อิตาลีอยากได้เป๊ปมาคุมทีมเพื่อกู้วิกฤติทีมชาติมาก ยอมจ่ายเงินมหาศาลให้เป๊ป แต่สุดท้ายเป๊ปก็ปฏิเสธ เพราะอยากพักผ่อนมากกว่า
เราว่าก็ดีแล้ว ถ้าเป๊ปมาจริง ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องสร้างนักเตะใหม่หมด ที่คาดการณ์ก็คือ 8 ปี ฟุตบอลโลก 2 รอบ อิตาลีถึงพอจะกลับมายิ่งใหญ่ได้
อย่างนี้เอากุนซือชาติตัวเองดีกว่า คือปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่กุนซือ อยู่ที่นักเตะมากกว่า กุนซือเก่งๆในชาติตัวเองก็มี ขอให้มีนักเตะฝีเท้าดีขึ้นมา อิตาลีก็ไปได้ไกลอยู่หรอก
ตอนนี้ได้ปิร์โล่มาคุมก็ดึแล้ว ไม่ต้องไปรื้อระบบสร้างเยาวชนใหม่ อิตาลีได้แชมป์ยูโร 2020 เมื่อ 5 ปีก่อน ไม่ได้นานนะ พิสูจน์ให้เห็นว่า ถ้าทรัพยากรดี ทีมลงตัว ก็สามารถไปได้ไกล
เชื่อว่าปิร์โล่คือคนที่มีฝีมือดีอยู่ ขอให้มีนักเตะมาตราฐานเดิมอย่างที่อิตาลีเคยมี ก็ทำผลงานได้ดีในระดับชาติแล้ว
ลักษณะของปิรโล่ก็สรุปได้ตามนี้
*ดวงหน้าของ อันเดรีย ปิร์โล่ มีลักษณะนิ่งสงบ เยือกเย็น และมีความเป็นผู้นำสูง ซึ่งช่วยควบคุมทีมชาติอิตาลีให้ผ่านรอบคัดเลือกหรือเข้ารอบลึกได้ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านประสบการณ์โค้ชและทรัพยากร อาจพาอิตาลีไปได้แค่ระดับผ่านเข้ารอบรายการใหญ่หรือรอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นคว้าแชมป์โลกหรือแชมป์ยุโรปในทันที
วิเคราะห์ตามหลักโหงวเฮ้งและบุคลิก
-หน้าผากกว้างและสูง: สติปัญญาดี มีวิสัยทัศน์ในการวางแผนเกมสนาม
-แววตานิ่งสงบ: ควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่ตื่นสนามเวลาเจอสถานการณ์กดดัน
-ริมฝีปากนิ่งเม้ม: มีความเด็ดขาด แต่อาจขาดความยืดหยุ่นในการแก้เกมยามวิกฤต
ปัจจัยเสริมและข้อจำกัด
-ใจรักชาติ: มาด้วยใจและค่าจ้างที่ไม่สูงมาก สร้างความสามัคคีในทีมได้ดี
-พลังขับเคลื่อน: ขาดนักเตะดาวรุ่งระดับเวิลด์คลาสในประเทศมาสนับสนุน
จากข้อมูลที่กล่าวมา ก็ถือว่าใช้ได้ จะมีจุดอ่อนก็คือ การแก้เกมในสถานการณ์วิกฤต อาจทำได้ไม่ดี ลักษณะนี้คงต้องใช้นักเตะเก่งๆมาแบ่งเบาภาระโค้ชด้วย
โค้ชที่จะแก้สถานการณ์ให้ทีมยามวิกฤตได้ดีก็มีคล็อปป์กับซีดาน
ลักษณะของคล็อปป์
*มองว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ มีพลังดึงดูดและลักษณะของผู้นำนักสู้ที่จะช่วยกู้วิกฤตทีมชาติเยอรมนีได้ในระดับสูงมาก ผ่านบุคลิกที่เด็ดขาด แพสชั่นที่รุนแรง และความใจสู้ที่เข้ากับคาแรคเตอร์อินทรีเหล็ก
วิเคราะห์โหงวเฮ้งและลักษณะผู้นำ
-แววตาดุดันและจริงจัง: สะท้อนถึงความเด็ดขาด การอ่านเกมที่เฉียบคม และไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาเฉพาะหน้า
-รอยยิ้มและกรามที่แข็งแกร่ง: บ่งบอกถึงความอดทน ความอึดถึกในสถานการณ์กดดัน และความสามารถในการหลอมรวมใจคนให้เป็นหนึ่งเดียว
-ภาษากายทรงพลัง (ท่าชกลม): กระตุ้นพลังใจ (Motivation) ให้กับลูกทีมและปลุกเร้ากองเชียร์ให้กลับมามีความเชื่อมั่นอีกครั้ง
ศักยภาพในการแก้เกมยามวิกฤต
-การคืนความสามัคคี: เน้นสร้างทีมที่สู้เพื่อกันและกัน ลบภาพความแตกแยกหรือความอิ่มตัวในอดีต
-ความถ่อมตนและความอดทน: เจ้าตัวประกาศชัดเจนว่าจะทำงานด้วยความเรียบง่ายและอดทนเพื่อฟื้นฟูรากฐานระยะยาวจนถึงปี 2030
ลักษณะของซีดาน
*ซีเนดีน ซีดาน มีลักษณะใบหน้าที่โดดเด่นอย่าง หน้าผากกว้างรับปัญญา ดวงตานิ่งสงบแต่ทรงอำนาจ และสันจมูกตั้งตรงเป็นแนวคานอำนาจ ซึ่งช่วยเสริมการแก้เกมยามวิกฤติได้ในระดับสูง แต่ก็มีจุดที่ต้องระวังเรื่องความดื้อรั้นเช่นกัน
จุดเด่นตามหลักโหงวเฮ้ง
-หน้าผากกว้าง (ตั่งเอี๊ย): บ่งบอกถึงสติปัญญาการวางแผนระยะยาว การมองเกมขาด และความสามารถในการตัดสินใจในสถานการณ์คับขัน
-ดวงตาคมลึก (สติปัญญา): แววตานิ่งสงบไม่ตื่นตระหนก ช่วยควบคุมอารมณ์ของลูกทีมและสร้างความน่าเชื่อถือยามกดดัน
-จมูกหนาและตรง (เปี้ยนหลาง): แสดงถึงความเป็นผู้นำที่พึ่งพาได้ มีความเด็ดขาด และการเงินหรือโชคลาภที่มั่นคง
ข้อจำกัดและจุดที่ต้องระวัง
-คางแหลมหรือกรามชัดเกินไป: อาจทำให้มีความยืดหยุ่นน้อยในบางสถานการณ์ ยามที่ทีมต้องการความพลิกแพลงเชิงรับแบบเบ็ดเสร็จ อาจใช้เวลาปรับตัวนาน
-ความนิ่งที่มากเกินไป: บางครั้งการสงบเสงี่ยมและเก็บอารมณ์ อาจทำให้ลูกทีมขาดการกระตุ้นทางจิตวิทยาในยามที่สถานการณ์ในสนามแย่ลงอย่างรวดเร็ว
เทียบการแก้เกมส์ที่ผ่านๆมาของคล็อปป์กับซีดาน
*เจอร์เก้น คล็อปป์ และ ซีเนดีน ซีดาน มีสไตล์การแก้เกมที่เก่งกันคนละแบบ โดยซีดานโดดเด่นเรื่องการปรับหมากหน้างานและแก้เกมรวดเร็วในถ้วยยุโรป ส่วนคล็อปป์เด่นเรื่องการสร้างระบบและการกระตุ้นทีมให้พลิกสถานการณ์ด้วยความเข้มข้นของเกม
ซีดาน: จุดเด่นด้านการแก้เกมและการปรับทัพ
-ยืดหยุ่นหน้างานสูง: เปลี่ยนแผนหรือปรับตำแหน่งนักเตะกลางคันได้ดีเยี่ยมในช่วงเวลาคับขัน
-เปลี่ยนเกมสำรอง: มักส่งตัวสำรองลงมาเปลี่ยนเกมหรือยิงประตูสำคัญได้บ่อยครั้งในยามวิกฤต
-จิตวิทยาถ้วยยุโรป: นิ่งและอ่านเกมคู่แข่งออกในการดวลนัดเดียวจบ จนคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 3 สมัยซ้อน
คล็อปป์: จุดเด่นด้านการแก้เกมและการสร้างทีม
-ระบบเพรสซิ่งหนัก: ใช้ความดุดันและพลังงานในการกดดันคู่ต่อสู้ให้ผิดพลาดในช่วงครึ่งหลัง
-การเปลี่ยนแปลงแท็กติก: ปรับเปลี่ยนรูปแบบการยืนตำแหน่งหรือเติมผู้เล่นเกมรุกเพื่อทวงประตูคืน
-พลังฮึดช่วงท้ายเกม: ทีมมักยิงประตูตีเสมอหรือพลิกชนะในช่วงท้ายเกมได้บ่อยจากความฟิตและความศรัทธา
ถ้าคล็อปป์กับซีดานได้ทรัพยากรเท่ากัน มีนักเตะฝีเท้าดีพอกัน คล็อปป์ก็มีโอกาสชนะซีดานได้
ทีนี้ มาดูทรัพยากรของอิตาลีในยุคนี้
*ทัพลูกหนังเยาวชนชายทีมชาติอิตาลี (Azzurrini) ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในช่วงปี 2023–2026 โดยกวาดแชมป์ยุโรปมาครองได้ถึง 2 รุ่นอายุ ควบคู่กับการคว้ารองแชมป์โลกในรุ่น U20 ซึ่งถือเป็นยุคทองของทีมเยาวชนอิตาลีที่สวนทางกับมรสุมของทีมชุดใหญ่ที่ไม่ผ่านไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
สรุปผลงานสำคัญแยกตามรุ่นอายุตั้งแต่ปี 2023-2026 มีดังนี้
รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี (Italy U19)
-ปี 2023 (คว้าแชมป์ยุโรป): อิตาลี U19 ผงาดคว้าแชมป์ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี 2023 ที่ประเทศมอลตาได้สำเร็จ หลังเฉือนชนะโปรตุเกส 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2003
-ปี 2024: ผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศในศึกยูโร U19 ก่อนจะพ่ายสเปนในช่วงต่อเวลาพิเศษ 0-1 แต่ผลงานนี้ก็ช่วยให้ทีมตีตั๋วไปลุยศึกฟุตบอลโลก U20 ประจำปี 2025 ได้สำเร็จ
-ปี 2026: ลงแข่งขันยูโร U19 รอบสุดท้าย (ช่วงมิถุนายน–กรกฎาคม 2026) โดยทำผลงานในรอบแบ่งกลุ่มด้วยการชนะเซอร์เบีย 2-0 เสมอโครเอเชีย 0-0 แพ้ยูเครน 1-0 และเสมอเดนมาร์ก 0-0
รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี (Italy U17)
-ปี 2024 (คว้าแชมป์ยุโรป): อิตาลี U17 สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ ยูฟ่า ยูโร U17 ประจำปี 2024 ที่ประเทศไซปรัส ด้วยการถล่มโปรตุเกสขาดลอย 3-0 ในรอบชิงชนะเลิศ โดยมี ฟรันเชสโก กามาร์ดา กองหน้าดาวรุ่งจากเอซี มิลาน คว้าตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์
-ปี 2025–2026: ยังคงรักษามาตรฐานในรอบคัดเลือกได้อย่างยอดเยี่ยม โดยล่าสุดทะลุผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายเพื่อป้องกันแชมป์ยุโรปด้วยสถิติชนะ 6 นัดรวดในรอบคัดเลือก
รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี (Italy U20)
-ปี 2023 (รองแชมป์โลก): ทำผลงานชิ้นโบแดงในศึกฟุตบอลโลก U20 (2023 FIFA U-20 World Cup) ที่ประเทศอาร์เจนตินา โดยทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศก่อนจะพ่ายให้กับอุรุกวัย 0-1 คว้าตำแหน่งรองแชมป์โลกมาครอง
-ปี 2025–2026: เข้าร่วมแข่งขันรายการระดับทวีปอย่าง Elite League U20 โดยจบในอันดับที่ 3 ของตาราง (เป็นรองเพียงเยอรมนีและอังกฤษ)
รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี (Italy U21)
-ปี 2023: ตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป U21 ทำให้นายใหญ่ เปาโล นิโคลาโต ก้าวลงจากตำแหน่ง และส่งไม้ต่อให้ คาร์ไมน์ นุนซิอาตา
-ปี 2025–2026: อยู่ในช่วงการแข่งขันรอบคัดเลือกเพื่อไปลุยศึกชิงแชมป์ยุโรป U21 ปี 2027 ภายใต้การนำทัพของกุนซือคนใหม่ ซิลวิโอ บัลดินี โดยขุมกำลังแกนหลักนำโดยดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง นิกโกเลาะ ปีซิลลี, แชร์ อึนดูร์ และ ฟรันเชสโก กามาร์ดา ที่ถูกดันขึ้นมาเล่นข้ามรุ่น ซึ่งผลงานล่าสุดในรอบคัดเลือกช่วงปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026 อิตาลีโชว์ฟอร์มโหดถล่มสวีเดน 4-0, ถล่มอาร์เมเนีย 5-1 และต้อนมาซิโดเนียเหนือ 4-0
ผลงานฟุตบอลชายชุดเยาวชนของอิตาลีในช่วงปี 2023-2026 มีศักยภาพและแววดีมากพอที่จะช่วยให้ทีมชุดใหญ่กลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในเวทีระดับโลกได้ เนื่องจากทัพ "อัซซูรินี่" รุ่นเล็กกวาดความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์สำคัญของยุโรปและโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอิตาลีไม่ได้ขาดแคลน "วัตถุดิบ" หรือสายเลือดใหม่ที่มีคุณภาพเลย
ปัญหาคอขวด: โอกาสในสโมสรและระบบลีก
แม้ผลงานเยาวชนจะสวยหรู แต่สิ่งที่กูรูฟุตบอลและอดีตนักเตะชื่อดังอย่าง เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ วิจารณ์ไว้ คือ "โอกาสในการลงเล่นจริง"
1.สถิติน่าเป็นห่วง: รายงานระบุว่าสโมสรใน เซเรีย อา มีสถิติการส่งผู้เล่นดาวรุ่งสัญชาติอิตาลี (อายุต่ำกว่า 21 ปี) ลงสนามรวมกันเพียงแค่ราว 1.9% เท่านั้น ซึ่งต่ำเป็นอันดับท้าย ๆ จากลีกทั่วโลก
2.ความต่างกับชาติอื่น: เมื่อเปรียบเทียบกับทีมชาติสเปน ดาวรุ่งสเปนที่เล่นในศึก U19 ปี 2023 (ทัวร์นาเมนต์ที่อิตาลีได้แชมป์) กลับได้รับโอกาสลงเล่นในลีกสูงสุดและฟุตบอลถ้วยยุโรปกับสโมสรมากกว่าดาวรุ่งอิตาลีถึงเกือบเท่าตัว
3.การพึ่งพานักเตะต่างชาติ: สโมสรใหญ่ในอิตาลียังคงเลือกใช้ผู้เล่นต่างชาติหรือนักเตะอายุมาก (30+) มากกว่าการเสี่ยงใช้งานสายเลือดใหม่ ทำให้นักเตะเหล่านี้ขาดชั่วโมงบินในเกมระดับกดดันสูง
บทสรุปและทิศทางในอนาคต
สมาคมฟุตบอลอิตาลี (FIGC) ตระหนักถึงปัญหานี้ดี และเริ่มมีการผลักดันโครงการ ปฏิรูปโครงสร้างฟุตบอลเยาวชนทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อบังคับและส่งเสริมให้สโมสรต่าง ๆ ปล่อยโอกาสให้เด็กชุดแชมป์เยาวชนเหล่านี้ได้ลงเล่นใน เซเรีย อา มากขึ้น
หากสโมสรต่าง ๆ ในลีกลดการพึ่งพาตัวต่างชาติ แล้วหันมา "ให้ความเชื่อมั่นและฟูมฟัก" เด็ก ๆ ชุดนี้อย่างจริงจัง เมล็ดพันธุ์ที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้ก็พร้อมอย่างยิ่งที่จะเติบโตขึ้นไปพา "อัซซูรี่" ชุดใหญ่กลับไปบินสูงในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์อย่างฟุตบอลโลก หรือยูโรได้แน่นอน
ดูอิตาลีก็มีทรัพยากรดีๆเยอะอยู่ วางแผนจัดการดีๆ เลือกโค้ชเก่งๆในประเทศตัวเองมาคุม ก็น่าไปได้สวย ไม่น่าเอาโค้ชต่างชาติมาคุมแล้วต้องรื้อระบบสร้างเยาวชนใหม่หมด เสียเวลาเปล่าๆ
อิตาลีอยากได้เป๊ปมาคุมทีม คิดดีแล้วหรือ ต้องรื้อระบบสร้างเยาวชนใหม่หมดมั้ย ดูจะขัดกับรากฐานเดิมนะ
เราว่าก็ดีแล้ว ถ้าเป๊ปมาจริง ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องสร้างนักเตะใหม่หมด ที่คาดการณ์ก็คือ 8 ปี ฟุตบอลโลก 2 รอบ อิตาลีถึงพอจะกลับมายิ่งใหญ่ได้
อย่างนี้เอากุนซือชาติตัวเองดีกว่า คือปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่กุนซือ อยู่ที่นักเตะมากกว่า กุนซือเก่งๆในชาติตัวเองก็มี ขอให้มีนักเตะฝีเท้าดีขึ้นมา อิตาลีก็ไปได้ไกลอยู่หรอก
ตอนนี้ได้ปิร์โล่มาคุมก็ดึแล้ว ไม่ต้องไปรื้อระบบสร้างเยาวชนใหม่ อิตาลีได้แชมป์ยูโร 2020 เมื่อ 5 ปีก่อน ไม่ได้นานนะ พิสูจน์ให้เห็นว่า ถ้าทรัพยากรดี ทีมลงตัว ก็สามารถไปได้ไกล
เชื่อว่าปิร์โล่คือคนที่มีฝีมือดีอยู่ ขอให้มีนักเตะมาตราฐานเดิมอย่างที่อิตาลีเคยมี ก็ทำผลงานได้ดีในระดับชาติแล้ว
ลักษณะของปิรโล่ก็สรุปได้ตามนี้
*ดวงหน้าของ อันเดรีย ปิร์โล่ มีลักษณะนิ่งสงบ เยือกเย็น และมีความเป็นผู้นำสูง ซึ่งช่วยควบคุมทีมชาติอิตาลีให้ผ่านรอบคัดเลือกหรือเข้ารอบลึกได้ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านประสบการณ์โค้ชและทรัพยากร อาจพาอิตาลีไปได้แค่ระดับผ่านเข้ารอบรายการใหญ่หรือรอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นคว้าแชมป์โลกหรือแชมป์ยุโรปในทันที
วิเคราะห์ตามหลักโหงวเฮ้งและบุคลิก
-หน้าผากกว้างและสูง: สติปัญญาดี มีวิสัยทัศน์ในการวางแผนเกมสนาม
-แววตานิ่งสงบ: ควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่ตื่นสนามเวลาเจอสถานการณ์กดดัน
-ริมฝีปากนิ่งเม้ม: มีความเด็ดขาด แต่อาจขาดความยืดหยุ่นในการแก้เกมยามวิกฤต
ปัจจัยเสริมและข้อจำกัด
-ใจรักชาติ: มาด้วยใจและค่าจ้างที่ไม่สูงมาก สร้างความสามัคคีในทีมได้ดี
-พลังขับเคลื่อน: ขาดนักเตะดาวรุ่งระดับเวิลด์คลาสในประเทศมาสนับสนุน
จากข้อมูลที่กล่าวมา ก็ถือว่าใช้ได้ จะมีจุดอ่อนก็คือ การแก้เกมในสถานการณ์วิกฤต อาจทำได้ไม่ดี ลักษณะนี้คงต้องใช้นักเตะเก่งๆมาแบ่งเบาภาระโค้ชด้วย
โค้ชที่จะแก้สถานการณ์ให้ทีมยามวิกฤตได้ดีก็มีคล็อปป์กับซีดาน
ลักษณะของคล็อปป์
*มองว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ มีพลังดึงดูดและลักษณะของผู้นำนักสู้ที่จะช่วยกู้วิกฤตทีมชาติเยอรมนีได้ในระดับสูงมาก ผ่านบุคลิกที่เด็ดขาด แพสชั่นที่รุนแรง และความใจสู้ที่เข้ากับคาแรคเตอร์อินทรีเหล็ก
วิเคราะห์โหงวเฮ้งและลักษณะผู้นำ
-แววตาดุดันและจริงจัง: สะท้อนถึงความเด็ดขาด การอ่านเกมที่เฉียบคม และไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาเฉพาะหน้า
-รอยยิ้มและกรามที่แข็งแกร่ง: บ่งบอกถึงความอดทน ความอึดถึกในสถานการณ์กดดัน และความสามารถในการหลอมรวมใจคนให้เป็นหนึ่งเดียว
-ภาษากายทรงพลัง (ท่าชกลม): กระตุ้นพลังใจ (Motivation) ให้กับลูกทีมและปลุกเร้ากองเชียร์ให้กลับมามีความเชื่อมั่นอีกครั้ง
ศักยภาพในการแก้เกมยามวิกฤต
-การคืนความสามัคคี: เน้นสร้างทีมที่สู้เพื่อกันและกัน ลบภาพความแตกแยกหรือความอิ่มตัวในอดีต
-ความถ่อมตนและความอดทน: เจ้าตัวประกาศชัดเจนว่าจะทำงานด้วยความเรียบง่ายและอดทนเพื่อฟื้นฟูรากฐานระยะยาวจนถึงปี 2030
ลักษณะของซีดาน
*ซีเนดีน ซีดาน มีลักษณะใบหน้าที่โดดเด่นอย่าง หน้าผากกว้างรับปัญญา ดวงตานิ่งสงบแต่ทรงอำนาจ และสันจมูกตั้งตรงเป็นแนวคานอำนาจ ซึ่งช่วยเสริมการแก้เกมยามวิกฤติได้ในระดับสูง แต่ก็มีจุดที่ต้องระวังเรื่องความดื้อรั้นเช่นกัน
จุดเด่นตามหลักโหงวเฮ้ง
-หน้าผากกว้าง (ตั่งเอี๊ย): บ่งบอกถึงสติปัญญาการวางแผนระยะยาว การมองเกมขาด และความสามารถในการตัดสินใจในสถานการณ์คับขัน
-ดวงตาคมลึก (สติปัญญา): แววตานิ่งสงบไม่ตื่นตระหนก ช่วยควบคุมอารมณ์ของลูกทีมและสร้างความน่าเชื่อถือยามกดดัน
-จมูกหนาและตรง (เปี้ยนหลาง): แสดงถึงความเป็นผู้นำที่พึ่งพาได้ มีความเด็ดขาด และการเงินหรือโชคลาภที่มั่นคง
ข้อจำกัดและจุดที่ต้องระวัง
-คางแหลมหรือกรามชัดเกินไป: อาจทำให้มีความยืดหยุ่นน้อยในบางสถานการณ์ ยามที่ทีมต้องการความพลิกแพลงเชิงรับแบบเบ็ดเสร็จ อาจใช้เวลาปรับตัวนาน
-ความนิ่งที่มากเกินไป: บางครั้งการสงบเสงี่ยมและเก็บอารมณ์ อาจทำให้ลูกทีมขาดการกระตุ้นทางจิตวิทยาในยามที่สถานการณ์ในสนามแย่ลงอย่างรวดเร็ว
เทียบการแก้เกมส์ที่ผ่านๆมาของคล็อปป์กับซีดาน
*เจอร์เก้น คล็อปป์ และ ซีเนดีน ซีดาน มีสไตล์การแก้เกมที่เก่งกันคนละแบบ โดยซีดานโดดเด่นเรื่องการปรับหมากหน้างานและแก้เกมรวดเร็วในถ้วยยุโรป ส่วนคล็อปป์เด่นเรื่องการสร้างระบบและการกระตุ้นทีมให้พลิกสถานการณ์ด้วยความเข้มข้นของเกม
ซีดาน: จุดเด่นด้านการแก้เกมและการปรับทัพ
-ยืดหยุ่นหน้างานสูง: เปลี่ยนแผนหรือปรับตำแหน่งนักเตะกลางคันได้ดีเยี่ยมในช่วงเวลาคับขัน
-เปลี่ยนเกมสำรอง: มักส่งตัวสำรองลงมาเปลี่ยนเกมหรือยิงประตูสำคัญได้บ่อยครั้งในยามวิกฤต
-จิตวิทยาถ้วยยุโรป: นิ่งและอ่านเกมคู่แข่งออกในการดวลนัดเดียวจบ จนคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 3 สมัยซ้อน
คล็อปป์: จุดเด่นด้านการแก้เกมและการสร้างทีม
-ระบบเพรสซิ่งหนัก: ใช้ความดุดันและพลังงานในการกดดันคู่ต่อสู้ให้ผิดพลาดในช่วงครึ่งหลัง
-การเปลี่ยนแปลงแท็กติก: ปรับเปลี่ยนรูปแบบการยืนตำแหน่งหรือเติมผู้เล่นเกมรุกเพื่อทวงประตูคืน
-พลังฮึดช่วงท้ายเกม: ทีมมักยิงประตูตีเสมอหรือพลิกชนะในช่วงท้ายเกมได้บ่อยจากความฟิตและความศรัทธา
ถ้าคล็อปป์กับซีดานได้ทรัพยากรเท่ากัน มีนักเตะฝีเท้าดีพอกัน คล็อปป์ก็มีโอกาสชนะซีดานได้
ทีนี้ มาดูทรัพยากรของอิตาลีในยุคนี้
*ทัพลูกหนังเยาวชนชายทีมชาติอิตาลี (Azzurrini) ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในช่วงปี 2023–2026 โดยกวาดแชมป์ยุโรปมาครองได้ถึง 2 รุ่นอายุ ควบคู่กับการคว้ารองแชมป์โลกในรุ่น U20 ซึ่งถือเป็นยุคทองของทีมเยาวชนอิตาลีที่สวนทางกับมรสุมของทีมชุดใหญ่ที่ไม่ผ่านไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
สรุปผลงานสำคัญแยกตามรุ่นอายุตั้งแต่ปี 2023-2026 มีดังนี้
รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี (Italy U19)
-ปี 2023 (คว้าแชมป์ยุโรป): อิตาลี U19 ผงาดคว้าแชมป์ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี 2023 ที่ประเทศมอลตาได้สำเร็จ หลังเฉือนชนะโปรตุเกส 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2003
-ปี 2024: ผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศในศึกยูโร U19 ก่อนจะพ่ายสเปนในช่วงต่อเวลาพิเศษ 0-1 แต่ผลงานนี้ก็ช่วยให้ทีมตีตั๋วไปลุยศึกฟุตบอลโลก U20 ประจำปี 2025 ได้สำเร็จ
-ปี 2026: ลงแข่งขันยูโร U19 รอบสุดท้าย (ช่วงมิถุนายน–กรกฎาคม 2026) โดยทำผลงานในรอบแบ่งกลุ่มด้วยการชนะเซอร์เบีย 2-0 เสมอโครเอเชีย 0-0 แพ้ยูเครน 1-0 และเสมอเดนมาร์ก 0-0
รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี (Italy U17)
-ปี 2024 (คว้าแชมป์ยุโรป): อิตาลี U17 สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ ยูฟ่า ยูโร U17 ประจำปี 2024 ที่ประเทศไซปรัส ด้วยการถล่มโปรตุเกสขาดลอย 3-0 ในรอบชิงชนะเลิศ โดยมี ฟรันเชสโก กามาร์ดา กองหน้าดาวรุ่งจากเอซี มิลาน คว้าตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์
-ปี 2025–2026: ยังคงรักษามาตรฐานในรอบคัดเลือกได้อย่างยอดเยี่ยม โดยล่าสุดทะลุผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายเพื่อป้องกันแชมป์ยุโรปด้วยสถิติชนะ 6 นัดรวดในรอบคัดเลือก
รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี (Italy U20)
-ปี 2023 (รองแชมป์โลก): ทำผลงานชิ้นโบแดงในศึกฟุตบอลโลก U20 (2023 FIFA U-20 World Cup) ที่ประเทศอาร์เจนตินา โดยทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศก่อนจะพ่ายให้กับอุรุกวัย 0-1 คว้าตำแหน่งรองแชมป์โลกมาครอง
-ปี 2025–2026: เข้าร่วมแข่งขันรายการระดับทวีปอย่าง Elite League U20 โดยจบในอันดับที่ 3 ของตาราง (เป็นรองเพียงเยอรมนีและอังกฤษ)
รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี (Italy U21)
-ปี 2023: ตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป U21 ทำให้นายใหญ่ เปาโล นิโคลาโต ก้าวลงจากตำแหน่ง และส่งไม้ต่อให้ คาร์ไมน์ นุนซิอาตา
-ปี 2025–2026: อยู่ในช่วงการแข่งขันรอบคัดเลือกเพื่อไปลุยศึกชิงแชมป์ยุโรป U21 ปี 2027 ภายใต้การนำทัพของกุนซือคนใหม่ ซิลวิโอ บัลดินี โดยขุมกำลังแกนหลักนำโดยดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง นิกโกเลาะ ปีซิลลี, แชร์ อึนดูร์ และ ฟรันเชสโก กามาร์ดา ที่ถูกดันขึ้นมาเล่นข้ามรุ่น ซึ่งผลงานล่าสุดในรอบคัดเลือกช่วงปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026 อิตาลีโชว์ฟอร์มโหดถล่มสวีเดน 4-0, ถล่มอาร์เมเนีย 5-1 และต้อนมาซิโดเนียเหนือ 4-0
ผลงานฟุตบอลชายชุดเยาวชนของอิตาลีในช่วงปี 2023-2026 มีศักยภาพและแววดีมากพอที่จะช่วยให้ทีมชุดใหญ่กลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในเวทีระดับโลกได้ เนื่องจากทัพ "อัซซูรินี่" รุ่นเล็กกวาดความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์สำคัญของยุโรปและโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอิตาลีไม่ได้ขาดแคลน "วัตถุดิบ" หรือสายเลือดใหม่ที่มีคุณภาพเลย
ปัญหาคอขวด: โอกาสในสโมสรและระบบลีก
แม้ผลงานเยาวชนจะสวยหรู แต่สิ่งที่กูรูฟุตบอลและอดีตนักเตะชื่อดังอย่าง เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ วิจารณ์ไว้ คือ "โอกาสในการลงเล่นจริง"
1.สถิติน่าเป็นห่วง: รายงานระบุว่าสโมสรใน เซเรีย อา มีสถิติการส่งผู้เล่นดาวรุ่งสัญชาติอิตาลี (อายุต่ำกว่า 21 ปี) ลงสนามรวมกันเพียงแค่ราว 1.9% เท่านั้น ซึ่งต่ำเป็นอันดับท้าย ๆ จากลีกทั่วโลก
2.ความต่างกับชาติอื่น: เมื่อเปรียบเทียบกับทีมชาติสเปน ดาวรุ่งสเปนที่เล่นในศึก U19 ปี 2023 (ทัวร์นาเมนต์ที่อิตาลีได้แชมป์) กลับได้รับโอกาสลงเล่นในลีกสูงสุดและฟุตบอลถ้วยยุโรปกับสโมสรมากกว่าดาวรุ่งอิตาลีถึงเกือบเท่าตัว
3.การพึ่งพานักเตะต่างชาติ: สโมสรใหญ่ในอิตาลียังคงเลือกใช้ผู้เล่นต่างชาติหรือนักเตะอายุมาก (30+) มากกว่าการเสี่ยงใช้งานสายเลือดใหม่ ทำให้นักเตะเหล่านี้ขาดชั่วโมงบินในเกมระดับกดดันสูง
บทสรุปและทิศทางในอนาคต
สมาคมฟุตบอลอิตาลี (FIGC) ตระหนักถึงปัญหานี้ดี และเริ่มมีการผลักดันโครงการ ปฏิรูปโครงสร้างฟุตบอลเยาวชนทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อบังคับและส่งเสริมให้สโมสรต่าง ๆ ปล่อยโอกาสให้เด็กชุดแชมป์เยาวชนเหล่านี้ได้ลงเล่นใน เซเรีย อา มากขึ้น
หากสโมสรต่าง ๆ ในลีกลดการพึ่งพาตัวต่างชาติ แล้วหันมา "ให้ความเชื่อมั่นและฟูมฟัก" เด็ก ๆ ชุดนี้อย่างจริงจัง เมล็ดพันธุ์ที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้ก็พร้อมอย่างยิ่งที่จะเติบโตขึ้นไปพา "อัซซูรี่" ชุดใหญ่กลับไปบินสูงในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์อย่างฟุตบอลโลก หรือยูโรได้แน่นอน
ดูอิตาลีก็มีทรัพยากรดีๆเยอะอยู่ วางแผนจัดการดีๆ เลือกโค้ชเก่งๆในประเทศตัวเองมาคุม ก็น่าไปได้สวย ไม่น่าเอาโค้ชต่างชาติมาคุมแล้วต้องรื้อระบบสร้างเยาวชนใหม่หมด เสียเวลาเปล่าๆ