ย่อสั้นๆสำหรับคนขี้เกียจอ่านนะคะ เราโดนขู่ฟ้องเรื่องฟุตหาย และยอดคนดูในตต.กับยอดลูกค้าจากตต.ไม่ตามเป้าค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ส่วนตัวเป็น First Jobber ทำงานกราฟิกคลิกนิก แต่งานที่ได้รับมอบหมายมันหนักเกินที่เราจะคุมได้ ด้วยความไม่มีประสบการณ์ เช่น จัดอีเว้นต์โปรโมตต่างๆ
โดยธีมการตลาดมีพนักงานประจำอยู่แค่ 3 คน(รวมเราด้วย) ซึ่งเป็น First Jobber ทั้งคู้ มีน้องฝึกงานการตลาดเข้ามาก็โดนเอาไปโทรดันยอดแทน คนที่คอยคุมงานก็เป็นพนักงานเก่าที่ลาออกไปแล้วมาเป็นฟรีแลนซ์ Monitor แบบ Work from home
ช่วงยื่นลาออกรอบแรก(ไม่มีลายลักษณ์อักษร) ได้แจ้งปัญหากับฝั่งHR แต่เค้าบอกว่าเค้าไม่มีอำนาจให้เราออก ต้องเป็นCEOเท่านั้น พอถึงวันที่ต้องไปคุยกับCEO เราก็บอกว่าไม่โอเคกับระบบการทำงานแบบนี้ เค้าก็บอกว่างงอ่ะ มันไม่ดีตรงไหน(ถ้าCEOไม่รู้ เราก็หมดคำจะพูด) และได้แจ้งไปแล้วว่างานเรามาเป็นแค่กราฟิก และคุมส่วนนี้ให้ไม่ได้จริงๆด้วยความอ่อนประสบการณ์ แต่เค้าบอกให้เราลองสู้ต่อ และเรียนรู้งานส่วนนี้จะได้มีประสบการณ์และไม่พลาดอีก
ซึ่งในใจเราเห็นด้วยเรื่องเรียนรู้เพื่อได้ประสบการณ์ แต่ไม่ได้เห็นด้วยเรื่องโครงสร้างการทำงานในบริษัท เพราะปัญหาต่อมาก็คือ KPI ที่กดเราอยู่ กราฟิกต้องทำให้ได้ 5-7 ภาพ "ต่อวัน" (จากเดิมช่วงเริ่มงานเป็น 3-4 ภาพ ต่อวัน) ส่วนเพื่อนในธีมเป็นคอนเทนต์ให้ตัดคลิปให้ได้ 4-5 คลิป ต่อวัน (จากเดิม 2-3คลิป ต่อวัน) ซึ่งเรารู้ตัวว่าเราไม่สามารถทำให้ได้ เค้าก็บอกว่าทุกอยากมันขึ้นอยู่กับยอด ลองไปทำมาให้ได้ก่อน เราก็ทนต่อเพราะดันพลาดที่ไม่เขียนใบออกอะไรไว้เลย มีแค่คำพูดปากเปล่า
ทีนี้บริษัทมีอีเวนท์ใหญ่ ซึ่งมีการเชิญอินฟลูมาร่วมงานด้วย ช่วงต้นกิจกรรมเราโดนด่าเรื่องเตรียมงานช้า เพราะเราไม่รู้ลายละเอียดงานอะไรเลย เพราะคนดูงานโดยรวมกับคุยส่วนตัวกับCEOดันเป็นพี่ฟรีแลนซ์ที่เป็นพนักงานเก่า (และพี่เค้าก็แจ้งให้ว่าจริงๆแล้วCEOคอนเฟิร์มงานค่อนข้างช้า) แต่ก็ก็ทุลักทุเลจนจัดงานออกมาเสร็จได้
ช่วงกิจกรรมก็แบ่งหน้าที่คนไปถ่ายตามปกติ แต่ในขั้นการตัดคลิปของฝั่งคอนเทนต์ดันหาฟุตอินฟลูไม่เจอ ซึ่ง ณ เวลานั้นคอนเทนต์จะมี 2 คน แต่แบ่งหน้าที่ประจำตัด 1 และเก็บฟุตบรรยากาศ 1 ส่วนเราเป็นฝ่ายทำภาพ จึงไม่ได้ยุ่งกับฟุต คนที่ประจำตัดคลิปตอนนั้น บอกว่า แม่บ้านมาเก็บของรึเปล่า ทำเมมตก ฟุตเลยหาย ซึ่งฟังไม่ขึ้น (เมมตกแต่คลิปหายบางส่วน มันเป็นไปไม่ได้)
พอเรื่องถึง CEO เค้าก็ให้เราหาทางแก้ไข ซึ่งเราและเพื่อนพยายามกู้เท่าที่จะกู้ได้ จนตอนนั้นได้ออกออฟฟิศตอนตี3 และช่วงคืนนั้นตอนตี2 CEOก็จี้ให้หาทางแก้ไข ทั้งๆที่เราก็แจ้งเรื่องจะพยายามกู้คลิปให้ได้ก่อน และเพื่อนที่เป็นคอนเทนต์ก็เสนอจะตัดคลิปทบให้ ทาง CEO ก็เหมือนปล่อยเบลอ เหมือนอยากได้คำตอบอื่นมากกว่า
วันถัดมา HR ก็ขึ้นมาให้เราเซนต์เอกสารรับทราบความเสียหายจำนวน 480,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลอยมาก เพราะจากที่เราพยายามกู้คลิป จำนวนคลิปที่หายจริง และไม่สามารถกู้ได้มันไม่ได้เยอะ แต่เราก็ไม่ได้ไม่ยอมรับผิด ถ้าตรวจสอบแล้วเสียหายจริงเป็นตัวเลขเท่าไหร่จริงๆเราก็ยอมรับ แต่ตัวเลขในเอกสารมันไม่เมกเซนต์ และ HR ก็คะยั้นคะยอให้เซนต์ๆไปเถอะ เค้าไม่ฟ้องจริงหรอก(เสียดายน่าจะอัดเสียงเก็บไว้เป็นหลักฐาน) สุดท้ายเราก็เซนต์ เพราะเอกสารดูทำชุ่ย ยังพิมพ์ผิด และด้วยความเป็นเด็กที่ไม่อยากมีปัญหาเยอะ
ทางเพื่อนคอนเทนต์1คน แจ้งลาออกทีหลังเรา เพราะทางเพื่อนมีปัญหาหลายเรื่องทั้งการเรียน และครอบครัว ทีมHRเสนอให้เป็นแอดมินแบบ Work from Home ก่อน แต่โดนบีบออกหลังเกิดเรื่อง เพราะเป็นคนที่มีส่วนเรื่องฟุตหายที่สุด เราก็แอบเศร้าว่าแจ้งออกไปก่อนแท้ๆ ทำไมยังไม่ได้ออก
พอถึงปัจจุบันที่เราเพิ่งเจอมา ช่วงนี้มีกิจกรรมหลายอย่าง ทั้งหน้าร้าน และนอกสถานที่ แบบวันเว้นวัน ด้วยความวุ่นๆ ธีมมีคนน้อย+จัดการตัวเองยังไม่ได้ด้วยความเป็นเด็กจบใหม่เลยรวน CEO เรียกประชุมหลังวันจัดอีเว้นต์นอกสถานที่เสร็จ ว่าทำไมกิจกรรมหน้าร้านถึงไม่มีลูกค้า ซึ่งเราก็ทำภาพกิจกรรมตามหน้าที่และจัดวางของกิจกรรมให้แล้ว ส่วนทางทีมเซลล์ก็โยนความผิดให้เราว่าทำไม่เราไม่ทวงงานเค้า และไม่สแตนบายถ่ายภาพกิจกรรม เราก็ตอบเหตุผลเราว่าเรามีKPIกดเราอยู่ หากมีคนมารับของรางวัลกิจกรรมก็รบกวนแจ้งให้เราไปถ่ายด้วย แล้วเค้าไม่เคยเรียกเราไปเลย ทางเซลล์ก็ตอบว่าเค้าก็มีKPIเค้าอยู่เหมือนกัน รายชื่อลูกค้างานกิจกรรมนิกสถานที่เราเอาไปโทรแทนมั้ยล่ะ(ได้เหรอ) ตรงนี้เราค่อนข้างหงุดหงิด เพราะเราก็ไดร์ฟยอดลูกค้าใหม่จากกิจกรรมให้แล้ว แต่เซลล์ดันไม่อยากโทร เพราะลูกค้าใหม่จากกิจกรรมอัพยอดได้ยาก เราก็ไม่ได้เถียงอะไรเพราะเป็นคนไม่กล้าสู้
วันถัดมา CEO เรียกเราและน้องฝึกงานประชุมว่า ทำไมยอดลูกค้าจากตต.ถึงได้น้อย กับประโยคเด็ดที่นางชอบพูดบ่อยๆว่า " เราเสพติดกับการทำอะไรไม่สำเร็จ ถ้าน้องอยู่ทำงานไม่ถึง3เดือนแบบนี้ ไม่มีใครอยากจ้างน้องหรอก" ในหัวเราก็แบบ ถ้าจะพูดแบบนี้ ฉันขอออกทำไมไม่ให้ออก คุยไปคุยมา ทาง CEO ก็วีนแตกเพราะไม่มีกระดาษมาจด ละก็ตะโกนขึ้นมาว่า "เซนต์รับทราบความเสียหายเรื่องตต. และเซนต์ใบลาออกไปเลย จะเสียเวลาคุยกับพวกโง่ๆทำไม" และไล่ให้เราและเพื่อนที่เป็นพนักงานขึ้นมาทำงานให้เสร็จก่อน เหลือแค่น้องฝึกงานที่ยังคุยต่ออยู่ จังหวะนั้นคือเราไม่ไหวแล้วด้วยอะไรหลายๆอย่างที่สะสมมาเลยโทรหาHRว่าโดนด่ามาให้ลาออก ทีนี้เราออกกันได้แล้วใช่มั้ย ฝั่งHRก็อยากจะยื้อเราต่อ และให้อยู่ครบกำหนดแจ้งออก30วัน ซึ่งวันนี้เราครบกำหนด30วันจากที่แจ้งแบบปากเปล่าไปแล้ว แต่เราก็อยากออกแบบถูกต้องและไม่อยากมีปัญหา เลยจะทำเรื่องใบลาออกจริงๆจังๆภายในเดือนนี้ และอยู่ให้ภายในเดือนหน้าเท่านั้น ด้วยความไม่อยากให้มีปัญหาไม่มีหลักฐานแจ้งออก เราก็อัดเสียงตอนโทรไว้แล้ว และช่วงโดน CEO ด่า เพื่อนก็อัดสียงไว้ได้ทัน เผื่อมีปัญหาเรื่องออกในอนาคตอีก
ส่วนน้องฝึกงาน(ที่อายุก็แทบจะเท่ากัน) เค้าก็บอกว่าทาง CEO คุยต่อแค่ให้อยากให้น้องๆลองเปิดช่องตต.ดูว่าจะไวรัลได้มั้ย และคนที่โดนให้ไปโทรดันยอดก็แจ้งว่าไม่ตรงหน้าที่ที่มาฝึกงาน แต่ CEO ปล่อยเบลอ
ด้วยความเรายังอ่อนประสบการณ์มากๆ+ไม่ค่อยมีความกล้า เราสามารถแก้ปัญหาตรงนี้ยังไงได้บ้างคะ พี่ๆลงความเห็นไว้ได้เลยนะคะ ขอบคุณค่ะ
โดนCEOขู่ฟ้องทำยังไงดีคะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ด้วยความเรายังอ่อนประสบการณ์มากๆ+ไม่ค่อยมีความกล้า เราสามารถแก้ปัญหาตรงนี้ยังไงได้บ้างคะ พี่ๆลงความเห็นไว้ได้เลยนะคะ ขอบคุณค่ะ