กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น นักบวชหนุ่มซุยโอะ เป็นศิษย์เอกของอาจารย์ฮาคุอิน และต่อมาก็กลายเป็นครูเซนผู้มีเมตตาและความหนักแน่น
ในช่วงฤดูฝึกปิดวัด เขาเปิดสำนักบนภูเขาให้ผู้ใฝ่ธรรมได้มาฝึกสมาธิอย่างจริงจัง
วันหนึ่ง มีชายหนุ่มผู้เดินทางไกลจากเกาะทางใต้ของญี่ปุ่น มาหาซุยโอะพร้อมความตั้งใจแน่วแน่ “อาจารย์โปรดเมตตา ข้าขอฝากตัวเป็นศิษย์และฝึกฝนธรรมเซนกับท่าน”
ซุยโอะรับคำเรียบ ๆ ก่อนจะมอบโคอันอันหนึ่งให้เป็นโจทย์ชีวิต “จงฟังเสียงของมือเดียว…”
ชายหนุ่มก้มศีรษะรับคำถามนั้นอย่างเคารพ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัดกลางขุนเขา
วันแล้ววันเล่า เขานั่งสมาธิ ตั้งใจเพ่งภายใน หยุดความคิด หยุดเสียงภายนอก เพื่อจะ “ได้ยิน” สิ่งที่ไม่อาจได้ยิน
ฤดูร้อนผ่านไปหนึ่งครั้ง… จากหนึ่งกลายเป็นสอง… และก้าวเข้าสู่ปีที่สาม
แม้เขาตั้งใจเฝ้าพินิจในทุกวินาที แต่คำตอบก็ยังคงอยู่ห่างไกล
คืนหนึ่ง ขณะที่ฝนโปรยเบา ๆ เขาเดินเข้ามาหาซุยโอะด้วยน้ำตาคลอเบ้า “อาจารย์… ข้ารู้สึกอับอาย ข้าใช้เวลาถึงสามปี แต่ยังไม่เข้าใจเสียงของมือเดียวเลย ข้าคงต้องกลับบ้านด้วยความละอายใจ…”
ซุยโอะนิ่งฟัง ก่อนกล่าวช้า ๆ “อยู่ต่ออีกหนึ่งสัปดาห์ แล้วจงนั่งให้ลึกที่สุดเท่าที่เคยทำมา”
ศิษย์หนุ่มรับปากและทำตาม แต่เมื่อครบเจ็ดวัน… ก็ยังไม่มีแสงใดผุดขึ้นในใจ
ซุยโอะเพียงพูดว่า “อีกหนึ่งสัปดาห์…”
เขาเงียบและเชื่อฟัง แม้ใจจะสับสน แต่ก็ยังคงเพียร จนครบสัปดาห์นั้น… แต่คำตอบก็ยังไม่มา
“ลองอีกหนึ่งสัปดาห์…” ซุยโอะกล่าวเสียงแผ่ว
ชายหนุ่มเริ่มไม่แน่ใจว่ากำลังถูกทดสอบ หรือกำลังจมในความว่างเปล่าโดยไร้ทางออก
แต่เขาก็ยังก้มหน้ารับคำ และเข้าสู่สัปดาห์ที่สามของความเงียบ
ผ่านไปอีกเจ็ดวัน… เขายังไม่พบคำตอบ หัวใจเริ่มเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความสิ้นหวัง เขาเดินเข้ามาหาซุยโอะอีกครั้ง คราวนี้เสียงของเขาสั่นกว่าครั้งไหน ๆ
“อาจารย์… ได้โปรด ปล่อยข้ากลับบ้านเถิด ข้าล้มเหลว ข้าไม่อาจฝืนความว่างเปล่านี้ได้อีกแล้ว…”
ซุยโอะมองเขานิ่ง ๆ ด้วยแววตาที่ไม่ตำหนิ ไม่ปลอบ แต่แฝงความลึกที่ยากหยั่งถึง
แล้วจึงกล่าวช้า ๆ “ถ้าเจ้ายังไม่รู้คำตอบ… จงนั่งอีกห้าวัน”
ศิษย์หนุ่มหลับตาแน่น เขาแทบจะร้องออกมา แต่เขาก็ยังพยักหน้า
ห้าวันนั้น เขาแทบไม่หลับ ไม่พูด ไม่ขยับ เขานั่งอยู่กับลมหายใจ กับความเงียบ กับเสียงที่ไม่มีอยู่จริง
พอครบห้าวัน… ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขากลับมาหาอาจารย์อีกครั้ง คราวนี้ เขาคุกเข่าลงและเอ่ยเสียงแผ่ว “ได้โปรด… ข้าทำเต็มที่แล้ว หากข้ายังไม่รู้ ข้าก็ไม่ควรอยู่ต่อไป…”
ซุยโอะยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “ถ้าเช่นนั้น… เจ้าควรนั่งต่ออีกสามวัน แล้วหากยังไม่รู้ เจ้าจงตายเสียเถิด”
ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับ ชายหนุ่มลุกขึ้น เดินกลับกุฏิอย่างเงียบงัน ราวกับหัวใจของเขาได้มอดดับลงแล้ว
คืนแรก เขานั่ง คืนที่สอง เขานั่ง… ไม่คิดถึงคำตอบ ไม่ฝืน ไม่คาดหวัง เขาแค่นั่งอยู่กับความตายที่เขาเชื่อว่ากำลังใกล้เข้ามา
ในยามรุ่งของวันที่สาม ไม่มีเสียงอะไรเปลี่ยนไป ไม่มีนิมิต ไม่มีแสง ไม่มีอะไรพิเศษ
แต่บางอย่างในใจเขากลับ “ตื่น”
ไม่ใช่เพราะเขา “เข้าใจ” โคอัน แต่เพราะเขา “หลุดออกจากความพยายามที่จะเข้าใจ” มันเสียที
และในจังหวะนั้นเอง… ทุกอย่างรอบตัวก็ดูจะเงียบลง และเขาได้ยินเสียงบางอย่างที่ไม่มีเสียง
เขาเดินกลับไปหาซุยโอะ ก้มลงอย่างสงบ
อาจารย์มองเขาเพียงครู่เดียวก่อนกล่าวเบา ๆ “เจ้ารอดแล้ว…”
เพราะคนที่ยอม “ตายจากความคิด” ก็คือผู้ที่ “เกิดใหม่จากความรู้แจ้ง” นั่นเอง
*** (นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความรู้แจ้งไม่อาจเกิดจากความพยายามบีบคั้น หรือการไขว่คว้าด้วยความอยากรู้ แต่มันเกิดขึ้นในยามที่จิตวางลงจากการดิ้นรนทั้งปวง เมื่อเราหยุดพยายามเข้าใจ เสียงของความจริงจึงเผยตัวอย่างเงียบงัน
“ผู้ที่เฝ้าแสวงหาคำตอบอาจยังไม่พร้อมจะได้ยิน แต่ผู้ที่ยอมวางคำถามทั้งชีวิต… กลับอาจพบคำตอบในความเงียบที่ไม่มีเสียง”)
ความพยายามอยากรู้ ..... บรรลุธรรม
เร่งไขว่คว้าหาคำ- ..... ตอบแล้
ผลไม่อาจน้อมนำ ..... ธรรมวิเศษ
ครั้นคิดตายพ่ายแพ้ ..... หยุดแท้จึงสงบ.
Kitaro - A Passage Of Life
🤍🤍🤍 นิทานเซน: อีกสามวัน 🤍🤍🤍
แต่เขาก็ยังก้มหน้ารับคำ และเข้าสู่สัปดาห์ที่สามของความเงียบ
แล้วจึงกล่าวช้า ๆ “ถ้าเจ้ายังไม่รู้คำตอบ… จงนั่งอีกห้าวัน”