อไป ผมไม่อยากขัดคำสั่งพ่อ เพราะพ่อเป็นคนเข้มงวดกับภาพลักษณ์มาก วันนึงผมจึงแกล้งหลอกน้องว่าจะพาไปเที่ยวเพื่อไปพบจิตแพทย์ แต่ว่าพอขับรถไปได้สักพัก เสียงไซเรนของรถตำรวจก็ดังขึ้นไล่หลัง ตอนแรกผมคิดว่าเขามาจับคนอื่นด้วยซ้ำแต่เปล่าเลย พวกเขาขับรถเทียบรถผม กดเปิดกระจกลง พร้อมอ้าปากใส่โทรโข่ง "กรุณาจอดรถด้วยครับ---" หลังจากนั้นเขาพูดอะไรผมก็ฟังไม่ชัด เพราะผมตื่นตระหนกจนหูวิ๊งไปหมด กลัวว่าแป้งจะไปก่อคดีอะไรที่ผมไม่รู้รึเปล่า รู้ตัวอีกทีผมและแป้งก็ลงมาจากรถแล้ว ตำรวจเชิญเราไปที่ สน.เพราะคิดว่าผมผัวพันกับคดีฆ่าคน! ผมเนี่ยนะ!? มันไม่ควรเป็นผมสิ มันควรเป็นแป้ง หลังจากนั้นเมื่อถึง สน. ผมก็โทรให้พ่อมาหา
"พ่อ ๆ บอกเขาสิว่าผมไม่ได้ทำ!"
"ใจเย็นก่อนเป้"
"ผมไม่ได้ทำจริง ๆ นะ ถ้าผมทำ ผมก็ต้องจำได้สิ"
"เฮ้อ"
"แป้งต่างหากที่เป็นคนท-
ผมยังพูดไม่จบ แก้มขวาของผมก็ได้กินหมัดขวาของพ่อ "เลิกโทษน้องได้แล้วอี ยิ้ม น้องตายห่าไปตั้งแต่วันที่กระถืบน้องไม่ย้ำแล้วอีสัส!"
"ฮะ"
ตอนนั้นผมรู้สึกสับสนไปหมด ความเจ็บปวดที่แก้มทำให้น้ำตาของผมออกมา การมองเห็นของผมเริ่มพล่ามัว "แป้งตั้งสติสิ นึกให้ดี ๆ ว่าทำอะไรไว้" และหลังจากนั้นผมก็หมดสติไป

17 ปีก่อน ณ ห้องจิตเวชเด็ก

"จิตใจของน้องน่าจะแตกสลายไปตั้งแต่วันที่ เอิ่ม วันนั้นแหละค่ะ เลยแกล้งทำเป็นเหมือนว่าแป้งยังอยู่และก่อนที่แป้งจะเสีย ในภาพจำของน้อง แป้งเป็นคนที่ดูโรคจิต อยากทำอะไรก็ทำ และเล่ห์เหลี่ยมเยอะ น้องก็เลยทำส่วนของแป้งตรงนั้นด้วยค่ะ"

หมายเหตุ: ไม่สามารถเอาไปอ้างอิงผู้ป่วยจิตเวชจริง ๆ ได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่