หญิงวัย 67 ปีสามารถก้าวข้ามโรคกลัวการบินได้สำเร็จ โดยมีวง BTS เป็นตัวช่วยสำคัญ
ปมความกลัวการเดินทางทางอากาศของ
เดบบี แอดัมสัน (Debbie Adamson) เกิดขึ้นย้อนกลับไปสมัยที่เธอเป็นนักศึกษา ในตอนนั้นเธอได้ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรกจากกรุงบูดาเปสต์ และเผชิญกับประสบการณ์ที่เธอจำว่าเป็น "ไฟลต์ที่เลวร้ายที่สุดในโลก" เหตุการณ์นั้นสร้างบาดแผลทางใจจนทำให้เธอหวาดระแวงไปตลอดว่า เครื่องบินลำไหนก็ตามที่เธอขึ้นจะต้องประสบอุบัติเหตุตกอย่างแน่นอน (รายงานโดย Kennedy News & Media)
เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงปี 2006 ความกลัวของเธอก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย จนกระทั่งครอบครัวมีแผนจะเดินทางไปท่องเที่ยวเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา เพื่อเอาใจสามีผู้ชอบเที่ยวสวนสนุกเป็นชีวิตจิตใจและลูก ๆ อีก 3 คน เดบบีจึงตัดสินใจวางแผนล่มทริปด้วยการแอบเอาพาสปอร์ตของตัวเองไปซ่อนไว้ในนิตยสารที่สนามบิน แต่แผนการก็ไม่สำเร็จ เพราะเจ้าหน้าที่สนามบินได้พิมพ์ตั๋วเล่มใหม่ให้เธอจนสามารถร่วมเดินทางไปได้ ส่งผลให้เธอนั่งร้องไห้น้ำตาไหลไม่หยุดตลอดการเดินทาง 3 ชั่วโมงเต็ม
ในที่สุดเมื่อปี 2008 เดบบีซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองเซาท์แธมป์ตัน มณฑลแฮมป์เชียร์ ก็พบว่าตัวเองไม่สามารถทนรับมือกับโรคกลัวการบิน (Aerophobia) ได้อีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจตัดใจและเลิกเดินทางด้วยเครื่องบินยาวนานถึง 17 ปี
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เมื่อเดบบีเริ่มเปิดใจเรียนรู้เรื่องการทำงานของเครื่องบินจากเพื่อนที่เป็นนักบิน พอความกลัวเริ่มคลายลงบ้าง เธอจึงตัดสินใจเข้ากลุ่มซัพพอร์ตใน Facebook และตั้งใจว่าจะต้องก้าวข้ามโรคกลัวนี้ให้ได้ เพื่อจองทริปไปเที่ยวเกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ สำหรับฉลองครบรอบแต่งงาน 40 ปีกับสามี
เธอประเดิมทดสอบจิตใจด้วยการพาครอบครัวบินกลับไปออร์แลนโดอีกครั้ง และในไฟลต์นี้เอง เดบบีเล่าว่าเธอไม่มีอาการตื่นกลัวเลยแม้แต่น้อย แม้กระทั่งตอนที่เครื่องเจอสภาพอากาศปั่นป่วน นั่นเพราะเธอได้พบกับวิธีรับมือสุดพิเศษ นั่นคือการเปิดเพลงของ BTS วงบอยแบนด์เกาหลีสุดโปรดฟัง ซึ่งช่วยลดภาวะความเครียดจากการรับรู้ทางประสาทสัมผัสที่มากเกินไปได้อย่างดีเยี่ยม
“ฉันรวบรวม ‘เพลย์ลิสต์สุดแกร่ง’ ขึ้นมา โดยคัดมาแต่เพลงที่ชอบที่สุด เพื่อจะได้ตั้งใจฟังไปเรื่อย ๆ ไม่มีเบื่อ” เดบบีเล่าถึงการจัดเพลงของวงบอยแบนด์เกาหลีชื่อดังที่มีสมาชิกอย่าง RM, Jin, SUGA, j-hope, Jimin, V และ Jung Kook
“ช่วงที่เครื่องกำลังเหินฟ้า ฉันหลับตาแน่นแล้วกุมมือจับไว้แน่นมาก พอผ่านจุดนั้นมาได้ ฉันก็เริ่มดึงสติและคิดตามหลักเหตุผล มันเป็นสิ่งที่ช่วยพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อฉันปลดล็อกและอนุญาตให้ตัวเองไม่ต้องกลัวอีกต่อไป ความกลัวมันก็หายไปเลย เพราะแรงกดดันและมโนภาพอันน่ากลัวทั้งหมดที่ผ่านมา มันเกิดจากความคิดของตัวฉันเองทั้งนั้น” เธออธิบายเสริม
เมื่อนึกย้อนไปถึงฝันร้ายในการเดินทางในอดีต เดบบีเล่าว่า “ตอนที่ต้องบินช่วงที่กลัวสุดขีด พอเดินเข้าประตูเครื่องปุ๊บ ฉันจะรีบบอกแอร์โฮสเตสทันทีว่าฉันกลัวเครื่องบิน—นั่นคือในกรณีที่ไม่ได้สติหลุดร้องไห้ไปก่อนแล้วนะคะ ส่วนสามีฉันนี่ พอลงจากเครื่องทีไร แทบจะเป็นโรคข้ออักเสบที่มือทุกที เพราะฉันบีบมือเขาแน่นมาก”
“มันพูดไม่ถูกจริง ๆ ค่ะ รู้แค่ว่าตอนนั้นเราควบคุมตัวเองไม่ได้เลย มันคือความกลัวขั้นสุด แค่เครื่องสั่นนิดเดียวจากสภาพอากาศปั่นป่วน นิตยสารหล่นนิดหน่อย ฉันก็ปล่อยโฮแล้ว ตลอดไฟลต์กินอะไรไม่เคยลง น้ำก็ไม่ดื่ม พอเครื่องลงทีไรก็สภาพอิดโรยและป่วยหนักตลอด มันเป็นช่วงเวลาที่ทรมานมากจริง ๆ”
มาถึงวันนี้ เดบบีหวังว่าเรื่องราวของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น ๆ “ฉันคงไม่พูดหรอกค่ะว่าตัวเองหายดีเป็นปกติแล้ว เพียงแต่ตอนนี้ฉันดึงสติและบอกกับตัวเองได้ว่า... ‘ฉันขออนุญาตให้ตัวเองเลิกกลัวได้แล้วนะ’ ”
“มันไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไรเลย เพราะตอนนั้นเราห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆ แต่สิ่งเดียวที่ฉันพลาดไปในตอนนั้น คือการไม่ยอมเปิดใจให้ตัวเองได้เรียนรู้และเข้าใจกลไกการบินด้วยเหตุและผล” เดบบีกล่าวทิ้งท้าย พร้อมเปิดเผยว่าเธอกำลังมองหาแพลนท่องเที่ยวใหม่ๆ สำหรับทริปหน้าในเร็ว ๆ นี้
หญิงวัย 67 ปี เลิกเดินทางด้วยเครื่องบินนานถึง 17 ปีเพราะโรคกลัวการบิน ปัจจุบันชนะความกลัวได้แล้วด้วยการฟังเพลงของวง BTS
ปมความกลัวการเดินทางทางอากาศของ เดบบี แอดัมสัน (Debbie Adamson) เกิดขึ้นย้อนกลับไปสมัยที่เธอเป็นนักศึกษา ในตอนนั้นเธอได้ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรกจากกรุงบูดาเปสต์ และเผชิญกับประสบการณ์ที่เธอจำว่าเป็น "ไฟลต์ที่เลวร้ายที่สุดในโลก" เหตุการณ์นั้นสร้างบาดแผลทางใจจนทำให้เธอหวาดระแวงไปตลอดว่า เครื่องบินลำไหนก็ตามที่เธอขึ้นจะต้องประสบอุบัติเหตุตกอย่างแน่นอน (รายงานโดย Kennedy News & Media)
เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงปี 2006 ความกลัวของเธอก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย จนกระทั่งครอบครัวมีแผนจะเดินทางไปท่องเที่ยวเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา เพื่อเอาใจสามีผู้ชอบเที่ยวสวนสนุกเป็นชีวิตจิตใจและลูก ๆ อีก 3 คน เดบบีจึงตัดสินใจวางแผนล่มทริปด้วยการแอบเอาพาสปอร์ตของตัวเองไปซ่อนไว้ในนิตยสารที่สนามบิน แต่แผนการก็ไม่สำเร็จ เพราะเจ้าหน้าที่สนามบินได้พิมพ์ตั๋วเล่มใหม่ให้เธอจนสามารถร่วมเดินทางไปได้ ส่งผลให้เธอนั่งร้องไห้น้ำตาไหลไม่หยุดตลอดการเดินทาง 3 ชั่วโมงเต็ม
ในที่สุดเมื่อปี 2008 เดบบีซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองเซาท์แธมป์ตัน มณฑลแฮมป์เชียร์ ก็พบว่าตัวเองไม่สามารถทนรับมือกับโรคกลัวการบิน (Aerophobia) ได้อีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจตัดใจและเลิกเดินทางด้วยเครื่องบินยาวนานถึง 17 ปี
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เมื่อเดบบีเริ่มเปิดใจเรียนรู้เรื่องการทำงานของเครื่องบินจากเพื่อนที่เป็นนักบิน พอความกลัวเริ่มคลายลงบ้าง เธอจึงตัดสินใจเข้ากลุ่มซัพพอร์ตใน Facebook และตั้งใจว่าจะต้องก้าวข้ามโรคกลัวนี้ให้ได้ เพื่อจองทริปไปเที่ยวเกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ สำหรับฉลองครบรอบแต่งงาน 40 ปีกับสามี
เธอประเดิมทดสอบจิตใจด้วยการพาครอบครัวบินกลับไปออร์แลนโดอีกครั้ง และในไฟลต์นี้เอง เดบบีเล่าว่าเธอไม่มีอาการตื่นกลัวเลยแม้แต่น้อย แม้กระทั่งตอนที่เครื่องเจอสภาพอากาศปั่นป่วน นั่นเพราะเธอได้พบกับวิธีรับมือสุดพิเศษ นั่นคือการเปิดเพลงของ BTS วงบอยแบนด์เกาหลีสุดโปรดฟัง ซึ่งช่วยลดภาวะความเครียดจากการรับรู้ทางประสาทสัมผัสที่มากเกินไปได้อย่างดีเยี่ยม
“ฉันรวบรวม ‘เพลย์ลิสต์สุดแกร่ง’ ขึ้นมา โดยคัดมาแต่เพลงที่ชอบที่สุด เพื่อจะได้ตั้งใจฟังไปเรื่อย ๆ ไม่มีเบื่อ” เดบบีเล่าถึงการจัดเพลงของวงบอยแบนด์เกาหลีชื่อดังที่มีสมาชิกอย่าง RM, Jin, SUGA, j-hope, Jimin, V และ Jung Kook
“ช่วงที่เครื่องกำลังเหินฟ้า ฉันหลับตาแน่นแล้วกุมมือจับไว้แน่นมาก พอผ่านจุดนั้นมาได้ ฉันก็เริ่มดึงสติและคิดตามหลักเหตุผล มันเป็นสิ่งที่ช่วยพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อฉันปลดล็อกและอนุญาตให้ตัวเองไม่ต้องกลัวอีกต่อไป ความกลัวมันก็หายไปเลย เพราะแรงกดดันและมโนภาพอันน่ากลัวทั้งหมดที่ผ่านมา มันเกิดจากความคิดของตัวฉันเองทั้งนั้น” เธออธิบายเสริม
เมื่อนึกย้อนไปถึงฝันร้ายในการเดินทางในอดีต เดบบีเล่าว่า “ตอนที่ต้องบินช่วงที่กลัวสุดขีด พอเดินเข้าประตูเครื่องปุ๊บ ฉันจะรีบบอกแอร์โฮสเตสทันทีว่าฉันกลัวเครื่องบิน—นั่นคือในกรณีที่ไม่ได้สติหลุดร้องไห้ไปก่อนแล้วนะคะ ส่วนสามีฉันนี่ พอลงจากเครื่องทีไร แทบจะเป็นโรคข้ออักเสบที่มือทุกที เพราะฉันบีบมือเขาแน่นมาก”
“มันพูดไม่ถูกจริง ๆ ค่ะ รู้แค่ว่าตอนนั้นเราควบคุมตัวเองไม่ได้เลย มันคือความกลัวขั้นสุด แค่เครื่องสั่นนิดเดียวจากสภาพอากาศปั่นป่วน นิตยสารหล่นนิดหน่อย ฉันก็ปล่อยโฮแล้ว ตลอดไฟลต์กินอะไรไม่เคยลง น้ำก็ไม่ดื่ม พอเครื่องลงทีไรก็สภาพอิดโรยและป่วยหนักตลอด มันเป็นช่วงเวลาที่ทรมานมากจริง ๆ”
มาถึงวันนี้ เดบบีหวังว่าเรื่องราวของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น ๆ “ฉันคงไม่พูดหรอกค่ะว่าตัวเองหายดีเป็นปกติแล้ว เพียงแต่ตอนนี้ฉันดึงสติและบอกกับตัวเองได้ว่า... ‘ฉันขออนุญาตให้ตัวเองเลิกกลัวได้แล้วนะ’ ”
“มันไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไรเลย เพราะตอนนั้นเราห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆ แต่สิ่งเดียวที่ฉันพลาดไปในตอนนั้น คือการไม่ยอมเปิดใจให้ตัวเองได้เรียนรู้และเข้าใจกลไกการบินด้วยเหตุและผล” เดบบีกล่าวทิ้งท้าย พร้อมเปิดเผยว่าเธอกำลังมองหาแพลนท่องเที่ยวใหม่ๆ สำหรับทริปหน้าในเร็ว ๆ นี้