ช็อกวงการธรณีวิทยา! ขุดชั้นดินปี 1733 แต่กลับเจอไมโครพลาสติก ทั้งๆที่คนในยุคนั้นยังไม่น่าผลิตได้ สิ่งนี้คือเบาะแสของการเดินทางข้ามเวลาไหม? แต่ช้าก่อนนักวิจัยบอกว่า ยังพอมีคำอธิบายอยู่!...
.
หลายคนน่าจะเคยได้ยินข่าววิกฤตการการพบ ไมโครพลาสติก (Microplastics) ที่ได้แทรกซึมอยู่แทบจะทุกที่บนโลก ตั้งแต่ยอดเขาที่สูงที่สุดไปจนถึงก้นมหาสมุทรที่ลึกที่สุด แต่ล่าสุดมันมีเรื่องที่ชวนอึ้งกว่านั้น! เมื่อนักวิทยาศาสตร์ขุดเจาะชั้นดินลงไปสำรวจ แล้วพบว่ามีเศษพลาสติกจากยุคปัจจุบัน ได้มุดตัวลึกลงไปฝังตัวปะปนอยู่กับชั้นตะกอนดินที่เก่าแก่ตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นยุคก่อนที่มนุษย์จะได้รู้จักและเริ่มผลิตพลาสติกออกมาใช้กันอย่างจริงจังในช่วงทศวรรษ 1950 เสียอีก!
.
ข้อมูลนี้มาจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2024 นำโดยนักนิเวศวิทยา อินตา ดิมันเต-เดมันโตวิกา (Inta Dimante-Deimantovica) โดยทีมวิจัยได้ลงพื้นที่สำรวจแกนตะกอนดินใต้ทะเลสาบ 3 แห่งในประเทศลัตเวีย ได้แก่ ทะเลสาบเซกซู (Seksu) ทะเลสาบพิงคู (Pinku) และทะเลสาบอุสมาส (Usmas)
.
ผลปรากฏว่าพวกเขาพบชิ้นส่วนพลาสติกมากถึง 14 ชนิด ปะปนอยู่ในตะกอนดินแทบจะทุกระดับความลึกเลย!
.
และที่น่าทึ่งที่สุดคือ ในทะเลสาบพิงคู พวกเขาพบไมโครพลาสติกลงไปฝังตัวอยู่ในชั้นตะกอนดินที่มีอายุย้อนไปได้ถึงปี ค.ศ. 1733
.
ตอนแรกหลายคนอาจจะสงสัยว่า เป็นเพราะปรากฏการณ์รบกวนทางชีวภาพ (Bioturbation) หรือเปล่า? หรือก็คือการที่มีคือ มีไส้เดือน หนอน หรือสัตว์ต่างๆ ได้ไปขุดคุ้ยหน้าดิน แล้วบังเอิญพาเอาเศษพลาสติกจากผิวดินด้านบนมุดตามลงไปด้วย
.
แต่เมื่อทีมวิจัยได้ใช้เครื่องมือวิเคราะห์และตรวจสอบอายุชั้นตะกอนอย่างละเอียด พวกเขากลับพบความจริงว่า ชั้นตะกอนดินที่เก่าแก่เหล่านี้ยังคงเรียงตัวกันตามปกติสมบูรณ์แบบ และไม่ได้มีร่องรอยการถูกรบกวนหรือขุดคุ้ยจากสัตว์แต่อย่างใด
.
ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงมากว่า อนุภาคของไมโครพลาสติกเหล่านี้สามารถเคลื่อนตัวและแทรกซึมลึกลงไปในชั้นดินได้ด้วยตัวเองเบย โดยเฉพาะพวกพลาสติกที่มีรูปทรงค่อนข้างกลมหรือไม่ได้เป็นเส้นใยยาว
.
เมื่อเวลาผ่านไป พวกมันจะค่อยๆ มุดลอดผ่านช่องว่างเล็กๆ หรือรูพรุนของชั้นตะกอนดินที่หลวมลงไปด้านล่างได้เอง ทำให้พลาสติกจากยุคปัจจุบันสามารถเดินทางข้ามเวลาลงไปฝังตัวอยู่กับชั้นดินที่มีอายุหลายร้อยปีได้สำเร็จ
.
การค้นพบครั้งนี้ได้ไปสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อวงการวิทยาศาสตร์อย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้นักธรณีวิทยาหลายคนเคยวางแผนกันไว้ว่าจะใช้ชั้นของพลาสติกในดิน เป็นตัวชี้วัดหรือเส้นแบ่งเวลาทางธรณีวิทยา เพื่อประกาศการเข้าสู่ ยุคแอนโทรโพซีน (Anthropocene Epoch) หรือยุคที่มนุษย์สร้างผลกระทบต่อโลกโดยตรง
.
แต่เมื่องานวิจัยนี้ออกมายืนยันว่า ไมโครพลาสติกก็สามารถมุดตัวแทรกซึมข้ามผ่านชั้นเวลาทางธรณีแล่วไปอาศัยอยู่ในอดีตได้ด้วยตัวเองเลย ทีมวิจัยจึงข้อสรุปอย่างชัดเจนว่า
"การกระจายตัวของไมโครพลาสติกในชั้นตะกอนนั้นมีความคลุมเครือ และไม่สามารถนำมาใช้เป็นตัวบ่งบอกจุดเริ่มต้นของยุคแอนโทรโพซีนได้อย่างแน่ชัด"
ซึ่งทำให้ในอนาคตการจะใช้พลาสติกมาเป็นตัวชี้วัดอายุของชั้นหินหรือชั้นดินจึงอาจกลายเป็นเรื่องที่ทำได้ยากขึ้นกว่าเดิม
.
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Lawrence, K. "Scientists stunned by troubling discovery deep in sediment of remote lakes here's what it tells us about our future." The Cool Down, 2024.
[2] Dimante-Deimantovica, I., et al. "Downward migrating microplastics in lake sediments are a tricky indicator for the onset of the Anthropocene." Science Advances, 2024. DOI: 10.1126/sciadv.adi8136
[3] Nield, D. "Microplastics Invade Ancient Rock, And That's a Big Problem For Age Markers." ScienceAlert, 2024.
[4] Adarlo, S. "Microplastics Found in Sediment Layers Untouched by Modern Humans." Futurism, 2024.
#วิทยาศาสตร์ #ธรณีวิทยา #ไมโครพลาสติก #สิ่งแวดล้อม #มลพิษ #ยุคแอนโทรโพซีน #งานวิจัย #ความรู้ #ธรรมชาติ #อัปเดตวิทยาศาสตร์
https://www.facebook.com/share/p/14jR6jtqN8G/
🛍️ ช็อก! ขุดชั้นดินปี 1733 แต่กลับเจอไมโครพลาสติก ทั้งๆที่คนในยุคนั้นยังไม่น่าผลิตได้
.
หลายคนน่าจะเคยได้ยินข่าววิกฤตการการพบ ไมโครพลาสติก (Microplastics) ที่ได้แทรกซึมอยู่แทบจะทุกที่บนโลก ตั้งแต่ยอดเขาที่สูงที่สุดไปจนถึงก้นมหาสมุทรที่ลึกที่สุด แต่ล่าสุดมันมีเรื่องที่ชวนอึ้งกว่านั้น! เมื่อนักวิทยาศาสตร์ขุดเจาะชั้นดินลงไปสำรวจ แล้วพบว่ามีเศษพลาสติกจากยุคปัจจุบัน ได้มุดตัวลึกลงไปฝังตัวปะปนอยู่กับชั้นตะกอนดินที่เก่าแก่ตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นยุคก่อนที่มนุษย์จะได้รู้จักและเริ่มผลิตพลาสติกออกมาใช้กันอย่างจริงจังในช่วงทศวรรษ 1950 เสียอีก!
.
ข้อมูลนี้มาจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2024 นำโดยนักนิเวศวิทยา อินตา ดิมันเต-เดมันโตวิกา (Inta Dimante-Deimantovica) โดยทีมวิจัยได้ลงพื้นที่สำรวจแกนตะกอนดินใต้ทะเลสาบ 3 แห่งในประเทศลัตเวีย ได้แก่ ทะเลสาบเซกซู (Seksu) ทะเลสาบพิงคู (Pinku) และทะเลสาบอุสมาส (Usmas)
.
ผลปรากฏว่าพวกเขาพบชิ้นส่วนพลาสติกมากถึง 14 ชนิด ปะปนอยู่ในตะกอนดินแทบจะทุกระดับความลึกเลย!
.
และที่น่าทึ่งที่สุดคือ ในทะเลสาบพิงคู พวกเขาพบไมโครพลาสติกลงไปฝังตัวอยู่ในชั้นตะกอนดินที่มีอายุย้อนไปได้ถึงปี ค.ศ. 1733
.
ตอนแรกหลายคนอาจจะสงสัยว่า เป็นเพราะปรากฏการณ์รบกวนทางชีวภาพ (Bioturbation) หรือเปล่า? หรือก็คือการที่มีคือ มีไส้เดือน หนอน หรือสัตว์ต่างๆ ได้ไปขุดคุ้ยหน้าดิน แล้วบังเอิญพาเอาเศษพลาสติกจากผิวดินด้านบนมุดตามลงไปด้วย
.
แต่เมื่อทีมวิจัยได้ใช้เครื่องมือวิเคราะห์และตรวจสอบอายุชั้นตะกอนอย่างละเอียด พวกเขากลับพบความจริงว่า ชั้นตะกอนดินที่เก่าแก่เหล่านี้ยังคงเรียงตัวกันตามปกติสมบูรณ์แบบ และไม่ได้มีร่องรอยการถูกรบกวนหรือขุดคุ้ยจากสัตว์แต่อย่างใด
.
ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงมากว่า อนุภาคของไมโครพลาสติกเหล่านี้สามารถเคลื่อนตัวและแทรกซึมลึกลงไปในชั้นดินได้ด้วยตัวเองเบย โดยเฉพาะพวกพลาสติกที่มีรูปทรงค่อนข้างกลมหรือไม่ได้เป็นเส้นใยยาว
.
เมื่อเวลาผ่านไป พวกมันจะค่อยๆ มุดลอดผ่านช่องว่างเล็กๆ หรือรูพรุนของชั้นตะกอนดินที่หลวมลงไปด้านล่างได้เอง ทำให้พลาสติกจากยุคปัจจุบันสามารถเดินทางข้ามเวลาลงไปฝังตัวอยู่กับชั้นดินที่มีอายุหลายร้อยปีได้สำเร็จ
.
การค้นพบครั้งนี้ได้ไปสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อวงการวิทยาศาสตร์อย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้นักธรณีวิทยาหลายคนเคยวางแผนกันไว้ว่าจะใช้ชั้นของพลาสติกในดิน เป็นตัวชี้วัดหรือเส้นแบ่งเวลาทางธรณีวิทยา เพื่อประกาศการเข้าสู่ ยุคแอนโทรโพซีน (Anthropocene Epoch) หรือยุคที่มนุษย์สร้างผลกระทบต่อโลกโดยตรง
.
แต่เมื่องานวิจัยนี้ออกมายืนยันว่า ไมโครพลาสติกก็สามารถมุดตัวแทรกซึมข้ามผ่านชั้นเวลาทางธรณีแล่วไปอาศัยอยู่ในอดีตได้ด้วยตัวเองเลย ทีมวิจัยจึงข้อสรุปอย่างชัดเจนว่า
"การกระจายตัวของไมโครพลาสติกในชั้นตะกอนนั้นมีความคลุมเครือ และไม่สามารถนำมาใช้เป็นตัวบ่งบอกจุดเริ่มต้นของยุคแอนโทรโพซีนได้อย่างแน่ชัด"
ซึ่งทำให้ในอนาคตการจะใช้พลาสติกมาเป็นตัวชี้วัดอายุของชั้นหินหรือชั้นดินจึงอาจกลายเป็นเรื่องที่ทำได้ยากขึ้นกว่าเดิม
.
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Lawrence, K. "Scientists stunned by troubling discovery deep in sediment of remote lakes here's what it tells us about our future." The Cool Down, 2024.
[2] Dimante-Deimantovica, I., et al. "Downward migrating microplastics in lake sediments are a tricky indicator for the onset of the Anthropocene." Science Advances, 2024. DOI: 10.1126/sciadv.adi8136
[3] Nield, D. "Microplastics Invade Ancient Rock, And That's a Big Problem For Age Markers." ScienceAlert, 2024.
[4] Adarlo, S. "Microplastics Found in Sediment Layers Untouched by Modern Humans." Futurism, 2024.
#วิทยาศาสตร์ #ธรณีวิทยา #ไมโครพลาสติก #สิ่งแวดล้อม #มลพิษ #ยุคแอนโทรโพซีน #งานวิจัย #ความรู้ #ธรรมชาติ #อัปเดตวิทยาศาสตร์
https://www.facebook.com/share/p/14jR6jtqN8G/