แพลนเที่ยวเกาะโคโมโด Komodo อินโดนีเชีย เที่ยวไปรีวิวไป Ep.2




ติดตามกันต่อครับ จากตอนแรกของทริปการเดินทางมาลาบวนบาโจ หรือ Komodo National Park
ผมยังมีสถานที่เที่ยวอีกมากมายในทริปนี้ ไม่น่าเชื่อว่า 5 คืน 6 วัน สำหรับทริปอินโดนีเซีย จะได้อะไรมากกว่าที่คิด
ย้อนดูต้นทริป Ep.1 ที่ลิงค์นี้ครับ
https://pantip.com/topic/44161528

สนับสนุนให้ผมมีกำลังใจในการเขียนเรื่องราวด้วยนะครับ ฝากกดติดตามเพิ่มเติมได้ที่ 2 ช่องทางนี้ครับ
https://www.instagram.com/with_my_shutter
https://www.facebook.com/withmyshutter

ติดต่อโฆษณา และ รีวิว เพิ่มเติมได้ที่
email : withmyshutter@gmail.com
Line : @withmyshutter

หลังจากที่เรือออกจากเกาะ Pink Beach เรือของผมก็มุ่งหน้าสู่ไฮไลท์อีกหนึ่งที่ ของการเดินทางมาครั้งนี้นั่นคือมังกรโคโมโด
หรือ Komodo Dragon สัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถึงแม้ว่าน่าตามันจะค้ลายตัวเงินตัวทองบ้านเรา แต่มันมีร่างกายที่ใหญ่และแข็งแรงกว่ามาก ที่สำคัญความร้ายกาจของมันคือพิษจากน้ำลายที่อันตราย เดี๋ยวจะพาไปเที่ยวต่อพร้อมๆกันครับ

พร้อมแล้วก็นั่งเรือเล็กออกไปลุยกันต่อ เราจะไปจอดเรือที่เกาะโคโมโด เรือใหญ่จะต้องจอดทอดสมอกลางทะเลเหมือนเดิมนะครับ


นั่งเรือเล็กไปจอดที่ท่าเรือครับ เรือใหญ่จอดไม่ไกลมาก ที่นี่สวยมากนะครับ วิวรอบๆคือภูเขาสวย ทะเลสวย ฟ้าสวย ถือเป็นการท่องเที่ยวที่ผมชอบมากอีกที่หนึ่งในหลายๆประเทศเลยครับ กระเป๋าที่สะพายก็ซื้อมาของ Pacsafe ครับ เป็นกระเป๋าที่นิยมมากสำหรับนักท่องเที่ยวแบบเราๆ เพราะเป็นกระเป๋ากลุ่มกันขโมย จะกันขโมยคือ ซิบจะหนา มีที่ล็อกซิบ มีโซ่ล็อกกระเป๋า เวลาเราเอากระเป๋าวางและเดินไปหยิบโน้นนี่ มันช่วยได้จริงๆนะครับ ที่สำคัญสวยมาก แข๋งแรงมากด้วย ที่บ้านคือซื้อไว้หลายแบบมากๆแล้ว

นักท่องเที่ยว เริ่มนั่งเรือเข้าเกาะกันครับ เพราะที่นี่คือไฮไลท์ของการเดินทาง สมชื่อ Komodo Island ว่าแต่ว่า เจ้าโคโมโด จะมีเฉพาะที่ประเทศอินโดนะครับ แต่จะพบถิ่นอาศัยพวกเขามากก็คือที่เกาะนี้ ว่ากันว่ามีนับหม่นๆตัวนะครับ แต่การที่เราจะได้เห็นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน มันก็หลบคนเหมือนกันนะครับ ใครมาเที่ยวแล้วได้เห็นก็คือถือว่าโชคดีนะครับ


ถึงทางเข้าก็เจอลูกมันอยู่ด้านหน้า 1 ตัวด้วยนะครับ ถือว่าโชคดีเล็กๆ และประตูทางเข้าก็จะมีหน้าตาแบบนี้เลย
ต้องหยุดรอไกด์ท้องถิ่นของการเดินสำรวจที่เกาะนี้ด้วยนะครับ เราจะไม่สามารถเดินเล่นเองได้เลย เพราะเจ้ามังกรโคโมโดเขาอันตรายมากเหมือนกัน มันไม่ได้วิ่งช้านะครับ มันวิ่งเร็ว และน้ำลาย หรือ ลิ้นของมันก็พิษร้ายแรงด้วย เผลอโดนเข้าไปเจียนตายได้เลยนะครับ ไกด์ว่าจะชาเพราะน้ำลายและเคลื่อนไหวไม่ได้ จนต้องอยู่นิ่ง แล้วพวกมันก็จะมากินต่อครับ  

ผมเจอลูกมันมาต้อนรับตั้งแต่อยู่ป้ายทางเข้าเลยครับ จริงๆคนบ้านเราจะไม่ค่อยตื่นเต้นซักเท่าไหร่กับเจ้า Komodo เพราะบ้านเรามีเจ้าตัวเงินตัวทองมากมาย และพบได้บ่อยมากเลยเช่นกัน แต่ที่นี่ เอาจริงก็ต่างกันครับ มันจะมีช่วงตัวที่ใหญ่กว่า โโยเฉพาะตัวผู้ที่ใหญ่มากๆ ตัวเมียจะผอมบาง และเร็ว ต่างกับบ้านเราที่อาจจะมีโครงสร้างที่แตกต่างพอสมควร

แน่นอนว่าอุทยานแห่งชาติโคโมโด ทุกคนที่เป็นนักท่องเที่ยวที่มา ลาบวนบาโจ จะต้องมาที่นี้ 100% เพราะมันคือไฮไลท์ของทริป และต่างชาติเขาไม่ได้เคยเห็นสัตว์ประเทศนี้มาก่อนนะครับ เหมือนกับตัวเงินตัวทองที่ต่างชาติชอบมาดูที่สวนลุมบ้านเราเหมือนกัน และนี่ก็คือรูปปั้นตอนรับของเจ้าโคโมโด ตัวใหญ่ที่ใครๆก็ต้องแวะถ่ายรูป

ต่อมาคือไกด์มาแนะนำตัว พร้อมไม้ง่าม ขนาดใหญ่ ถือติดตัว เพื่อเป็นการป้องกันการโจมตีจากพวกเหล่า Komodo เราจะต้องเดินเป็นกลุ่มของเราเองกับไกด์ เพื่อฟังข้อมูลและพูดคุยเรื่อยเปื่อยเกี่ยวกับ Komodo มันก็เพลินและสนุกดีนะครับ ว่าแต่เดินเข้าไปอยู่นานก็ไม่เจอสักที ไกด์ก็แซวตะโกนว่า Komodo where r u?? และเดินอยู่นานก็เจอตัวแรก ที่เดียว 2 ตัวเลย  

เจอแล้ว ตัวเมีย 1 ตัว ทำไมถึงรู้ว่าตัวเมียคือ รูปร่างเขาจะเพรียว และเดินคล่องตัวกว่าตัวผู้นะครับ แต่รู้ไหมว่าพวกมันมองไม่ได้เห็นชัดนะครับ มันใช้ประสาทสัมผัสเป็นหลัก ไกด์บอกว่า หากโดน Komodo วิ่งจู่โจมให้ตั้งสติ และให้วิ่งซิกแซ็ก ซ้ายทีขวาที เพราะสายตาของมันจะมองไม่เห็นเราเมื่อเราวิ่งสลับไปมา แต่ถ้าจะไม่รอดจากมันคือ การวิ่งระยะตรง เพราะมันจะวิ่งตรงได้รวดเร็วมาก มากๆด้วยนะ เห็นตัวใหญ่ๆขนาดนี้


ในรูปนี้เจอ2 ตัว มองเห็นไหมครับ ตัวผู้นอนราบกับพื้น ตัวใหญ่อยู่นะ อีกฝั่งในรูปคือตัวเมีย กำลังปีนป่าน เราจะไม่ได้เข้าใกล้สัตว์นะครับ เพราะอย่าลืมว่าพิษพวกเขาคือน้ำลาย หากโดนเข้าไปก็ต้อง พาไป รพ เพื่อฉีดเซรุ่มถอนพิษด้วยนะครับ

ตัวนี้เหมือนนอนเล่นนะครับ หลับตาลืมตาบ้างสลับกันไป พวกมันจะชอบมาอึที่โคลนนะครับ มันจะมีบ่อโคลนตรงนี้ มันชอบมาขับถ่ายกัน

ผมดูสักพัก นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นก็เริ่มเดินไล่มาถึงบ้างแล้ว ต่างก็ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนานเลยครับ

ภาพนี้ไกด์ก็จัดการให้ครับ โดยพาผมอ้อมไปด้านหลังของ Komodo ที่ไกลนะครับ ไม่ได้ใกล้ แล้วใช้วิธีการหามุมกล้องถ่ายเอาครับ เขาน่าจะทำบ่อยๆเพราะรู้มุมกล้องดีเลยครับ  

สรุปการมาถึงเกาะ Komodo ทริปนี้ผมเจอไปทั้งหมด 4 ตัวครับ ก็ถือว่าโชคดีอยู่ที่ได้เห็น ไกด์บอกว่าช่วงนี้มันคือช่วงที่ กกไข่ ด้วย มันจะไม่ออกไปไหนเลย หวงไข่มากๆแหละครับ เดินไปสุดทางก็เจอรูปปั้น และป้ายของ Komodo อีกครั้งครับ

พอดีผมเองชอบซื้อเสื้อตามสถานที่เที่ยวนะครับ ชอบมากซื้อมันทุกที่ทุกประเทศ เวลาเอามาใส่แล้วคิดถึงโมเม้นท์ตอนนั้นครับ เลยกลายเป็นของที่ซื้อประจำเลย ของที่นี่ไม่แพงครับ ต่อราคาได้ แต่จะเปิดราคาแรงมาเฉยๆ ต่อไปเลยเกิน 50 % ลดแน่นอน

กำลังจะกลับ เจอ 1 ตัวออกมาเดินเล่น เหมือน งง อะไรบางอย่าง


ปิดท้ายด้วยร้านของที่ระลึก ที่จะตั้งวางขายมากมาย ผมเองก็จัดสลักไม้ Komodo กลับบ้านไปประดับ เป็นที่ระลึกที่ได้มาเกาะนี้ ครั้งหนึ่งในชีวิตนะครับ

หลังจากนั้นลูกค้าที่แสนดีก็รีบวิ่งมาถือของให้ครับ ก่อนที่จะกลับขึ้นเรือใหญ่ ผมใช้เวลาที่นี่นานมากเหมือนกันครับ ชอบเดินซื้อของ 555+
อย่างที่บอกว่า โชคดีมากครับที่จองทริปส่วนตัว แพงกว่าแต่ใีความเป็นส่วนตัวสูงมากเหมือนกันครับ ทำให้การเที่ยวค่อนข้างสบายๆเลยครับ


ตอนนี้ก็บ่าย 2 แล้ว ขึ้นเรือปุ๊บ เชพที่เรือก็เสริมอาหารรอเลยครับ มันช่างเป็นอาหารที่อร่อยเหลือเกินกับการมาเที่ยวบนเรือ วิวก็สวย สนุกด้วย กิจกรรมเยอะมากด้วย ตอนนี้ก็เป็นเวลาพักผ่อนที่เรือนะครับ ก่อนที่จะไปกันต่อที่จุดเล่นน้ำและจุดชมวิวถัดมา  


เรือเริ่มออกจากเกาะที่มีมังกรโคโมโดอาศัยอยู่ สังเกตุว่าวิวรอบๆภูเขา ท้องฟ้าสวยมากเลยครับ มองวิวเพลินเลย  เที่ยวมาเยอะมาก ลืมคิดไปว่าทริปที่มาคือสั้นมากสำหรับการมาซื้อทัวร์เที่ยวแบบ 3 วัน 2 คืน โชคดีที่ผมให้ทางไกด์ท้องถิ่นที่บาหลีช่วยจัดการจองทริปและการเที่ยวไปพร้อมกัน ทำให้ผมมาเที่ยวแบบเหมือนจบที่เดียว พอเข้าบาหลีก็มีคนขับรถบาหลีมารับไปเที่ยวด้วย มาสนามบินบาหลี เพื่อบินมาเกาะ Komodo ก็มีรถมารับส่ง มันลดขั้นตอนการเดินทางเองไปได้อย่างดี อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าการเดินทางที่นี่ขนส่งยังไม่ค่อยดีมากนั่ง ดังนั้นการเตรียมตัวให้สะดวก มีรถรับส่งมีไกด์ มันคือสิ่งที่ดีมากที่สุด
ผมจะส่งต่อคอนแทรก เพราะแนะนำมากๆ บริการดี และจองทัวร์ที่ Komodo และ รถรับส่งที่บาหลี รวมไปเลยทีเดียว
ลิงค์ Line นี้นะครับ : https://lin.ee/9yT4fkz

หลังจากนี้ทำอะไรกันต่อ กัปตันจะพาผมไปที่เกาะหนึ่ง เพื่อไปว่ายน้ำเล่น ดำน้ำตื้นเล่น นะครับ แล้วทะเลของที่นี่คือสวยมาก ปะการังดีมาก ไม่ว่าจะพาไปลงจุดไหน ก็คือสวยทั้งหมด เขาพาเราเที่ยวแบบจุกๆเลย  ภาพบรรยากาศระหว่างทางล่องเรือครับ วิวสวยด้วย  เห้อออ... ทริปนี้มันดีจริงๆ ไม่ได้คิดมาก่อนเลยว่ามันโอเคแบบนี้






เรือจอดแล้ว อีกจุดทำกิจกรรมของวันนี้ สำหรับเกาะนี้มีร้านค้า ขายน้ำ ชา กาแฟ และที่ว่ายน้ำนะครับ อารมณ์เหมือนปล่อยให้เราได้ลงมาเดินเล่นที่ชายหาด เราก็เดินเล่น ว่ายน้ำ และขึ้นมานั่งจิบกาแฟ กาแฟของที่นี่แปลก เหมือนจะเป็นกาแฟที่ข้นๆ มีตะกอน เป็นเหมือนกันทั้งเกาะเลย เข้มข้นมาก ผมใช้เวลานนั่งๆนอนๆถ่ายยรูปเล่นที่เกาะประมาณ 1 ชั่วโมงครับ แล้วเดี๋ยวขึ้นเรือไปอาบน้ำครับ แล้วเย็นนี้ก็จะมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่เรือทุกลำต้อไปทำกันคือ การไปดูค้างคาวกลับบ้านที่กลางทะเล จำนวนมหาศาล


เรือมาจอดแล้ว กิจกรรมนี้เรียกว่า Kalong Island โดยมีไฮไลต์คือการชมฝูงค้างคาวแม่ไก่บินออกหากินนับหมื่นตัวพร้อมกับชมพระอาทิตย์ตกดิน
พอมาถึงเรือมาจอดรวมกัน ณ ที่นี่ ผมมองด้วยตาประมาณ 40-50 ลำ เยอะมาก  แล้วพอมารวมตัวกันแล้วสวยมาก พร้อมกับวิวพระอาทิตย์ตกดินที่กลางทะเล เอาจริงๆผมไปต่างประเทศหลายที่ แต่ที่นี่ก็กินใจและผมชอบมากจริงๆ มันบรรยากาศดี แสงของพระอาทิตย์ที่กำลังจะติดทำให้ฟ้าเป็นสีส้ม สวยงามมากๆครับ

สำหรับการดูแลตัวเองในทริปนี้ และทานประจำคือ การทานกลุ่มมะเขือเทศสกัดนะครับ ที่เน้นให้เราไม่เพลีย ไม่เหนื่อย สดชื่น ผิวยังคงดูกระจ่าง เพราะแดดที่นี่แรงมาก ผมก็ยังทาน Lycopene ของ Morgen ตลอด อันนี้ทานดี และรอบนี้ก็ซื้อแบบแผงมาทานครับ เพราะพกพาง่าย เอาไปต่างประเทศได้ เลยทำให้เรากดูไม่โทรมในแต่ละวันด้วยครับ ผมทานไปเช้า 1 เย็น 1 ทุกวัน ตื่นมาก็ผิวยังดีอยู่ครับ แนะนำเลยสำหรับใครที่ต้องเที่ยวและเดินทางตากแดดตากลม Morgen Lycopene 300 mg 15 เม็ด แบบแผง
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่