
- ก่อนย่างกรายเข้ามาเห็นไม่รู้ใครสักคนส่งเสียงคำว่า ลิ้นจี่ ลั่นห้องที่ไม่ทราบว่าหิวหรือกำลังเรียกชื่อหาใครสักคนที่ยืนสวย ๆ อยู่บนเวทีหรือเปล่า ? นั้นไม่ได้ทราบเรื่องราวมาก่อนว่าพูดถึงเกี่ยวกับอะไร ? นอกจากเห็นเพียงแค่ภาพ Poster จากการ Promote ในเพจ Sanehar Paradiso ที่เป็นอันรับทราบทันทีว่าจะมาแสดงให้ชมถึงที่เช่นเคยกับละครเวทีเรื่องที่ผ่านมา ถึงกระนั้นเมื่อก้นหย่อนลงบนเก้าอี้จึงต้องอาศัยการสังเกตุไปกับหน้างานที่กำลัง Run ไป 5 นาทีแล้วเห็นตัวละคร 4 สาวกำลังเดินไปพูดคุยไปที่ค่อย ๆ สัพเพเหระจนจับทางไม่ถูกว่าจะหยิบอันไหนมารับทราบก่อนดี ซึ่งเอาจริงไม่ได้สร้างความแปลกใจอะไรในเมื่อวิธีการพูดลักษณะนี้เคยประสบมากับการชมละครเวทีเรื่องอื่น ๆ และอีกอย่างมันเป็นเสน่ห์ของการนำเสนอที่ทำให้เรามีส่วนร่วมไปกับเรื่องราวเหมือนอยู่ใน Event ที่เต็มไปด้วยคำถามอย่างเพ้อพก

- ระหว่างดูการประชันฝีปากของ 3 สาวและอีกคนที่ยังไม่แสดงท่าทีจับต้นชนปมไม่ถูกว่าจะหาที่ยึดเหนี่ยวตรงไหนดี ? ถึงในหัวเริ่มมโนฉากหลังที่มีต้นไม้ตั้งตระหง่านเป็นจุดเด่นก็ดีหรือ Costume ที่แต่ละคนใน Theme สีดำโดยเฉพาะคุณบัวที่มาลุคใหม่และคุณเมจิในลุคสายลับเต็มยศอย่างกะหลุดมาจาก The Martix ยังไงยังงั้นเลยว่ามีสภาพและบรรยากาศที่ทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่อง Sirat (2025) ลอยเข้ามาในแง่ของการ ตามหา ที่ รอคอย อะไรบางอย่าง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดูจะมีแต่ความขว้างกว้างและว่างเปล่าจนไร้อารยธรรมไม่ต่างกัน พอดูไปเริ่มเอ๊ะว่ามีการเอ่ยคำว่า คอย เป็นระยะและถี่ขึ้นจนเสียงในหัวผมค่อย ๆ สงสัยตามแล้วว่า คอยอะไร ? กระทั่งได้ยินเสียง 1 ในนั้นพูดขึ้นมาว่า กอ ดอ เท่านั้นแหล่ะผมถึงบางอ้อขึ้นมาอีกระดับ

- ผิดคาดไปจากคิดไว้ว่าคุณบัวจะมาเป็นเดอะแบกแต่ที่ไหนได้พอเลื่อนไป Scene ต่อไปกลายเป็นว่าหวยกลับเทไปที่ 2 Diva อย่างคุณสินีนาฏ กับ คุณตรึงตา ทำหน้าที่แบกรับทั้งเรื่องราวและสายตาคนดูหลายชีวิตไปสู่การสาละวน รอคอย บุคคลปริศนาที่ชื่อ กอ ดอ ท่ามกลางเสียงสนทนาที่ยังคงสร้างสีสันกันถึงเครื่องที่จัดจ้านและแสบปากฆ่าเวลาต่อหน้าต้นไม้อันศักดิ์สิทธิ์ต่อไปตั้งแต่ละครยันการเมืองได้ยังไงกันเนี่ยแต่ถ้าใช้ใจดูด้วยจะพบว่ามันกลับซ่อนสัญญะเชิงปรัชญาไว้ให้คิดจนอยากรู้ไม่ต่างจากตัวละครอย่าง ตะโก้ กับ สาลี่ ที่ยืน Stand By รออยู่นานเท่าไหร่ขี้เกียจนับว่าตกลง กอ ดอ จะมากี่โมง ? หรือไม่เป็นใครก่อนดีกว่า ?

- ถึงความพล่ามไปเรื่อยของตัวละครที่มีอยู่แค่นี้เป็นวิธีการสร้าง Activity ระหว่างรอคอยข้ามวันข้ามคืนที่ช่วยทำให้ตลอดระยะเวลาเกือบ 90 นาที ถ้าไม่นับช่วงพัก Break ไป 10 นาทีร่นเวลาต่อการชมผ่านไปอย่างรวดเร็วอยู่รวมถึงลำดับ Situations ผ่านช่วงเวลาที่ขยับไปใน Event เดียวได้อย่างสะดวกขึ้นมาอีกระดับว่า Step ถัดไปจะเป็นอย่างไร ? ในเมื่อทราบเรียบร้อยว่าควรจะต้องไปโฟกัสที่ใครต่อจากนี้ พอถึงช่วงที่ Activty จบลงจึงทำให้บรรยากาศรอบตัวเข้ามาปกคลุมจนผมสัมผัสถึงความในใจบางอย่างค่อย ๆ พรั่งพรูผ่านสีหน้าความรู้สึกกระทั่งตัวตนที่เปลี่ยนไปจนเผลอสะดุ้งในใจที่มาในลุคนี้หลังจากพัก Break เลยว่าการรอคอยที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่มันทรมานแค่ไหน ? กับการเล่นกับความหวังของคนด้วยเวลาไปเรื่อย ๆ

- โดยรวมผมถึงมองว่าละครเวทีเรื่องนี้เรียกเสียงฮาน้อยกว่าเรื่องอื่นแต่สารที่นำเสนอผ่านความไร้สาระจนหาความไม่ถูกนี้สำหรับผมมันลึกและจริงใจต่อการโยงเข้ากับสรรพสิ่งของ เวลา ในแบบSurreal เหนือจินตนการ ถึง สิ่งที่เป็นอยู่ผ่าน การรอคอย ได้อย่างแยบยลดีว่าเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายการใส่ใจอย่างบอกไม่ถูก ถึงออกตัวอีกทีว่าไม่เคยทราบมาก่อนว่าหยิบนำมาจากบทละครสุดมึนอมตะอย่าง Waiting for Godot ของ Samuel Beckett ซึ่งเป็นนักการละครชาวไอริชเมื่อปี 1953 โน้นมา Adapt ให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบันโดยผู้กำกับและเขียนบทอย่างคุณดำเกิง ฐิตะปิยะศักดิ์ ก็สามารถปล่อย Joint ไปกับเรื่องราวผ่านการแสดงทั้ง 4 สาวในชุดสีดำจนเผลอนึกถึงกับเรื่อง The Craft (1996) ไม่ว่าคุณสิรีนาฎ , คุณตรึงตา , คุณบัว และ คุณเมจิ ที่มารับบทชื่อผลไม้เชิญหิวอย่าง ตะโก้ , สาลี่ , ลิ้นจี่ และ เชอรี่ ตามลำดับอย่างสะดวกโยธินจนพอถึงบทสรุปก่อนจากเมื่อลงพรมมาอย่างนี้ปุ๊ปเสียงเพลงที่คุ้นหูของนักร้องสาว Duo ค่อย ๆ ลอยทำนองและเนื้อร้องเข้ามาในหัวโดยไม่ต้องนัดหมาย

ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ : EMistique
[CR] No.216 คอย กอ ดอ ( Waiting for Godot ) (2569) กำกับโดยคุณ ดำเกิง ฐิตะปิยะศักดิ์
- ก่อนย่างกรายเข้ามาเห็นไม่รู้ใครสักคนส่งเสียงคำว่า ลิ้นจี่ ลั่นห้องที่ไม่ทราบว่าหิวหรือกำลังเรียกชื่อหาใครสักคนที่ยืนสวย ๆ อยู่บนเวทีหรือเปล่า ? นั้นไม่ได้ทราบเรื่องราวมาก่อนว่าพูดถึงเกี่ยวกับอะไร ? นอกจากเห็นเพียงแค่ภาพ Poster จากการ Promote ในเพจ Sanehar Paradiso ที่เป็นอันรับทราบทันทีว่าจะมาแสดงให้ชมถึงที่เช่นเคยกับละครเวทีเรื่องที่ผ่านมา ถึงกระนั้นเมื่อก้นหย่อนลงบนเก้าอี้จึงต้องอาศัยการสังเกตุไปกับหน้างานที่กำลัง Run ไป 5 นาทีแล้วเห็นตัวละคร 4 สาวกำลังเดินไปพูดคุยไปที่ค่อย ๆ สัพเพเหระจนจับทางไม่ถูกว่าจะหยิบอันไหนมารับทราบก่อนดี ซึ่งเอาจริงไม่ได้สร้างความแปลกใจอะไรในเมื่อวิธีการพูดลักษณะนี้เคยประสบมากับการชมละครเวทีเรื่องอื่น ๆ และอีกอย่างมันเป็นเสน่ห์ของการนำเสนอที่ทำให้เรามีส่วนร่วมไปกับเรื่องราวเหมือนอยู่ใน Event ที่เต็มไปด้วยคำถามอย่างเพ้อพก
- ระหว่างดูการประชันฝีปากของ 3 สาวและอีกคนที่ยังไม่แสดงท่าทีจับต้นชนปมไม่ถูกว่าจะหาที่ยึดเหนี่ยวตรงไหนดี ? ถึงในหัวเริ่มมโนฉากหลังที่มีต้นไม้ตั้งตระหง่านเป็นจุดเด่นก็ดีหรือ Costume ที่แต่ละคนใน Theme สีดำโดยเฉพาะคุณบัวที่มาลุคใหม่และคุณเมจิในลุคสายลับเต็มยศอย่างกะหลุดมาจาก The Martix ยังไงยังงั้นเลยว่ามีสภาพและบรรยากาศที่ทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่อง Sirat (2025) ลอยเข้ามาในแง่ของการ ตามหา ที่ รอคอย อะไรบางอย่าง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดูจะมีแต่ความขว้างกว้างและว่างเปล่าจนไร้อารยธรรมไม่ต่างกัน พอดูไปเริ่มเอ๊ะว่ามีการเอ่ยคำว่า คอย เป็นระยะและถี่ขึ้นจนเสียงในหัวผมค่อย ๆ สงสัยตามแล้วว่า คอยอะไร ? กระทั่งได้ยินเสียง 1 ในนั้นพูดขึ้นมาว่า กอ ดอ เท่านั้นแหล่ะผมถึงบางอ้อขึ้นมาอีกระดับ
- ผิดคาดไปจากคิดไว้ว่าคุณบัวจะมาเป็นเดอะแบกแต่ที่ไหนได้พอเลื่อนไป Scene ต่อไปกลายเป็นว่าหวยกลับเทไปที่ 2 Diva อย่างคุณสินีนาฏ กับ คุณตรึงตา ทำหน้าที่แบกรับทั้งเรื่องราวและสายตาคนดูหลายชีวิตไปสู่การสาละวน รอคอย บุคคลปริศนาที่ชื่อ กอ ดอ ท่ามกลางเสียงสนทนาที่ยังคงสร้างสีสันกันถึงเครื่องที่จัดจ้านและแสบปากฆ่าเวลาต่อหน้าต้นไม้อันศักดิ์สิทธิ์ต่อไปตั้งแต่ละครยันการเมืองได้ยังไงกันเนี่ยแต่ถ้าใช้ใจดูด้วยจะพบว่ามันกลับซ่อนสัญญะเชิงปรัชญาไว้ให้คิดจนอยากรู้ไม่ต่างจากตัวละครอย่าง ตะโก้ กับ สาลี่ ที่ยืน Stand By รออยู่นานเท่าไหร่ขี้เกียจนับว่าตกลง กอ ดอ จะมากี่โมง ? หรือไม่เป็นใครก่อนดีกว่า ?
- ถึงความพล่ามไปเรื่อยของตัวละครที่มีอยู่แค่นี้เป็นวิธีการสร้าง Activity ระหว่างรอคอยข้ามวันข้ามคืนที่ช่วยทำให้ตลอดระยะเวลาเกือบ 90 นาที ถ้าไม่นับช่วงพัก Break ไป 10 นาทีร่นเวลาต่อการชมผ่านไปอย่างรวดเร็วอยู่รวมถึงลำดับ Situations ผ่านช่วงเวลาที่ขยับไปใน Event เดียวได้อย่างสะดวกขึ้นมาอีกระดับว่า Step ถัดไปจะเป็นอย่างไร ? ในเมื่อทราบเรียบร้อยว่าควรจะต้องไปโฟกัสที่ใครต่อจากนี้ พอถึงช่วงที่ Activty จบลงจึงทำให้บรรยากาศรอบตัวเข้ามาปกคลุมจนผมสัมผัสถึงความในใจบางอย่างค่อย ๆ พรั่งพรูผ่านสีหน้าความรู้สึกกระทั่งตัวตนที่เปลี่ยนไปจนเผลอสะดุ้งในใจที่มาในลุคนี้หลังจากพัก Break เลยว่าการรอคอยที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่มันทรมานแค่ไหน ? กับการเล่นกับความหวังของคนด้วยเวลาไปเรื่อย ๆ
- โดยรวมผมถึงมองว่าละครเวทีเรื่องนี้เรียกเสียงฮาน้อยกว่าเรื่องอื่นแต่สารที่นำเสนอผ่านความไร้สาระจนหาความไม่ถูกนี้สำหรับผมมันลึกและจริงใจต่อการโยงเข้ากับสรรพสิ่งของ เวลา ในแบบSurreal เหนือจินตนการ ถึง สิ่งที่เป็นอยู่ผ่าน การรอคอย ได้อย่างแยบยลดีว่าเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายการใส่ใจอย่างบอกไม่ถูก ถึงออกตัวอีกทีว่าไม่เคยทราบมาก่อนว่าหยิบนำมาจากบทละครสุดมึนอมตะอย่าง Waiting for Godot ของ Samuel Beckett ซึ่งเป็นนักการละครชาวไอริชเมื่อปี 1953 โน้นมา Adapt ให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบันโดยผู้กำกับและเขียนบทอย่างคุณดำเกิง ฐิตะปิยะศักดิ์ ก็สามารถปล่อย Joint ไปกับเรื่องราวผ่านการแสดงทั้ง 4 สาวในชุดสีดำจนเผลอนึกถึงกับเรื่อง The Craft (1996) ไม่ว่าคุณสิรีนาฎ , คุณตรึงตา , คุณบัว และ คุณเมจิ ที่มารับบทชื่อผลไม้เชิญหิวอย่าง ตะโก้ , สาลี่ , ลิ้นจี่ และ เชอรี่ ตามลำดับอย่างสะดวกโยธินจนพอถึงบทสรุปก่อนจากเมื่อลงพรมมาอย่างนี้ปุ๊ปเสียงเพลงที่คุ้นหูของนักร้องสาว Duo ค่อย ๆ ลอยทำนองและเนื้อร้องเข้ามาในหัวโดยไม่ต้องนัดหมาย
ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ : EMistique
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้