เจ็บนี้อีกนาน "เอ็มบัปเป้" ระบายทุกความในใจ หลังฝรั่งเศส ชวดแชมป์ฟุตบอลโลก 2026



เจ็บนี้อีกนาน "เอ็มบัปเป้" ระบายทุกความในใจ หลังฝรั่งเศส ชวดแชมป์ฟุตบอลโลก 2026


วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงกัปตันทีมชาติฝรั่งเศส เผยความรู้สึกหลังจากไม่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ได้ตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่ง "ทัพตราไก่" จบอันดับ 4 ปิดฉากการคุมทีม 14 ปีของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์

แม้ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ จะคว้ารางวัลดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2026 จากผลงาน 10 ประตู และเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย จากการซัดรวม 22 ประตู แต่หัวหอกจาก เรอัล มาดริด ยืนยันว่าเขาอยากได้แชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ต่อจากปี 2018 มากกว่า

คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เปิดใจถึงฟุตบอลโลก 2026 ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวดังนี้

ขอบคุณครับ

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกมากมาย เป็นช่วงเวลาที่เราก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง และภาคภูมิใจที่ได้สวมเสื้อสีประจำชาติฝรั่งเศสลงสนาม เหนือสิ่งอื่นใดคือ "แพชชั่น" หรือความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนทั้งตัวเราในสนามและพวกคุณทุกคน ไม่ว่าจะรับชมอยู่ที่บ้านหรือส่งเสียงเชียร์อยู่บนอัฒจันทร์ นี่คือประสบการณ์ที่เราได้ร่วมแบ่งปันกัน เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง

เราไม่ได้นำถ้วยแชมป์กลับบ้านมาด้วยกัน มันเป็นความเจ็บปวดและคงจะเจ็บปวดไปอีกสักพัก ผมคงไม่ปฏิเสธความรู้สึกนี้ ผมภูมิใจที่ได้รางวัลรองเท้าทองคำ (Golden Boot) แต่มันคงมีความหมายมากกว่านี้หากได้ครองถ้วยแชมป์โลกด้วย บางทีเราอาจติดค้างตอนจบที่ดีกว่านี้ไว้กับพวกคุณ แต่เราไม่สามารถกำหนดบทสรุปของเรื่องราวได้เสมอไป สิ่งที่เราเลือกได้คือความทุ่มเทที่เราใส่ลงไป และเราก็ได้ทุ่มเททุกอย่างที่มีแล้ว นั่นคือสิ่งที่พวกเราภูมิใจได้

ขอบคุณเพื่อนร่วมทีมทุกคน หากปราศจากการทำงานหนัก การวิ่งทำทาง การจ่ายบอล และจิตวิญญาณที่ผลักดันเราตั้งแต่แมตช์แรกจนถึงนัดสุดท้าย ผมคงไม่มีทางทำประตูได้มากมายขนาดนี้ รางวัลนี้เป็นของทีมพอๆ กับที่เป็นของผม ตอนเด็กๆ ผมเคยฝันว่าจะได้ลงเล่นในฟุตบอลโลกสักครั้งเดียวก็ยังดี แต่ตอนนี้ผมได้ลงเล่นมาแล้วถึง 3 ครั้ง คว้าแชมป์มาได้ 1 ครั้ง และปีนี้ยังได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ในการสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติ ผมจะไม่มีวันลืมช่วงเวลานี้เลย

พวกคุณมากมายยอมอดหลับอดนอน บางคนถึงขั้นดึกดื่นค่อนคืนเพื่อเฝ้าดูเราลงแข่งซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปคนละซีกโลก พวกคุณรวมตัวกันทั้งที่บ้านและตามร้านต่างๆ ร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูง ทั้งในฝรั่งเศสและดินแดนอื่นๆ ทั่วโลก บางส่วนก็มาเชียร์เราถึงขอบสนามพร้อมกับธงชาติฝรั่งเศสที่โบกสะบัด มีทั้งเด็กๆ ที่ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ผู้คนทุกเพศทุกวัยและทุกภูมิหลังที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวด้วยความสุขเรียบง่ายจากการได้แบ่งปันช่วงเวลาเหล่านี้ร่วมกัน

พวกคุณไม่เคยเลิกเชื่อมั่นในตัวเราเลย แม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด หรือแม้แต่ในยามที่เราอาจจะไม่ได้ทำผลงานได้ดีสมกับกำลังใจที่ได้รับ เรื่องราวนี้ถูกเขียนขึ้นด้วยมือของผู้คนนับล้าน ไม่ใช่แค่ผู้เล่น 11 คนในสนาม แต่ทุกคนต่างขับเคลื่อนด้วยแพชชั่นเดียวกัน

และสำหรับดิดิเยร์ ผมได้พูดทุกอย่างที่อยากพูดไปหมดแล้ว เขาเข้าใจดี ขอขอบคุณเขา ทีมงานทุกคน นักกายภาพบำบัด เชฟ โค้ชฟิตเนส พนักงานขับรถ และทุกคนที่ทำงานอยู่เบื้องหลังซึ่งไม่มีใครมองเห็น แต่หากปราศจากพวกเขาแล้ว เรื่องราวทั้งหมดนี้คงไม่อาจเกิดขึ้นได้ และขอขอบคุณทุกคนที่ให้การต้อนรับและสนับสนุนพวกเราตลอดการเดินทางทั่วสหรัฐอเมริกา

โดยเนื้อแท้แล้ว ฟุตบอลก็ยังคงเป็นเกมการแข่งขัน เป็นเกมที่เราทุ่มเทจริงจังและใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อฝึกฝนให้เชี่ยวชาญ แต่มันก็ยังเป็นเพียงเกมอยู่วันยังค่ำ และท้ายที่สุดแล้ว หัวใจสำคัญของมันก็ยังคงเหมือนกับตอนที่เราเริ่มเล่นครั้งแรก นั่นคือ ลูกฟุตบอล ประตู และความปรารถนาที่จะทำประตูให้ได้ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้กีฬานี้หลอมรวมพวกเราเข้าด้วยกัน

ฟุตบอลโลกครั้งนี้จบลงแล้ว แต่เรื่องราวของเรายังคงดำเนินต่อไป จะยังมีแมตช์การแข่งขันอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว ที่เราจะได้กลับมารวมตัวกันเพื่อเกมกีฬานี้อีกครั้ง พร้อมด้วยความตื่นเต้นเร้าใจที่ไม่เคยลดน้อยถอยลง เส้นทางที่เราก้าวเดินร่วมกันยังอีกยาวไกลและยังไม่สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้

ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้


*ภาพจาก Instagram : k.mbappe




ที่มา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่