เสียงจากคนขาย ถึงแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่: เมื่อ "ผู้บริโภคจ่ายแพง แต่ร้านค้ากลับไร้กำไร" ควรถึงเวลาที่รัฐต้องคุมค่า GP หรือไม่
ในยุคที่การสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคหลายคนอาจรู้สึกว่าราคาอาหารเดลิเวอรี่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ในทางกลับกัน ฝั่งผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านขนาดเล็กและร้านที่ไม่มีหน้าร้าน กลับกำลังเผชิญกับภาวะ "ขายดีแต่ไม่มีกำไร" จนเกิดคำถามสำคัญในสังคมว่า "ควรมียุทธศาสตร์หรือกฎหมายเข้ามาควบคุมค่า GP ของแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่หรือไม่?"
1. บทเรียนราคาแพง: ขาย 249 บาท เหลือถึงมือไม่ถึง 100 บาท!
เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการร้านอาหารชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างหักค่าธรรมเนียมที่ซับซ้อนและภาระหนักหน่วง นอกเหนือจาก ค่า GP (Gross Profit) พื้นฐานที่แพลตฟอร์มหักอยู่ประมาณ 30% แล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ ที่ถูกเรียกเก็บเพิ่ม เช่น
✴️ค่าโฆษณาและการโปรโมตหน้าร้าน
✴️ค่าส่วนลดแคมเปญ / โค้ดส่วนลดร่วมกับแพลตฟอร์ม
✴️ค่าธรรมเนียมการตลาด
✴️ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) จากค่าบริการต่างๆ
📌ตัวอย่างจากสลิปยอดเงินจริงของร้านขายข้าวหน้าแซลมอนดองระบุว่า ออเดอร์ราคา 249 บาท เมื่อถูกหักค่า GP (74.70 บาท), VAT ค่า GP, ค่าส่วนลดค่าส่ง, และค่าธรรมเนียมการตลาดจากแคมเปญเดือดรวมภาษีแล้ว ร้านค้าได้รับเงินจริงเพียง 99.57 บาทเท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าเงินที่ร้านค้าได้รับจริงหายไปมากกว่าครึ่ง จนเจ้าของร้านเอ่ยปากว่า "ทำไปก็แค่หาข้าวทานไปวันๆ"
ด้านผู้ประกอบการร้านอาหารตามสั่งแบบไม่มีหน้าร้านในจังหวัดเชียงใหม่ มองว่า หากรัฐบาลเข้ามาควบคุมให้ค่า GP ต่ำลง หรือกำหนดกรอบการเก็บค่าโฆษณาให้ชัดเจนและเป็นธรรมมากขึ้น เช่น คิดเป็นอัตราคงที่ 10–15 บาทต่อออเดอร์ ก็จะเป็นทางออกที่แฟร์และช่วยให้ร้านค้าขนาดเล็กพอจะลืมตาอ้าปากได้
2. มุมมองนักวิชาการ: การจัดอันดับร้านค้าอย่างเป็นธรรม
ดร.สลิลธร ทองมีสุข นักวิจัยอาวุธโสจากทีดีอารีไอ (TDRI) ให้ความเห็นถึงแนวทางการกำกับดูแลแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ว่า รัฐควรเข้ามาดูแลเรื่องอัลกอริทึมและการให้คะแนน/จัดลำดับร้านค้า (Algorithm & Visibility) โดยควรให้ความสำคัญกับ:
1. ความเกี่ยวข้องของอาหารและเมนู
2. ระยะทางระหว่างร้านค้ากับผู้ซื้อ
มากกว่าการเปิดโอกาสให้ร้านค้าที่จ่ายเงิน Premium หรือเป็นพันธมิตรพิเศษกับแพลตฟอร์มได้รับการดันฟีดหรือโปรโมตเพียงอย่างเดียว เพราะจะทำให้ร้านค้าเล็กๆ ที่ไม่มีงบการตลาดถูกปิดกั้นการมองเห็นอย่างสิ้นเชิง
3. ผลกระทบซ้อน: การควบคุมค่า GP อาจไม่ใช่ "ยาวิเศษ" เสมอไป
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการได้หยิบยกบทเรียนและเคสศึกษาจากต่างประเทศ เช่น ประเทศแคนาดา ที่เคยมีการคุมเพดานค่า GP (Price Cap) ในช่วงวิกฤต ซึ่งพบว่าการตรึงหรือลดค่า GP อาจนำไปสู่ผลกระทบข้างเคียงที่ไม่คาดคิด ได้แก่:
ไรเดอร์ถูกลดค่ารอบ: เมื่อแพลตฟอร์มมีรายได้จากค่า GP ลดลง อาจผลักภาระไปตกอยู่กับไรเดอร์ด้วยการปรับลดค่าตอบแทนต่อรอบ
ร้านเล็กยิ่งเสียเปรียบ: แพลตฟอร์มอาจหันไปเน้นโปรโมตเฉพาะร้านค้าแบรนด์ใหญ่หรือร้านที่ยอมจ่ายเงินอุดหนุนเพิ่ม แล้วลดการมองเห็น (Shadowban) ร้านค้าขนาดเล็กที่จ่ายแค่ค่า GP อัตราควบคุม
สรุป: ทางออกที่ยั่งยืนของระบบนิเวศเดลิเวอรี่
ปัญหาค่า GP และการแข่งขันในตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของ "ระบบนิเวศ (Ecosystem)" ที่รวมทั้ง ผู้บริโภค ร้านค้า ไรเดอร์ และแพลตฟอร์ม การสร้างสมดุลผ่านการกำกับดูแลของภาครัฐที่ไม่เพียงแค่การคุมเพดานราคา แต่ต้องครอบคลุมถึง ความโปร่งใสในการคิดค่าธรรมเนียม และ ความเป็นธรรมของอัลกอริทึม จึงจะเป็นทางออกที่ช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถเติบโตไปร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
CR IG BBC Thai
เสียงจากคนขาย ถึงแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่: ”ผู้บริโภคจ่ายแพง แต่ร้านค้ากลับไร้กำไร“
ในยุคที่การสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคหลายคนอาจรู้สึกว่าราคาอาหารเดลิเวอรี่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ในทางกลับกัน ฝั่งผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านขนาดเล็กและร้านที่ไม่มีหน้าร้าน กลับกำลังเผชิญกับภาวะ "ขายดีแต่ไม่มีกำไร" จนเกิดคำถามสำคัญในสังคมว่า "ควรมียุทธศาสตร์หรือกฎหมายเข้ามาควบคุมค่า GP ของแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่หรือไม่?"
1. บทเรียนราคาแพง: ขาย 249 บาท เหลือถึงมือไม่ถึง 100 บาท!
เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการร้านอาหารชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างหักค่าธรรมเนียมที่ซับซ้อนและภาระหนักหน่วง นอกเหนือจาก ค่า GP (Gross Profit) พื้นฐานที่แพลตฟอร์มหักอยู่ประมาณ 30% แล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ ที่ถูกเรียกเก็บเพิ่ม เช่น
✴️ค่าโฆษณาและการโปรโมตหน้าร้าน
✴️ค่าส่วนลดแคมเปญ / โค้ดส่วนลดร่วมกับแพลตฟอร์ม
✴️ค่าธรรมเนียมการตลาด
✴️ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) จากค่าบริการต่างๆ
📌ตัวอย่างจากสลิปยอดเงินจริงของร้านขายข้าวหน้าแซลมอนดองระบุว่า ออเดอร์ราคา 249 บาท เมื่อถูกหักค่า GP (74.70 บาท), VAT ค่า GP, ค่าส่วนลดค่าส่ง, และค่าธรรมเนียมการตลาดจากแคมเปญเดือดรวมภาษีแล้ว ร้านค้าได้รับเงินจริงเพียง 99.57 บาทเท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าเงินที่ร้านค้าได้รับจริงหายไปมากกว่าครึ่ง จนเจ้าของร้านเอ่ยปากว่า "ทำไปก็แค่หาข้าวทานไปวันๆ"
ด้านผู้ประกอบการร้านอาหารตามสั่งแบบไม่มีหน้าร้านในจังหวัดเชียงใหม่ มองว่า หากรัฐบาลเข้ามาควบคุมให้ค่า GP ต่ำลง หรือกำหนดกรอบการเก็บค่าโฆษณาให้ชัดเจนและเป็นธรรมมากขึ้น เช่น คิดเป็นอัตราคงที่ 10–15 บาทต่อออเดอร์ ก็จะเป็นทางออกที่แฟร์และช่วยให้ร้านค้าขนาดเล็กพอจะลืมตาอ้าปากได้
2. มุมมองนักวิชาการ: การจัดอันดับร้านค้าอย่างเป็นธรรม
ดร.สลิลธร ทองมีสุข นักวิจัยอาวุธโสจากทีดีอารีไอ (TDRI) ให้ความเห็นถึงแนวทางการกำกับดูแลแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ว่า รัฐควรเข้ามาดูแลเรื่องอัลกอริทึมและการให้คะแนน/จัดลำดับร้านค้า (Algorithm & Visibility) โดยควรให้ความสำคัญกับ:
1. ความเกี่ยวข้องของอาหารและเมนู
2. ระยะทางระหว่างร้านค้ากับผู้ซื้อ
มากกว่าการเปิดโอกาสให้ร้านค้าที่จ่ายเงิน Premium หรือเป็นพันธมิตรพิเศษกับแพลตฟอร์มได้รับการดันฟีดหรือโปรโมตเพียงอย่างเดียว เพราะจะทำให้ร้านค้าเล็กๆ ที่ไม่มีงบการตลาดถูกปิดกั้นการมองเห็นอย่างสิ้นเชิง
3. ผลกระทบซ้อน: การควบคุมค่า GP อาจไม่ใช่ "ยาวิเศษ" เสมอไป
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการได้หยิบยกบทเรียนและเคสศึกษาจากต่างประเทศ เช่น ประเทศแคนาดา ที่เคยมีการคุมเพดานค่า GP (Price Cap) ในช่วงวิกฤต ซึ่งพบว่าการตรึงหรือลดค่า GP อาจนำไปสู่ผลกระทบข้างเคียงที่ไม่คาดคิด ได้แก่:
ไรเดอร์ถูกลดค่ารอบ: เมื่อแพลตฟอร์มมีรายได้จากค่า GP ลดลง อาจผลักภาระไปตกอยู่กับไรเดอร์ด้วยการปรับลดค่าตอบแทนต่อรอบ
ร้านเล็กยิ่งเสียเปรียบ: แพลตฟอร์มอาจหันไปเน้นโปรโมตเฉพาะร้านค้าแบรนด์ใหญ่หรือร้านที่ยอมจ่ายเงินอุดหนุนเพิ่ม แล้วลดการมองเห็น (Shadowban) ร้านค้าขนาดเล็กที่จ่ายแค่ค่า GP อัตราควบคุม
สรุป: ทางออกที่ยั่งยืนของระบบนิเวศเดลิเวอรี่
ปัญหาค่า GP และการแข่งขันในตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของ "ระบบนิเวศ (Ecosystem)" ที่รวมทั้ง ผู้บริโภค ร้านค้า ไรเดอร์ และแพลตฟอร์ม การสร้างสมดุลผ่านการกำกับดูแลของภาครัฐที่ไม่เพียงแค่การคุมเพดานราคา แต่ต้องครอบคลุมถึง ความโปร่งใสในการคิดค่าธรรมเนียม และ ความเป็นธรรมของอัลกอริทึม จึงจะเป็นทางออกที่ช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถเติบโตไปร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
CR IG BBC Thai