เมื่อพูดถึงบาร์ คุณมักนึกถึงสถานที่แสงสลัว เสียงดนตรีกระหึ่ม และความมึนเมา
แต่ที่ Lecture Bar เป็นเสมือนห้องเรียนยามค่ำที่คุณจะได้พบกับผู้คนที่มาแบ่งปัน
ความคิด ความรู้ และประสบการณ์ในบรรยากาศผ่อนคลาย
บทความนี้แนะนำ Lecture Bar 7 แห่งในกรุงเทพฯ เผื่อคุณอยากจะไปเปิดประสบการณ์แปลกใหม่นี้ค่ะ
(ที่มา : Time Out Bangkok)
7 เลคเชอร์บาร์ในกรุงเทพฯ ที่เสิร์ฟบทสนทนาจริงจังพอๆ กับเครื่องดื่ม
1. Almost Sober Club ที่ Neighbor Thonglor
สุขุมวิท 53 ซอยไปดีมาดี เขตวัฒนา เปิดทุกวัน เวลา 18.00–02.00 น.

แสงสีแดงเข้มที่อาบทั่ว Almost Sober Club ไม่ได้ชวนให้หลงลืมสติ
หากกลับชวนให้ผู้คนใช้เวลาทบทวนตัวเอง ‘เมาพอประมาณ’ คือจุดสมดุลของที่นี่
ค็อกเทลแต่ละแก้วจึงมาพร้อมบทสนทนาเกี่ยวกับภาวะหมดไฟ ความสัมพันธ์
และการเติบโตของชีวิต มากกว่าจะเป็นเพียงเครื่องดื่มสำหรับค่ำคืนหนึ่ง
แขกผู้มาเยือนมีตั้งแต่ศิลปิน พอดแคสเตอร์ ไปจนถึงอาจารย์มหาวิทยาลัย
ที่ผลัดกันแบ่งปันทั้งประสบการณ์และความคิด ในขณะที่เมนูอย่าง Burnout,
Multitasking และ Never Enough ก็สะท้อนธีมของค่ำคืนได้อย่างแยบยล
ล่าสุดยังหยิบประเด็น ‘ความเหงา’ มาคลี่คลายผ่านมุมมองของประวัติศาสตร์
เมือง และเทคโนโลยี ราวกับค็อกเทลทุกแก้วกำลังชวนให้เราดื่มด่ำกับคำถามของชีวิตไปพร้อมกัน
2. บาร์ฐกถา ที่ Mutual Bar
ซอยสุขุมวิท 24 เขตคลองตัน เปิดทุกวัน 19.00 น. – เที่ยงคืน

ห้องเรียนที่เปลี่ยนโต๊ะเลคเชอร์ให้กลายเป็นบาร์ค็อกเทล
เมื่อไฟนีออนสีแดงส่องกระทบจอโปรเจกเตอร์ Mutual Bar ก็แปลงโฉมเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้
ในชื่อ บาร์ฐกถา ที่นี่คุณอาจกำลังจิบค็อกเทลไปพร้อมกับฟังเรื่องเชอร์ล็อก โฮล์มส์
ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในศตวรรษที่ 19 หรือแม้แต่การผูกขาดอำนาจของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี
บาร์ยังคงรักษามาตรฐานด้านเครื่องดื่มไว้อย่างจริงจัง แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนกลับมา คือรายชื่อวิทยากร
ที่เต็มไปด้วยนักวิชาการและอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในสายศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์
ราวกับคืนหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ไม่มีการเช็กชื่อ ไม่มีข้อสอบ และไม่มีคะแนน
มีเพียงความสุขจากการได้เรียนรู้สิ่งใหม่พร้อมค็อกเทลแก้วโปรด
3. Haven Cocktail Bar
ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร ปิดเฉพาะวันอังคาร เวลา 19.00–01.00 น.

Haven Cocktail Bar เชื่อว่าค็อกเทลไม่ใช่คำตอบของทุกปัญหา แต่สามารถเป็นจุดเริ่มต้น
ของบทสนทนาที่ช่วยเยียวยาได้ ผ่านกิจกรรม Sip & Deep Talk ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนพูดคุย
กับนักบำบัดและที่ปรึกษาอย่างจริงใจ
บทสนทนาพาเดินทางตั้งแต่ความรัก การจัดการชีวิต ไปจนถึงเรื่องการเงิน
ขณะที่กิจกรรมอย่างเกมสวมบทบาท ไพ่ทาโรต์ หรือเวิร์กช็อปศิลปะและมิกโซโลยี
ก็ชวนให้ผู้ร่วมกิจกรรมสำรวจตัวเองผ่านสี กลิ่น และรสชาติของเครื่องดื่ม
ทุกค่ำคืนจึงเหมือนการเดินทางกลับมาพบตัวเองอีกครั้ง มากกว่าจะเป็นการหลีกหนีความจริง
4. ประชาบาร์
ถนนสี่พระยา เขตบางรัก เปิดทุกวันพุธ–เสาร์ เวลา 17.00–23.00 น.

ซ่อนตัวอยู่เหนือร้านอาหารใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประชาบาร์ เป็นพื้นที่ที่สร้างขึ้นจากความเชื่อว่า
การเมืองและชุมชนไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องประชุมเสมอไป
หนังสือ กระดานบอร์ดเกม และบทสนทนาเล็กๆ สามารถก่อกำเนิดความคิดใหม่ได้เช่นกัน
บาร์แห่งนี้จัดทั้งงานเปิดตัวหนังสือ ฉายภาพยนตร์ และวงเสวนาที่ให้นักศึกษาและนักวิชาการ
นั่งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเท่าเทียม หัวใจของทุกบทสนทนายังคงวนเวียนอยู่กับ ‘สามย่าน’
และผู้คนที่อาศัยอยู่ในนั้น จนอดคิดไม่ได้ว่า คืนหนึ่งที่ตั้งใจออกมาดื่ม อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้น
ของการขับเคลื่อนสังคมก็เป็นได้
5. Sip & Sage ที่ En Bar
ถนนพหลโยธิน สามเสนใน พญาไท ปิดเฉพาะวันอาทิตย์–จันทร์ เวลา 19.00–01.00 น.

En Bar เปล่งแสงสีอำพันอ่อนๆ ต้อนรับทั้งคนทำงานยามค่ำคืนและผู้ที่กำลังมองหาพื้นที่เงียบๆ สำหรับใช้ความคิด
โต๊ะทำงาน ปลั๊กไฟ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทำให้ที่นี่เป็นเหมือนคาเฟ่ 24 ชั่วโมงในเวอร์ชันที่เสิร์ฟคราฟต์ม็อกเทลแทนกาแฟ
ซีรีส์เสวนา Sip & Sage พาผู้ฟังท่องไปตั้งแต่วิวัฒนาการของภาพยนตร์ ภาษาเฉพาะของผู้คนในสังคม
ไปจนถึงธรรมะและการสำรวจอวกาศ ความรู้ที่ฟังดูหนักแน่นกลับถูกถ่ายทอดอย่างเป็นกันเอง จนทุกค่ำคืน
เหมือนการเปิดหนังสือบทใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่ในห้องเรียน
6. The Lovers' Plan ที่ Tuff Bar ชั้น 3
ถนนพระราม 4 สุริยวงศ์ บางรัก ปิดเฉพาะวันอังคาร เวลา 18.00–01.00 น.

Tuff Bar คือบ้านของชุมชนแซฟฟิก เลสเบียน คนข้ามเพศ และพันธมิตรผู้เชื่อในความหลากหลาย
ที่นี่ไม่ได้หยิบสีรุ้งมาเป็นเพียงสัญลักษณ์ หากใช้บทสนทนาและความรู้เป็นเครื่องมือในการทำความเข้าใจ
ประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของผู้คน
เวทีเสวนาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แซฟฟิกไทยเกิดขึ้นควบคู่กับค่ำคืนแห่งการเต้นรำ การฉายภาพยนตร์
และปาร์ตี้แต่งกายสุดสร้างสรรค์ บาร์แห่งนี้จึงเป็นทั้งพื้นที่แห่งการเคลื่อนไหวและการโอบรับ
ทุกเสียงหัวเราะคือการประกาศว่าทุกคนมีพื้นที่ให้เป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่
7. Wasteland
ซอยปรีดี พนมยงค์ 1 (ซอยเอดิสัน) ถนนสุขุมวิท 71 เปิดทุกวัน 18.00 น. – เที่ยงคืน

Wasteland มองเศษวัตถุดิบที่หลายคนมองข้ามว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นไปได้ใหม่ๆ
เปลือก ผลไม้ หรือส่วนเกินจากครัว ถูกนำกลับมาทดลองในห้องวิจัยขนาดย่อม
ก่อนกลายเป็นค็อกเทลที่ทั้งสร้างสรรค์และยั่งยืน
ความหลงใหลไม่ได้หยุดอยู่เพียงหลังบาร์ พวกเขายังเปิดเวิร์กช็อป ทัศนศึกษา และคลาสเรียน
สำหรับบาร์เทนเดอร์รุ่นใหม่ที่เรียกตัวเองว่า ‘Wastelanders’ พร้อมโปรเจกต์ Browse R&D
ที่สร้างสรรค์ค็อกเทลสูตรใหม่ทุกสัปดาห์ตลอดสามเดือน ที่นี่จึงไม่ใช่เพียงบาร์
แต่คือห้องทดลองที่พิสูจน์ว่า แม้สิ่งที่ถูกมองว่าไร้ค่า ก็สามารถเบ่งบานเป็นความงดงามบทใหม่ได้
หากมีคนมองเห็นคุณค่าของมัน
Lecture Bar เมื่อบาร์ไม่ได้มีแค่เครื่องดื่มและเสียงดนตรี
แต่ที่ Lecture Bar เป็นเสมือนห้องเรียนยามค่ำที่คุณจะได้พบกับผู้คนที่มาแบ่งปัน
ความคิด ความรู้ และประสบการณ์ในบรรยากาศผ่อนคลาย
บทความนี้แนะนำ Lecture Bar 7 แห่งในกรุงเทพฯ เผื่อคุณอยากจะไปเปิดประสบการณ์แปลกใหม่นี้ค่ะ
(ที่มา : Time Out Bangkok)
7 เลคเชอร์บาร์ในกรุงเทพฯ ที่เสิร์ฟบทสนทนาจริงจังพอๆ กับเครื่องดื่ม
1. Almost Sober Club ที่ Neighbor Thonglor
สุขุมวิท 53 ซอยไปดีมาดี เขตวัฒนา เปิดทุกวัน เวลา 18.00–02.00 น.
แสงสีแดงเข้มที่อาบทั่ว Almost Sober Club ไม่ได้ชวนให้หลงลืมสติ
หากกลับชวนให้ผู้คนใช้เวลาทบทวนตัวเอง ‘เมาพอประมาณ’ คือจุดสมดุลของที่นี่
ค็อกเทลแต่ละแก้วจึงมาพร้อมบทสนทนาเกี่ยวกับภาวะหมดไฟ ความสัมพันธ์
และการเติบโตของชีวิต มากกว่าจะเป็นเพียงเครื่องดื่มสำหรับค่ำคืนหนึ่ง
แขกผู้มาเยือนมีตั้งแต่ศิลปิน พอดแคสเตอร์ ไปจนถึงอาจารย์มหาวิทยาลัย
ที่ผลัดกันแบ่งปันทั้งประสบการณ์และความคิด ในขณะที่เมนูอย่าง Burnout,
Multitasking และ Never Enough ก็สะท้อนธีมของค่ำคืนได้อย่างแยบยล
ล่าสุดยังหยิบประเด็น ‘ความเหงา’ มาคลี่คลายผ่านมุมมองของประวัติศาสตร์
เมือง และเทคโนโลยี ราวกับค็อกเทลทุกแก้วกำลังชวนให้เราดื่มด่ำกับคำถามของชีวิตไปพร้อมกัน
2. บาร์ฐกถา ที่ Mutual Bar
ซอยสุขุมวิท 24 เขตคลองตัน เปิดทุกวัน 19.00 น. – เที่ยงคืน
ห้องเรียนที่เปลี่ยนโต๊ะเลคเชอร์ให้กลายเป็นบาร์ค็อกเทล
เมื่อไฟนีออนสีแดงส่องกระทบจอโปรเจกเตอร์ Mutual Bar ก็แปลงโฉมเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้
ในชื่อ บาร์ฐกถา ที่นี่คุณอาจกำลังจิบค็อกเทลไปพร้อมกับฟังเรื่องเชอร์ล็อก โฮล์มส์
ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในศตวรรษที่ 19 หรือแม้แต่การผูกขาดอำนาจของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี
บาร์ยังคงรักษามาตรฐานด้านเครื่องดื่มไว้อย่างจริงจัง แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนกลับมา คือรายชื่อวิทยากร
ที่เต็มไปด้วยนักวิชาการและอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในสายศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์
ราวกับคืนหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ไม่มีการเช็กชื่อ ไม่มีข้อสอบ และไม่มีคะแนน
มีเพียงความสุขจากการได้เรียนรู้สิ่งใหม่พร้อมค็อกเทลแก้วโปรด
3. Haven Cocktail Bar
ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร ปิดเฉพาะวันอังคาร เวลา 19.00–01.00 น.
Haven Cocktail Bar เชื่อว่าค็อกเทลไม่ใช่คำตอบของทุกปัญหา แต่สามารถเป็นจุดเริ่มต้น
ของบทสนทนาที่ช่วยเยียวยาได้ ผ่านกิจกรรม Sip & Deep Talk ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนพูดคุย
กับนักบำบัดและที่ปรึกษาอย่างจริงใจ
บทสนทนาพาเดินทางตั้งแต่ความรัก การจัดการชีวิต ไปจนถึงเรื่องการเงิน
ขณะที่กิจกรรมอย่างเกมสวมบทบาท ไพ่ทาโรต์ หรือเวิร์กช็อปศิลปะและมิกโซโลยี
ก็ชวนให้ผู้ร่วมกิจกรรมสำรวจตัวเองผ่านสี กลิ่น และรสชาติของเครื่องดื่ม
ทุกค่ำคืนจึงเหมือนการเดินทางกลับมาพบตัวเองอีกครั้ง มากกว่าจะเป็นการหลีกหนีความจริง
4. ประชาบาร์
ถนนสี่พระยา เขตบางรัก เปิดทุกวันพุธ–เสาร์ เวลา 17.00–23.00 น.
ซ่อนตัวอยู่เหนือร้านอาหารใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประชาบาร์ เป็นพื้นที่ที่สร้างขึ้นจากความเชื่อว่า
การเมืองและชุมชนไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องประชุมเสมอไป
หนังสือ กระดานบอร์ดเกม และบทสนทนาเล็กๆ สามารถก่อกำเนิดความคิดใหม่ได้เช่นกัน
บาร์แห่งนี้จัดทั้งงานเปิดตัวหนังสือ ฉายภาพยนตร์ และวงเสวนาที่ให้นักศึกษาและนักวิชาการ
นั่งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเท่าเทียม หัวใจของทุกบทสนทนายังคงวนเวียนอยู่กับ ‘สามย่าน’
และผู้คนที่อาศัยอยู่ในนั้น จนอดคิดไม่ได้ว่า คืนหนึ่งที่ตั้งใจออกมาดื่ม อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้น
ของการขับเคลื่อนสังคมก็เป็นได้
5. Sip & Sage ที่ En Bar
ถนนพหลโยธิน สามเสนใน พญาไท ปิดเฉพาะวันอาทิตย์–จันทร์ เวลา 19.00–01.00 น.
En Bar เปล่งแสงสีอำพันอ่อนๆ ต้อนรับทั้งคนทำงานยามค่ำคืนและผู้ที่กำลังมองหาพื้นที่เงียบๆ สำหรับใช้ความคิด
โต๊ะทำงาน ปลั๊กไฟ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทำให้ที่นี่เป็นเหมือนคาเฟ่ 24 ชั่วโมงในเวอร์ชันที่เสิร์ฟคราฟต์ม็อกเทลแทนกาแฟ
ซีรีส์เสวนา Sip & Sage พาผู้ฟังท่องไปตั้งแต่วิวัฒนาการของภาพยนตร์ ภาษาเฉพาะของผู้คนในสังคม
ไปจนถึงธรรมะและการสำรวจอวกาศ ความรู้ที่ฟังดูหนักแน่นกลับถูกถ่ายทอดอย่างเป็นกันเอง จนทุกค่ำคืน
เหมือนการเปิดหนังสือบทใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่ในห้องเรียน
6. The Lovers' Plan ที่ Tuff Bar ชั้น 3
ถนนพระราม 4 สุริยวงศ์ บางรัก ปิดเฉพาะวันอังคาร เวลา 18.00–01.00 น.
Tuff Bar คือบ้านของชุมชนแซฟฟิก เลสเบียน คนข้ามเพศ และพันธมิตรผู้เชื่อในความหลากหลาย
ที่นี่ไม่ได้หยิบสีรุ้งมาเป็นเพียงสัญลักษณ์ หากใช้บทสนทนาและความรู้เป็นเครื่องมือในการทำความเข้าใจ
ประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของผู้คน
เวทีเสวนาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แซฟฟิกไทยเกิดขึ้นควบคู่กับค่ำคืนแห่งการเต้นรำ การฉายภาพยนตร์
และปาร์ตี้แต่งกายสุดสร้างสรรค์ บาร์แห่งนี้จึงเป็นทั้งพื้นที่แห่งการเคลื่อนไหวและการโอบรับ
ทุกเสียงหัวเราะคือการประกาศว่าทุกคนมีพื้นที่ให้เป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่
7. Wasteland
ซอยปรีดี พนมยงค์ 1 (ซอยเอดิสัน) ถนนสุขุมวิท 71 เปิดทุกวัน 18.00 น. – เที่ยงคืน
Wasteland มองเศษวัตถุดิบที่หลายคนมองข้ามว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นไปได้ใหม่ๆ
เปลือก ผลไม้ หรือส่วนเกินจากครัว ถูกนำกลับมาทดลองในห้องวิจัยขนาดย่อม
ก่อนกลายเป็นค็อกเทลที่ทั้งสร้างสรรค์และยั่งยืน
ความหลงใหลไม่ได้หยุดอยู่เพียงหลังบาร์ พวกเขายังเปิดเวิร์กช็อป ทัศนศึกษา และคลาสเรียน
สำหรับบาร์เทนเดอร์รุ่นใหม่ที่เรียกตัวเองว่า ‘Wastelanders’ พร้อมโปรเจกต์ Browse R&D
ที่สร้างสรรค์ค็อกเทลสูตรใหม่ทุกสัปดาห์ตลอดสามเดือน ที่นี่จึงไม่ใช่เพียงบาร์
แต่คือห้องทดลองที่พิสูจน์ว่า แม้สิ่งที่ถูกมองว่าไร้ค่า ก็สามารถเบ่งบานเป็นความงดงามบทใหม่ได้
หากมีคนมองเห็นคุณค่าของมัน