ครั้งแรกเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นกับวงน้องสาว STU48 ในการประกาศซิงเกิลหลักลำดับที่ 3 "Daisuki na Hito" เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งในครั้งนั้นฝ่ายบริหารได้ตัดสินใจจัดทำเซ็มบัตสึขนาดใหญ่พิเศษจำนวน 28 คน โดยมีนโยบายนำสมาชิกทั้งหมดจากรุ่นที่ 1 (1st Generation) และสมาชิกจากการดราฟต์รุ่นที่ 3 (3rd Draft Generation) ที่ยังคงปฏิบัติงานอยู่ในขณะนั้นเข้าเป็นเซ็มบัตสึเพลงหลักร่วมกันทั้งหมดโดยไม่มีผู้ใดตกหล่น
CGM รุ่นที่ 2
กับการติดเซมบัตสึเพลงหลัก "Kimi to Doko ka e Ikitai" ทั้ง 5 คน
จินน่าซึ่งเพิ่งได้รับการเลื่อนขั้นขึ้นสู่ทีมหลักเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 ก็สามารถเร่งพัฒนาการจัดระเบียบร่างกายและการแสดงบนเวทีจนได้รับความไว้วางใจให้ติดเซ็มบัตสึร่วมกับพี่ๆ ในรุ่นได้สำเร็จ
เอมม่า สมาชิกเพียงหนึ่งเดียวของรุ่นที่ยังอยู่ในสถานะเค็งคิวเซย์ (Trainee) กลับสามารถสร้างปรากฏการณ์ส่วนตัวด้วยการติดเซ็มบัตสึหลักติดต่อกันถึงสองซิงเกิล (ทั้งในซิงเกิลที่ 11 "Koi Tsunjatta" และซิงเกิลร่วมพิเศษนี้) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าศักยภาพรอบด้านและเสน่ห์เฉพาะตัวของเอมม่าได้รับการยอมรับในระดับสูงจากทีมบริหารและกลุ่มแฟนคลับอย่างประจักษ์แจ้ง
ลูกเกดขึ้นเป็นกัปตันวง
นานาเป็นรองกัปตันวง
จิงจิงเป็นกัปตันทีม C
การที่ค่ายตัดสินใจเลือกสมาชิกรุ่นที่ 2 ทั้งหมดติดเซ็มบัตสึร่วมกันในซิงเกิลเพื่อเป็นกระดูกสันหลังของวง สร้างภาพลักษณ์ความสามัคคีและความมั่นคงของผู้นำรุ่นใหม่ การที่รุ่น2 ปรากฏตัวในซิงเกิ้ลร่วมพิเศษนี้ ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ความพร้อมเพรียงและแสดงแสนยานุภาพความสามัคคีของกลุ่มผู้นำยุคใหม่ต่อหน้าสาธารณะชนและผู้สนับสนุน
การที่รุ่นที่ 2 ทั้ง 5 คน สามารถติดเซ็มบัตสึและสร้างผลงานได้อย่างคงเส้นคงวา จะเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจที่สำคัญให้แก่สมาชิกรุ่นที่ 3, 4 และ 5 ในการมุ่งมั่นฝึกซ้อมและพัฒนาทักษะ เพื่อรอวันที่จะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งเซ็มบัตสึในอนาคตเช่นกัน
รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ 48th ที่ติดเซมเพลงหลักเพลงเดียวกันทั้งรุ่น
ครั้งแรกเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นกับวงน้องสาว STU48 ในการประกาศซิงเกิลหลักลำดับที่ 3 "Daisuki na Hito" เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งในครั้งนั้นฝ่ายบริหารได้ตัดสินใจจัดทำเซ็มบัตสึขนาดใหญ่พิเศษจำนวน 28 คน โดยมีนโยบายนำสมาชิกทั้งหมดจากรุ่นที่ 1 (1st Generation) และสมาชิกจากการดราฟต์รุ่นที่ 3 (3rd Draft Generation) ที่ยังคงปฏิบัติงานอยู่ในขณะนั้นเข้าเป็นเซ็มบัตสึเพลงหลักร่วมกันทั้งหมดโดยไม่มีผู้ใดตกหล่น
CGM รุ่นที่ 2
กับการติดเซมบัตสึเพลงหลัก "Kimi to Doko ka e Ikitai" ทั้ง 5 คน
จินน่าซึ่งเพิ่งได้รับการเลื่อนขั้นขึ้นสู่ทีมหลักเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 ก็สามารถเร่งพัฒนาการจัดระเบียบร่างกายและการแสดงบนเวทีจนได้รับความไว้วางใจให้ติดเซ็มบัตสึร่วมกับพี่ๆ ในรุ่นได้สำเร็จ
เอมม่า สมาชิกเพียงหนึ่งเดียวของรุ่นที่ยังอยู่ในสถานะเค็งคิวเซย์ (Trainee) กลับสามารถสร้างปรากฏการณ์ส่วนตัวด้วยการติดเซ็มบัตสึหลักติดต่อกันถึงสองซิงเกิล (ทั้งในซิงเกิลที่ 11 "Koi Tsunjatta" และซิงเกิลร่วมพิเศษนี้) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าศักยภาพรอบด้านและเสน่ห์เฉพาะตัวของเอมม่าได้รับการยอมรับในระดับสูงจากทีมบริหารและกลุ่มแฟนคลับอย่างประจักษ์แจ้ง
ลูกเกดขึ้นเป็นกัปตันวง
นานาเป็นรองกัปตันวง
จิงจิงเป็นกัปตันทีม C
การที่ค่ายตัดสินใจเลือกสมาชิกรุ่นที่ 2 ทั้งหมดติดเซ็มบัตสึร่วมกันในซิงเกิลเพื่อเป็นกระดูกสันหลังของวง สร้างภาพลักษณ์ความสามัคคีและความมั่นคงของผู้นำรุ่นใหม่ การที่รุ่น2 ปรากฏตัวในซิงเกิ้ลร่วมพิเศษนี้ ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ความพร้อมเพรียงและแสดงแสนยานุภาพความสามัคคีของกลุ่มผู้นำยุคใหม่ต่อหน้าสาธารณะชนและผู้สนับสนุน
การที่รุ่นที่ 2 ทั้ง 5 คน สามารถติดเซ็มบัตสึและสร้างผลงานได้อย่างคงเส้นคงวา จะเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจที่สำคัญให้แก่สมาชิกรุ่นที่ 3, 4 และ 5 ในการมุ่งมั่นฝึกซ้อมและพัฒนาทักษะ เพื่อรอวันที่จะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งเซ็มบัตสึในอนาคตเช่นกัน