วงการพลังงานโลกสั่นสะเทือน! งานวิจัย USGS จากสหรัฐอเมริกา ชี้ว่า เปลือกโลกของเรากักเก็บ "ไฮโดรเจนทองคำ" ไว้ในปริมาณ 5.6 ล้านล้านตัน! ซึ่งเพียงพอต่อการจ่ายพลังงานให้กับโลกเป็นเวลานานถึง 11,200 ปี!...
.
ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1987 ใกล้กับหมู่บ้านบูราเกบูกู (Bourakébougou) ในประเทศมาลี มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อมีคนงานคนหนึ่งได้เดินเข้าไปจุดบุหรี่อยู่ใกล้กับบ่อน้ำบาดาลที่เพิ่งขุดใหม่
.
ทันใดนั้นก็เกิดการระเบิดขึ้นและมีไฟลุกพรึบขึ้นมาจากในบ่อ ในตอนนั้นไม่มีใครรู้เลยว่า ต้นเหตุของไฟนี้คือกลุ่มของก๊าซไฮโดรเจนที่ติดไฟได้ ซึ่งลอยขึ้นมาจากแหล่งกักเก็บขนาดใหญ่ใต้ดิน !
.
จากนั้นบ่อน้ำแห่งนั้นก็ถูกปิดทิ้งไว้และปล่อยร้างอยู่นานหลายปี จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2012 ได้มีบริษัทพลังงานเข้ามาสำรวจและพัฒนาบ่อกันนี้อย่างจริงจัง จนมันได้กลายเป็นบ่อน้ำผลิตไฮโดรเจนธรรมชาติแห่งแรกและแห่งเดียวของโลก ที่สามารถนำก๊าซมาปั่นกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงคนในหมู่บ้านได้จนถึงทุกวันนี้ !
.
เหตุการณ์ที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ได้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์และลบล้างความเชื่อเดิมๆ ของนักวิทยาศาสตร์ที่เคยคิดว่า ก๊าซไฮโดรเจนซึ่งมีน้ำหนักเบาและทำปฏิกิริยาง่ายมากนั้น ไม่น่าจะสะสมตัวอยู่ใต้เปลือกโลกได้เหมือนกับพวกน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติได้ การค้นพบนี้จึงจุดประกายให้วงการธรณีวิทยาทั่วโลกตื่นตัวและเริ่มออกตามล่าหาแหล่งไฮโดรเจนกันอย่างจริงจัง ราวกับเป็นสมบัติวันพีช !
.
และในปี ค.ศ. 2024 มีงานวิจัยจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ได้ออกมาสร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ โดยประเมินว่าใต้เปลือกโลกของเราอาจมีก๊าซไฮโดรเจนธรรมชาติ หรือที่ในวงการเรียกกันว่า ไฮโดรเจนทองคำ (Gold hydrogen) ซ่อนอยู่มหาศาลถึง 5.6 ล้านล้านตัน!
.
ซึ่งกระบวนการเกิดก๊าซเหล่านี้มาจากกลไกทางธรณีวิทยาใต้พิภพที่ความลึกไม่เกิน 16 กิโลเมตร หลักๆ ที่ทำให้เกิดไฮโดรเจนเลยก็คือ ปฏิกิริยาไฮเดรชัน (Hydration reactions) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อน้ำบาดาลไหลซึมลงไปเจอความร้อนระดับ 250 ถึง 300 องศาเซลเซียส แล้วทำปฏิกิริยากับหินที่มีธาตุเหล็กสูงอย่างหินบะซอลต์
.
นอกจากนี้ยังมีอีกกระบวนการที่เรียกว่า การแยกสลายด้วยรังสี (Radiolysis) ซึ่งเกิดจากหินที่มีธาตุกัมมันตรังสีอย่างยูเรเนียมและทอเรียม แผ่อนุภาคแอลฟาออกมาชนกับโมเลกุลของน้ำ จนน้ำแตกตัวออกเป็นก๊าซออกซิเจนและไฮโดรเจนด้วย
.
คริส บัลเลนไทน์ (Chris Ballentine) ศาสตราจารย์ด้านธรณีเคมีจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) ได้เน้นย้ำถึงเรื่องนี้ว่า "ไฮโดรเจนเป็นแหล่งพลังงานที่สะอาดก็จริง แต่วิธีการที่คุณจะได้ไฮโดรเจนมานั้นคือสิ่งสำคัญมาก"
.
แม้ตัวเลขประเมิน 5.6 ล้านล้านตันจะฟังดูน่าตื่นเต้น และอาจทำให้หลายคนวาดฝันว่าโลกเราจะมีพลังงานใช้ไปอีกเป็นหมื่นปี
.
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ก๊าซเหล่านี้ไม่ได้สูบขึ้นมาใช้กันได้อย่างง่ายดายนัก เพราะส่วนใหญ่มักจะซ่อนตัวอยู่ลึกเกินไป กระจายตัวห่างอยู่กันเกินไป หรือไม่ก็อยู่ไกลออกไปกลางมหาสมุทร ซึ่งถ้าจะลงทุนขุดเจาะขึ้นมาก็อาจจะไม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจ
.
อย่างไรก็ตาม จอฟฟรีย์ เอลลิส (Geoffrey Ellis) นักธรณีเคมีปิโตรเลียมจาก USGS ยังคงมองเห็นความหวัง โดยเขากล่าวว่า "เราก็ยิ่งค้นพบมันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ยิ่งเมื่อเราเริ่มลงมือมองหามัน!"
.
เพราะในท้ายที่สุดแล้ว นักวิจัยประเมินว่า หากในอนาคตมนุษยชาติสามารถคิดค้นเทคโนโลยีที่สามารถสกัดไฮโดรเจนธรรมชาตินี้ขึ้นมาใช้ได้เพียงแค่ 2 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณทั้งหมด มันก็มากพอที่จะตอบสนองความต้องการใช้พลังงานสะอาดของทั้งโลกแล้ว
.
และสามารถทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปได้ยาวนานถึง 200 ปี! ซึ่งสำคัญมากเพราะจะช่วยปลดล็อกขีดจำกัดด้านพลังงานของเรา และเปลี่ยนผ่านโลกเข้าไปสู่ยุคพลังงานสะอาดได้อย่างจริงจัง
.
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Pare, S. "Earth's crust hides enough 'gold' hydrogen to power the world for tens of thousands of years, emerging research suggests." Live Science, 2025.
[2] Ellis, G. S., & Gelman, S. E. "Model predictions of global geologic hydrogen resources." Science Advances, 2024. DOI: 10.1126/sciadv.ado0955
[3] Zgonnik, V. "The occurrence and geoscience of natural hydrogen: A comprehensive review." Earth-Science Reviews, 2020. DOI: 10.1016/j.earscirev.2020.103140
#วิทยาศาสตร์ #พลังงานสะอาด #ธรณีวิทยา #ไฮโดรเจนทองคำ #ฟิสิกส์ #พลังงานอนาคต #ภาวะโลกร้อน #ความรู้รอบตัว #นวัตกรรม #สาระน่ารู้
https://www.facebook.com/share/p/198qQZJ6AW/
🌏 เปลือกโลกกักเก็บ "ไฮโดรเจนทองคำ" ไว้ในปริมาณ 5.6 ล้านล้านตัน พอต่อการจ่ายพลังงาน 11,200 ปี
.
ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1987 ใกล้กับหมู่บ้านบูราเกบูกู (Bourakébougou) ในประเทศมาลี มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อมีคนงานคนหนึ่งได้เดินเข้าไปจุดบุหรี่อยู่ใกล้กับบ่อน้ำบาดาลที่เพิ่งขุดใหม่
.
ทันใดนั้นก็เกิดการระเบิดขึ้นและมีไฟลุกพรึบขึ้นมาจากในบ่อ ในตอนนั้นไม่มีใครรู้เลยว่า ต้นเหตุของไฟนี้คือกลุ่มของก๊าซไฮโดรเจนที่ติดไฟได้ ซึ่งลอยขึ้นมาจากแหล่งกักเก็บขนาดใหญ่ใต้ดิน !
.
จากนั้นบ่อน้ำแห่งนั้นก็ถูกปิดทิ้งไว้และปล่อยร้างอยู่นานหลายปี จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2012 ได้มีบริษัทพลังงานเข้ามาสำรวจและพัฒนาบ่อกันนี้อย่างจริงจัง จนมันได้กลายเป็นบ่อน้ำผลิตไฮโดรเจนธรรมชาติแห่งแรกและแห่งเดียวของโลก ที่สามารถนำก๊าซมาปั่นกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงคนในหมู่บ้านได้จนถึงทุกวันนี้ !
.
เหตุการณ์ที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ได้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์และลบล้างความเชื่อเดิมๆ ของนักวิทยาศาสตร์ที่เคยคิดว่า ก๊าซไฮโดรเจนซึ่งมีน้ำหนักเบาและทำปฏิกิริยาง่ายมากนั้น ไม่น่าจะสะสมตัวอยู่ใต้เปลือกโลกได้เหมือนกับพวกน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติได้ การค้นพบนี้จึงจุดประกายให้วงการธรณีวิทยาทั่วโลกตื่นตัวและเริ่มออกตามล่าหาแหล่งไฮโดรเจนกันอย่างจริงจัง ราวกับเป็นสมบัติวันพีช !
.
และในปี ค.ศ. 2024 มีงานวิจัยจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ได้ออกมาสร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ โดยประเมินว่าใต้เปลือกโลกของเราอาจมีก๊าซไฮโดรเจนธรรมชาติ หรือที่ในวงการเรียกกันว่า ไฮโดรเจนทองคำ (Gold hydrogen) ซ่อนอยู่มหาศาลถึง 5.6 ล้านล้านตัน!
.
ซึ่งกระบวนการเกิดก๊าซเหล่านี้มาจากกลไกทางธรณีวิทยาใต้พิภพที่ความลึกไม่เกิน 16 กิโลเมตร หลักๆ ที่ทำให้เกิดไฮโดรเจนเลยก็คือ ปฏิกิริยาไฮเดรชัน (Hydration reactions) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อน้ำบาดาลไหลซึมลงไปเจอความร้อนระดับ 250 ถึง 300 องศาเซลเซียส แล้วทำปฏิกิริยากับหินที่มีธาตุเหล็กสูงอย่างหินบะซอลต์
.
นอกจากนี้ยังมีอีกกระบวนการที่เรียกว่า การแยกสลายด้วยรังสี (Radiolysis) ซึ่งเกิดจากหินที่มีธาตุกัมมันตรังสีอย่างยูเรเนียมและทอเรียม แผ่อนุภาคแอลฟาออกมาชนกับโมเลกุลของน้ำ จนน้ำแตกตัวออกเป็นก๊าซออกซิเจนและไฮโดรเจนด้วย
.
คริส บัลเลนไทน์ (Chris Ballentine) ศาสตราจารย์ด้านธรณีเคมีจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) ได้เน้นย้ำถึงเรื่องนี้ว่า "ไฮโดรเจนเป็นแหล่งพลังงานที่สะอาดก็จริง แต่วิธีการที่คุณจะได้ไฮโดรเจนมานั้นคือสิ่งสำคัญมาก"
.
แม้ตัวเลขประเมิน 5.6 ล้านล้านตันจะฟังดูน่าตื่นเต้น และอาจทำให้หลายคนวาดฝันว่าโลกเราจะมีพลังงานใช้ไปอีกเป็นหมื่นปี
.
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ก๊าซเหล่านี้ไม่ได้สูบขึ้นมาใช้กันได้อย่างง่ายดายนัก เพราะส่วนใหญ่มักจะซ่อนตัวอยู่ลึกเกินไป กระจายตัวห่างอยู่กันเกินไป หรือไม่ก็อยู่ไกลออกไปกลางมหาสมุทร ซึ่งถ้าจะลงทุนขุดเจาะขึ้นมาก็อาจจะไม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจ
.
อย่างไรก็ตาม จอฟฟรีย์ เอลลิส (Geoffrey Ellis) นักธรณีเคมีปิโตรเลียมจาก USGS ยังคงมองเห็นความหวัง โดยเขากล่าวว่า "เราก็ยิ่งค้นพบมันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ยิ่งเมื่อเราเริ่มลงมือมองหามัน!"
.
เพราะในท้ายที่สุดแล้ว นักวิจัยประเมินว่า หากในอนาคตมนุษยชาติสามารถคิดค้นเทคโนโลยีที่สามารถสกัดไฮโดรเจนธรรมชาตินี้ขึ้นมาใช้ได้เพียงแค่ 2 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณทั้งหมด มันก็มากพอที่จะตอบสนองความต้องการใช้พลังงานสะอาดของทั้งโลกแล้ว
.
และสามารถทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปได้ยาวนานถึง 200 ปี! ซึ่งสำคัญมากเพราะจะช่วยปลดล็อกขีดจำกัดด้านพลังงานของเรา และเปลี่ยนผ่านโลกเข้าไปสู่ยุคพลังงานสะอาดได้อย่างจริงจัง
.
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Pare, S. "Earth's crust hides enough 'gold' hydrogen to power the world for tens of thousands of years, emerging research suggests." Live Science, 2025.
[2] Ellis, G. S., & Gelman, S. E. "Model predictions of global geologic hydrogen resources." Science Advances, 2024. DOI: 10.1126/sciadv.ado0955
[3] Zgonnik, V. "The occurrence and geoscience of natural hydrogen: A comprehensive review." Earth-Science Reviews, 2020. DOI: 10.1016/j.earscirev.2020.103140
#วิทยาศาสตร์ #พลังงานสะอาด #ธรณีวิทยา #ไฮโดรเจนทองคำ #ฟิสิกส์ #พลังงานอนาคต #ภาวะโลกร้อน #ความรู้รอบตัว #นวัตกรรม #สาระน่ารู้
https://www.facebook.com/share/p/198qQZJ6AW/