เธอหันมายิ้มแล้วพูดเบา ๆ
"เสาร์นี้...ว่างไหม"
ผมหัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงตัวเอง
"ว่าง"
"ไปกินข้าวกันไหม"
ผมตอบแทบจะทันที
"ได้สิ"
เธอยิ้ม
"งั้นหลังเต้นนะ"
คืนนั้นผมกลับห้องด้วยรอยยิ้ม
นี่คงเป็นครั้งแรกที่เราจะเจอกันนอกสวนลุม
ผมนอนไม่หลับทั้งคืน
วันเสาร์ผมแต่งตัวดีกว่าปกติ
ถึงสวนลุมตั้งแต่หกโมง
แต่หกโมงครึ่ง...
เธอยังไม่มา
หกโมงสี่สิบ...
ไม่มี
หนึ่งทุ่ม...
ก็ยังไม่มี
ผมหยิบมือถือขึ้นมา
ไม่มีข้อความ
ไม่มีสายที่ไม่ได้รับ
ผมเริ่มใจไม่ดี
ผ่านไปเกือบชั่วโมง
มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา
"สวัสดีครับ ใช่เจ้าของเบอร์นี้ไหม"
"ครับ"
"พอดีในมือถือเครื่องนี้ เบอร์คุณถูกบันทึกไว้ว่า..."
"...'คนเต้นสวนลุม'"
ผมชะงัก
ปลายสายพูดต่อ
"เจ้าของมือถือเกิดอุบัติเหตุล้มตรงทางวิ่งครับ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล"
ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวิ่งไปขึ้นแท็กซี่ตอนไหน
เมื่อไปถึง
เธอนั่งอยู่บนเตียง
แขนเข้าเฝือก
ข้อเท้าแพลง
แต่ยังยิ้มได้
พอเห็นผม เธอหัวเราะ
"ตกใจล่ะสิ"
ผมถอนหายใจแรง
"นึกว่าจะ..."
ผมพูดไม่จบ
เธอเงียบ
แล้วพูดประโยคหนึ่ง
"มีเรื่องจะบอก"
ผมพยักหน้า
เธอหยิบมือถือที่หน้าจอแตกออกมา
เปิดแอปโน้ต
แล้วส่งให้ผม
ข้างในมีข้อความสั้น ๆ
ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่กล้าบอกเขา...ก็ลบทิ้งซะ
ด้านล่างเป็นข้อความที่เขียนค้างไว้
"จริง ๆ แล้ว ฉันชอบนายตั้งแต่วันที่นายยืนเต้นผิดจังหวะวันแรก"
"ที่มาสวนลุมทุกวัน...ไม่ใช่เพราะชอบเต้น"
"แต่เพราะหวังว่าจะเจอนาย"
ผมอ่านจบ
เงยหน้ามองเธอ
เธอหน้าแดงจนไม่กล้าสบตา
ก่อนจะพูดเบา ๆ
"ตั้งใจจะให้อ่านคืนนี้...แต่ดันล้มก่อน"
ผมหัวเราะทั้งที่น้ำตาคลอ
"บังเอิญจัง"
เธอขมวดคิ้ว
"อะไร"
ผมหยิบมือถือของตัวเอง
เปิดโน้ตเหมือนกัน
แล้วยื่นให้เธอ
ข้อความในนั้นเขียนไว้ตั้งแต่เมื่อคืน
"หลังเต้นวันนี้...จะถามเธอว่า เป็นแฟนกันไหม"
เธอเงียบไปพักใหญ่
ก่อนจะหัวเราะทั้งน้ำตา
"สรุปว่า..."
"ต่างคนต่างเตรียมมาสารภาพ"
ผมพยักหน้า
"ใช่"
เธอมองหน้าผมแล้วยิ้ม
"งั้นไม่ต้องถามแล้ว"
"ถือว่าคำตอบคือ...ตกลง"
จนถึงวันนี้
เรายังไปสวนลุมเหมือนเดิม
แต่เวลามีคนแซวว่า
"เจอกันที่นี่เหรอ"
พวกเราจะหัวเราะแล้วตอบว่า
"เปล่า..."
"เราเกือบจะเดินสวนกันไปตลอดชีวิตแล้ว"
เพราะถ้าวันนั้นเธอไม่ล้ม...
ถ้าวันนั้นมีใครโทรหาเบอร์อื่นก่อน...
หรือถ้าวันนั้นต่างคนต่างไม่กล้าพูด
บางที...
ผู้ชายคนหนึ่งกับผู้หญิงใส่หมวกแก๊ปสีขาว
คงเป็นแค่ "คนที่เคยเต้นอยู่ข้างกัน"
ไม่ใช่ "คนข้าง ๆ กัน" อย่างทุกวันนี้.
แค่ตั้งใจไปเต้นแอโรบิกที่สวนลุม แต่ดันได้รู้จักคนที่ทำให้ทุกเย็นมีความหมาย Ep จบ
"เสาร์นี้...ว่างไหม"
ผมหัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงตัวเอง
"ว่าง"
"ไปกินข้าวกันไหม"
ผมตอบแทบจะทันที
"ได้สิ"
เธอยิ้ม
"งั้นหลังเต้นนะ"
คืนนั้นผมกลับห้องด้วยรอยยิ้ม
นี่คงเป็นครั้งแรกที่เราจะเจอกันนอกสวนลุม
ผมนอนไม่หลับทั้งคืน
วันเสาร์ผมแต่งตัวดีกว่าปกติ
ถึงสวนลุมตั้งแต่หกโมง
แต่หกโมงครึ่ง...
เธอยังไม่มา
หกโมงสี่สิบ...
ไม่มี
หนึ่งทุ่ม...
ก็ยังไม่มี
ผมหยิบมือถือขึ้นมา
ไม่มีข้อความ
ไม่มีสายที่ไม่ได้รับ
ผมเริ่มใจไม่ดี
ผ่านไปเกือบชั่วโมง
มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา
"สวัสดีครับ ใช่เจ้าของเบอร์นี้ไหม"
"ครับ"
"พอดีในมือถือเครื่องนี้ เบอร์คุณถูกบันทึกไว้ว่า..."
"...'คนเต้นสวนลุม'"
ผมชะงัก
ปลายสายพูดต่อ
"เจ้าของมือถือเกิดอุบัติเหตุล้มตรงทางวิ่งครับ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล"
ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวิ่งไปขึ้นแท็กซี่ตอนไหน
เมื่อไปถึง
เธอนั่งอยู่บนเตียง
แขนเข้าเฝือก
ข้อเท้าแพลง
แต่ยังยิ้มได้
พอเห็นผม เธอหัวเราะ
"ตกใจล่ะสิ"
ผมถอนหายใจแรง
"นึกว่าจะ..."
ผมพูดไม่จบ
เธอเงียบ
แล้วพูดประโยคหนึ่ง
"มีเรื่องจะบอก"
ผมพยักหน้า
เธอหยิบมือถือที่หน้าจอแตกออกมา
เปิดแอปโน้ต
แล้วส่งให้ผม
ข้างในมีข้อความสั้น ๆ
ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่กล้าบอกเขา...ก็ลบทิ้งซะ
ด้านล่างเป็นข้อความที่เขียนค้างไว้
"จริง ๆ แล้ว ฉันชอบนายตั้งแต่วันที่นายยืนเต้นผิดจังหวะวันแรก"
"ที่มาสวนลุมทุกวัน...ไม่ใช่เพราะชอบเต้น"
"แต่เพราะหวังว่าจะเจอนาย"
ผมอ่านจบ
เงยหน้ามองเธอ
เธอหน้าแดงจนไม่กล้าสบตา
ก่อนจะพูดเบา ๆ
"ตั้งใจจะให้อ่านคืนนี้...แต่ดันล้มก่อน"
ผมหัวเราะทั้งที่น้ำตาคลอ
"บังเอิญจัง"
เธอขมวดคิ้ว
"อะไร"
ผมหยิบมือถือของตัวเอง
เปิดโน้ตเหมือนกัน
แล้วยื่นให้เธอ
ข้อความในนั้นเขียนไว้ตั้งแต่เมื่อคืน
"หลังเต้นวันนี้...จะถามเธอว่า เป็นแฟนกันไหม"
เธอเงียบไปพักใหญ่
ก่อนจะหัวเราะทั้งน้ำตา
"สรุปว่า..."
"ต่างคนต่างเตรียมมาสารภาพ"
ผมพยักหน้า
"ใช่"
เธอมองหน้าผมแล้วยิ้ม
"งั้นไม่ต้องถามแล้ว"
"ถือว่าคำตอบคือ...ตกลง"
จนถึงวันนี้
เรายังไปสวนลุมเหมือนเดิม
แต่เวลามีคนแซวว่า
"เจอกันที่นี่เหรอ"
พวกเราจะหัวเราะแล้วตอบว่า
"เปล่า..."
"เราเกือบจะเดินสวนกันไปตลอดชีวิตแล้ว"
เพราะถ้าวันนั้นเธอไม่ล้ม...
ถ้าวันนั้นมีใครโทรหาเบอร์อื่นก่อน...
หรือถ้าวันนั้นต่างคนต่างไม่กล้าพูด
บางที...
ผู้ชายคนหนึ่งกับผู้หญิงใส่หมวกแก๊ปสีขาว
คงเป็นแค่ "คนที่เคยเต้นอยู่ข้างกัน"
ไม่ใช่ "คนข้าง ๆ กัน" อย่างทุกวันนี้.