♥️♥️ Joachim Löw ♥️♥️♥️ ( แชมป์โลก (1)) Jürgen Klopp เป็นโค้ชที่ยอดเยี่ยมในการสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับผู้เล่นและแฟนบอล เขาเติมพลังและนำพาความสำเร็จมาสู่ทีมเสมอ" ( สรุปความคิดของท่าน )
📌 ทีมงานชุดใหม่ DFB 📌
Per Mertesacker ( ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา DFB ) โดยจะเริ่มงานในเดือนมกราคม 2027 : อดีตกองหลังทีมชาติเยอรมนี ลงเล่น 104 นัด เคยค้าแข้งกับ แวร์เดอร์ เบรเมน และ อาร์เซน่อล
หลังจากเลิกเล่นอาชีพได้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการอะคาเดมี่ของ อาร์เซน่อล ยาวนาน 8 ปี ระหว่าง 2018 ถึง 2026 ผลงานและความสำเร็จ เคยคว้า ♥️ แชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ( ทีมชาติเยอรมนี ) ♥️ , คว้าแชมป์ เอฟเอคัพ 3 สมัย ( อาร์เซน่อล ) และแชมป์ เดเอ็ฟเบ โพคาล ( แวร์เดอร์ เบรเมน )
📌 ทีมงานสำคัญของ Jürgen Klopp ในการเข้ามารับตำแหน่งบุนเดสเทรนเนอร์ 📌
Peter Krawietz ผู้ช่วยผู้จัดการทีม : ทำหน้าที่นักวิเคราะห์กลยุทธ์และผู้ช่วยคนสำคัญยาวนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่ ไมนซ์ 05, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนถึง ลิเวอร์พูล
ผลงานความสำเร็จ : แชมป์ บุนเดสลีกา 2 สมัย และ เดเอ็ฟเบ โพคาล ( โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), แชมป์ EPL, UCL, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ, FA Cup, League Cup ( ลิเวอร์พูล )
Pepijn Lijnders ผู้ช่วยผู้จัดการทีม : โค้ชชาวดัตช์ผู้เชี่ยวชาญด้านแท็กติก เริ่มต้นงานโค้ชเยาวชนกับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน และ ปอร์โต้ ก่อนย้ายมาร่วมงานกับ ลิเวอร์พูล ตอน 2014 และขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมปี. 2015 จากนั้นออกไปคุมทีม เอ็นอีซี ไนเมเกน ปี. 2018 ก่อนกลับมารับตำแหน่งผู้ช่วยของ Jürgen Klopp ที่ ลิเวอร์พูล ( 2018 ถึง 2024 )
ต่อมาเข้ารับตำแหน่งเฮดโค้ชที่ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ปี 2024 และเป็นผู้ช่วยของ Pep Guardiola ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ( 2025 ) ก่อนเข้าร่วมงานในทีมชาติเยอรมนี
ผลงานความสำเร็จ : แชมป์ EPL, UCL, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ, FA Cup, League Cup ( ลิเวอร์พูล )
Sven Bender ผู้ช่วยผู้จัดการทีม : อดีตกองหลังและกองกลางทีมชาติเยอรมนี อดีตลูกทีมของ Jürgen Klopp ที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เคยเป็นโค้ชเยาวชนของ DFB และเฮดโค้ชสโมสร เอ็สเฟาเอ็ฟเฟา อุนเทอร์ฮาคิ่ง
ผลงานความสำเร็จ : แชมป์ บุนเดสลีกา 2 สมัย และ เดเอ็ฟเบ โพคาล 2 สมัยกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รวมถึงเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ ปี 2016
Marc Kosicke หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ การพัฒนา และนวัตกรรม : ที่ปรึกษาและผู้จัดการส่วนตัวของ Jürgen Klopp เข้ารับบทบาทบริหารในการวางโครงสร้างเชิงกลยุทธ์และนวัตกรรม
Thomas Grønnemark โค้ชทุ่มบอล : อดีตนักกรีฑาและนักกีฬาบอบสเลดทีมชาติเดนมาร์ก 🔥 เจ้าของ สถิติกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดทุ่มบอลไกลที่สุด 🔥 : เริ่มทำงานเป็นโค้ชทุ่มบอลเฉพาะทางตั้งแต่ปี 2004 ให้กับสโมสร วีบอร์ก, มิดทิลแลนด์, เบรนท์ฟอร์ด, อาแจ็กซ์ และร่วมงานกับ ลิเวอร์พูล ( 2018 ถึง 2023 ) ช่วยพัฒนาสถิติการครอบครองบอลจากลูกทุ่มของ ลิเวอร์พูล จาก 45.4% ขึ้นเป็น 68.4%
ผลงานความสำเร็จ : แชมป์ 15 ถ้วยรางวัลในสโมสรระดับอาชีพ รวมถึงแชมป์ EPL และ UCL ( ลิเวอร์พูล )
♥️♥️♥️ Jürgen Klopp ♥️♥️♥️ บุนเดสเทรนเนอร์คนใหม่ : เริ่มต้นการคุมทีมกับ ไมนซ์ 05 ( 2001 ถึง 2008 ) พาทีมเลื่อนชั้นสู่บุนเดสลีกาครั้งแรกปี 2004 จากนั้นคุม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ( 2008 ถึง 2015 ) พาทีมท้าทายอำนาจในลีกด้วยสไตล์ เกเก้นเพรสซิ่ง ก่อนย้ายไปคุม ลิเวอร์พูล ยาวนาน 9 ปี ( 2015 ถึง 2024 ) พาสโมสรก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จระดับโลก
ผลงานและความสำเร็จระดับสโมสร : ♥️ แชมป์ บุนเดสลีกา 2 สมัย ♥️ เดเอ็ฟเบ โพคาล 1 สมัย, เดเอ็ฟเอ็ล ซูเปอร์คัพ 2 สมัย ( โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ) และ ♥️ แชมป์ EPL 1 สมัย, UCL 1 สมัย ♥️ , ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ 1 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 1 สมัย, FA CUP 1 สมัย, LEAGE CUP 2 สมัย ( ลิเวอร์พูล )
รางวัลส่วนบุคคล : 💎💎💎 ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมแห่งปีของ FIFA 2 สมัย 💎💎💎 ( 2019 และ 2020 )
📌 สไตล์ของทีมที่ Jürgen Klopp เคยคุม 📌
ไมนซ์ 05 : เน้นฟุตบอลรับแล้วสวนกลับอย่างรวดเร็ว วินัยการจัดตำแหน่ง การวิ่งปิดช่องทางจ่ายบอล และการเปลี่ยนสถานะจากรับเป็นรุกด้วยความเร็วสูง
♥️♥️ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ♥️♥️ ระบบ เกเก้นเพรสซิ่ง เต็มรูปแบบ โดยกำหนดให้ผู้เล่นทุกคนวิ่งไล่กดดันคู่แข่งทันทีที่เสียบอลในแดนบนเพื่อแย่งบอลกลับมาทำประตูในระยะใกล้ปากประตูที่สุด
ส่วน ลิเวอร์พูล เป็นการต่อยอด เกเก้นเพรสซิ่ง ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มมิติการครองบอล คุมจังหวะเกม และดันแบ็กสองข้างขึ้นสูงเพื่อทำหน้าที่สร้างสรรค์เกมรุกร่วมกับแนวรุก
❌ ประเด็น ❌ สไตล์การวิ่งไล่กดดันตลอด 90 นาทีที่ต้องใช้พลังงานสูง จนอาจส่งผลให้นักเตะเกิดความล้าสะสมในช่วงท้ายของการแข่งขันหรือช่วงท้ายฤดูกาลนั้น ถือเป็นมุมมองทางแท็กติกที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง
♥️ แนวทางที่บุนเดสเทรนเนอร์ ♥️ น่าจะใช้แก้ปัญหาคือ บริบทฟุตบอลทีมชาติแตกต่างจากสโมสรตรงที่ไม่มีโปรแกรมลงเตะสัปดาห์ละ 2 ถึง 3 นัดติดต่อกันตลอดทั้งปี จึงช่วยลดปัญหากายภาพล้าสะสมลงไปได้มาก
นอกจากนี้ บุนเดสเทรนเนอร์มีแนวโน้มปรับลดความสุดโต่งของระบบลง โดยเน้นการสร้าง ♥️ พลังทางจิตวิทยา ♥️ ทีมเวิร์ค และเปลี่ยนมาใช้ระบบเพรสซิ่งแบบเลือกจังหวะให้เหมาะสมกับทัวร์นาเมนต์ระยะสั้น
📌 ระยะเวลาที่นักเตะชุดที่ Julian Nagelsmann เคยนำไปในฟุตบอลโลก 2026 📌
น่าจะใช้ในการปรับตัวเข้ากับสไตล์ของบุนเดสเทรนเนอร์ คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 6 ถึง 12 เดือน หรือลงเล่นแมตช์ทางการประมาณ 8 ถึง 10 นัด เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องเวลาฝึกซ้อมของทีมชาติ
อย่างไรก็ตาม การที่นักเตะแกนหลักเล่นร่วมกันอยู่ในสโมสรอย่าง ไบเออร์น มิวนิค และ เฟาเอ็ฟเบ ชตุทท์การ์ท ซึ่งคุ้นเคยกับฟุตบอลความเข้มข้นสูงอยู่แล้ว จะเป็นปัจจัยที่ช่วยให้การปรับตัวเกิดขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
♥️ แนวทาง ♥️ ที่คาดว่าจะใช้ในการแก้ปัญหาศูนย์หน้าตัวเป้าเกรด AAA ขาดแคลนมานานนับตั้งแต่ Miroslav Klose เลิกเล่นทีมชาติเมื่อ ค.ศ. 2014 แบ่งออกเป็น 3 แบบ ได้แก่
การใช้ระบบศูนย์หน้าตัวหลอก โดยใช้ ไค ฮาแวร์ตซ์ หรือ เดนิซ อุนดาฟ ถอยลงมาเชื่อมเกม เพื่อเปิดพื้นที่ให้ตัวรุกแถวสองสอดขึ้นไปทำประตู เช่น ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ จามาล มูเซียล่า
การใช้ ♥️♥️ ระบบเกเก้นเพรสซิ่ง ♥️♥️ แย่งบอลในแดนบนเพื่อสร้างโอกาสทำประตูโดยตรง ลดการพึ่งพาตัวจบสกอร์แบบดั้งเดิม
การเลือกใช้กองหน้าที่มีรูปร่างสูงใหญ่และเก็บบอลได้ดี เช่น นิค โวลเทอมาเดอ เพื่อเพิ่มมิติการเล่นฟุตบอลแบบโจมตีตรงในเกมที่ต้องรับมือกับคู่แข่งที่ตั้งรับลึก
♥️♥️♥️ คุณสมบัติทางจิตวิทยาและการจูงใจคนอันโดดเด่นของเขา ♥️♥️♥️ จะส่งผลเชิงบวกต่อทีมชาติเยอรมนีใน 3 ด้าน
การฟื้นฟูสภาพจิตใจและความมั่นใจของผู้เล่นอย่างรวดเร็วหลังผ่านความผิดหวังในศึกใหญ่
การสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้เล่นในห้องแต่งตัวและประสานรอยร้าวกับแฟนบอลทั้งประเทศ
การใช้พลังจิตวิทยาชดเชยข้อจำกัดเรื่องเวลาฝึกซ้อมทางแท็กติกในสนามของระดับทีมชาติ
♥️♥️♥️ เกิดมาเพื่อเชียร์อินทรีเหล็กทุกทัวร์นาเมนต์ เพื่อเชียร์ปีศาจแดงทุกฤดูกาล และเพื่อเชียร์นักกีฬาทีมชาติไทยไปตลอดกาล ♥️♥️♥️ เรขาลิขิต@www.pantip.com
ในที่สุด กุนซือที่ผมรักรองจากป๋าเฟอร์กี้ ก็ได้มาคุม 1 ในทีมชาติที่ผมรัก ช่างมี ♥️♥️♥️ความสุข ♥️♥️♥️ จริงๆ
สำหรับท่านที่ต้องการทราบ credit สามารถอ่านได้ที่นี่ :
https://www.facebook.com/share/p/1JGF4KuJhv/
#JürgenKlopp #DFB #Bundestrainer #HeavyMetalFootball #KloppGegenpressing #KloppPsychology
[DFB Team] How ♥️ Heavy Metal ♥️ SOLVES Striker Crisis ?
📌 ทีมงานชุดใหม่ DFB 📌
Per Mertesacker ( ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา DFB ) โดยจะเริ่มงานในเดือนมกราคม 2027 : อดีตกองหลังทีมชาติเยอรมนี ลงเล่น 104 นัด เคยค้าแข้งกับ แวร์เดอร์ เบรเมน และ อาร์เซน่อล
หลังจากเลิกเล่นอาชีพได้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการอะคาเดมี่ของ อาร์เซน่อล ยาวนาน 8 ปี ระหว่าง 2018 ถึง 2026 ผลงานและความสำเร็จ เคยคว้า ♥️ แชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ( ทีมชาติเยอรมนี ) ♥️ , คว้าแชมป์ เอฟเอคัพ 3 สมัย ( อาร์เซน่อล ) และแชมป์ เดเอ็ฟเบ โพคาล ( แวร์เดอร์ เบรเมน )
📌 ทีมงานสำคัญของ Jürgen Klopp ในการเข้ามารับตำแหน่งบุนเดสเทรนเนอร์ 📌
Peter Krawietz ผู้ช่วยผู้จัดการทีม : ทำหน้าที่นักวิเคราะห์กลยุทธ์และผู้ช่วยคนสำคัญยาวนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่ ไมนซ์ 05, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนถึง ลิเวอร์พูล
ผลงานความสำเร็จ : แชมป์ บุนเดสลีกา 2 สมัย และ เดเอ็ฟเบ โพคาล ( โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), แชมป์ EPL, UCL, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ, FA Cup, League Cup ( ลิเวอร์พูล )
Pepijn Lijnders ผู้ช่วยผู้จัดการทีม : โค้ชชาวดัตช์ผู้เชี่ยวชาญด้านแท็กติก เริ่มต้นงานโค้ชเยาวชนกับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน และ ปอร์โต้ ก่อนย้ายมาร่วมงานกับ ลิเวอร์พูล ตอน 2014 และขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมปี. 2015 จากนั้นออกไปคุมทีม เอ็นอีซี ไนเมเกน ปี. 2018 ก่อนกลับมารับตำแหน่งผู้ช่วยของ Jürgen Klopp ที่ ลิเวอร์พูล ( 2018 ถึง 2024 )
ต่อมาเข้ารับตำแหน่งเฮดโค้ชที่ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ปี 2024 และเป็นผู้ช่วยของ Pep Guardiola ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ( 2025 ) ก่อนเข้าร่วมงานในทีมชาติเยอรมนี
ผลงานความสำเร็จ : แชมป์ EPL, UCL, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ, FA Cup, League Cup ( ลิเวอร์พูล )
Sven Bender ผู้ช่วยผู้จัดการทีม : อดีตกองหลังและกองกลางทีมชาติเยอรมนี อดีตลูกทีมของ Jürgen Klopp ที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เคยเป็นโค้ชเยาวชนของ DFB และเฮดโค้ชสโมสร เอ็สเฟาเอ็ฟเฟา อุนเทอร์ฮาคิ่ง
ผลงานความสำเร็จ : แชมป์ บุนเดสลีกา 2 สมัย และ เดเอ็ฟเบ โพคาล 2 สมัยกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รวมถึงเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ ปี 2016
Marc Kosicke หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ การพัฒนา และนวัตกรรม : ที่ปรึกษาและผู้จัดการส่วนตัวของ Jürgen Klopp เข้ารับบทบาทบริหารในการวางโครงสร้างเชิงกลยุทธ์และนวัตกรรม
Thomas Grønnemark โค้ชทุ่มบอล : อดีตนักกรีฑาและนักกีฬาบอบสเลดทีมชาติเดนมาร์ก 🔥 เจ้าของ สถิติกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดทุ่มบอลไกลที่สุด 🔥 : เริ่มทำงานเป็นโค้ชทุ่มบอลเฉพาะทางตั้งแต่ปี 2004 ให้กับสโมสร วีบอร์ก, มิดทิลแลนด์, เบรนท์ฟอร์ด, อาแจ็กซ์ และร่วมงานกับ ลิเวอร์พูล ( 2018 ถึง 2023 ) ช่วยพัฒนาสถิติการครอบครองบอลจากลูกทุ่มของ ลิเวอร์พูล จาก 45.4% ขึ้นเป็น 68.4%
ผลงานความสำเร็จ : แชมป์ 15 ถ้วยรางวัลในสโมสรระดับอาชีพ รวมถึงแชมป์ EPL และ UCL ( ลิเวอร์พูล )
♥️♥️♥️ Jürgen Klopp ♥️♥️♥️ บุนเดสเทรนเนอร์คนใหม่ : เริ่มต้นการคุมทีมกับ ไมนซ์ 05 ( 2001 ถึง 2008 ) พาทีมเลื่อนชั้นสู่บุนเดสลีกาครั้งแรกปี 2004 จากนั้นคุม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ( 2008 ถึง 2015 ) พาทีมท้าทายอำนาจในลีกด้วยสไตล์ เกเก้นเพรสซิ่ง ก่อนย้ายไปคุม ลิเวอร์พูล ยาวนาน 9 ปี ( 2015 ถึง 2024 ) พาสโมสรก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จระดับโลก
ผลงานและความสำเร็จระดับสโมสร : ♥️ แชมป์ บุนเดสลีกา 2 สมัย ♥️ เดเอ็ฟเบ โพคาล 1 สมัย, เดเอ็ฟเอ็ล ซูเปอร์คัพ 2 สมัย ( โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ) และ ♥️ แชมป์ EPL 1 สมัย, UCL 1 สมัย ♥️ , ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ 1 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 1 สมัย, FA CUP 1 สมัย, LEAGE CUP 2 สมัย ( ลิเวอร์พูล )
รางวัลส่วนบุคคล : 💎💎💎 ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมแห่งปีของ FIFA 2 สมัย 💎💎💎 ( 2019 และ 2020 )
📌 สไตล์ของทีมที่ Jürgen Klopp เคยคุม 📌
ไมนซ์ 05 : เน้นฟุตบอลรับแล้วสวนกลับอย่างรวดเร็ว วินัยการจัดตำแหน่ง การวิ่งปิดช่องทางจ่ายบอล และการเปลี่ยนสถานะจากรับเป็นรุกด้วยความเร็วสูง
♥️♥️ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ♥️♥️ ระบบ เกเก้นเพรสซิ่ง เต็มรูปแบบ โดยกำหนดให้ผู้เล่นทุกคนวิ่งไล่กดดันคู่แข่งทันทีที่เสียบอลในแดนบนเพื่อแย่งบอลกลับมาทำประตูในระยะใกล้ปากประตูที่สุด
ส่วน ลิเวอร์พูล เป็นการต่อยอด เกเก้นเพรสซิ่ง ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มมิติการครองบอล คุมจังหวะเกม และดันแบ็กสองข้างขึ้นสูงเพื่อทำหน้าที่สร้างสรรค์เกมรุกร่วมกับแนวรุก
❌ ประเด็น ❌ สไตล์การวิ่งไล่กดดันตลอด 90 นาทีที่ต้องใช้พลังงานสูง จนอาจส่งผลให้นักเตะเกิดความล้าสะสมในช่วงท้ายของการแข่งขันหรือช่วงท้ายฤดูกาลนั้น ถือเป็นมุมมองทางแท็กติกที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง
♥️ แนวทางที่บุนเดสเทรนเนอร์ ♥️ น่าจะใช้แก้ปัญหาคือ บริบทฟุตบอลทีมชาติแตกต่างจากสโมสรตรงที่ไม่มีโปรแกรมลงเตะสัปดาห์ละ 2 ถึง 3 นัดติดต่อกันตลอดทั้งปี จึงช่วยลดปัญหากายภาพล้าสะสมลงไปได้มาก
นอกจากนี้ บุนเดสเทรนเนอร์มีแนวโน้มปรับลดความสุดโต่งของระบบลง โดยเน้นการสร้าง ♥️ พลังทางจิตวิทยา ♥️ ทีมเวิร์ค และเปลี่ยนมาใช้ระบบเพรสซิ่งแบบเลือกจังหวะให้เหมาะสมกับทัวร์นาเมนต์ระยะสั้น
📌 ระยะเวลาที่นักเตะชุดที่ Julian Nagelsmann เคยนำไปในฟุตบอลโลก 2026 📌
น่าจะใช้ในการปรับตัวเข้ากับสไตล์ของบุนเดสเทรนเนอร์ คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 6 ถึง 12 เดือน หรือลงเล่นแมตช์ทางการประมาณ 8 ถึง 10 นัด เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องเวลาฝึกซ้อมของทีมชาติ
อย่างไรก็ตาม การที่นักเตะแกนหลักเล่นร่วมกันอยู่ในสโมสรอย่าง ไบเออร์น มิวนิค และ เฟาเอ็ฟเบ ชตุทท์การ์ท ซึ่งคุ้นเคยกับฟุตบอลความเข้มข้นสูงอยู่แล้ว จะเป็นปัจจัยที่ช่วยให้การปรับตัวเกิดขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
♥️ แนวทาง ♥️ ที่คาดว่าจะใช้ในการแก้ปัญหาศูนย์หน้าตัวเป้าเกรด AAA ขาดแคลนมานานนับตั้งแต่ Miroslav Klose เลิกเล่นทีมชาติเมื่อ ค.ศ. 2014 แบ่งออกเป็น 3 แบบ ได้แก่
การใช้ระบบศูนย์หน้าตัวหลอก โดยใช้ ไค ฮาแวร์ตซ์ หรือ เดนิซ อุนดาฟ ถอยลงมาเชื่อมเกม เพื่อเปิดพื้นที่ให้ตัวรุกแถวสองสอดขึ้นไปทำประตู เช่น ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ จามาล มูเซียล่า
การใช้ ♥️♥️ ระบบเกเก้นเพรสซิ่ง ♥️♥️ แย่งบอลในแดนบนเพื่อสร้างโอกาสทำประตูโดยตรง ลดการพึ่งพาตัวจบสกอร์แบบดั้งเดิม
การเลือกใช้กองหน้าที่มีรูปร่างสูงใหญ่และเก็บบอลได้ดี เช่น นิค โวลเทอมาเดอ เพื่อเพิ่มมิติการเล่นฟุตบอลแบบโจมตีตรงในเกมที่ต้องรับมือกับคู่แข่งที่ตั้งรับลึก
♥️♥️♥️ คุณสมบัติทางจิตวิทยาและการจูงใจคนอันโดดเด่นของเขา ♥️♥️♥️ จะส่งผลเชิงบวกต่อทีมชาติเยอรมนีใน 3 ด้าน
การฟื้นฟูสภาพจิตใจและความมั่นใจของผู้เล่นอย่างรวดเร็วหลังผ่านความผิดหวังในศึกใหญ่
การสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้เล่นในห้องแต่งตัวและประสานรอยร้าวกับแฟนบอลทั้งประเทศ
การใช้พลังจิตวิทยาชดเชยข้อจำกัดเรื่องเวลาฝึกซ้อมทางแท็กติกในสนามของระดับทีมชาติ
♥️♥️♥️ เกิดมาเพื่อเชียร์อินทรีเหล็กทุกทัวร์นาเมนต์ เพื่อเชียร์ปีศาจแดงทุกฤดูกาล และเพื่อเชียร์นักกีฬาทีมชาติไทยไปตลอดกาล ♥️♥️♥️ เรขาลิขิต@www.pantip.com
ในที่สุด กุนซือที่ผมรักรองจากป๋าเฟอร์กี้ ก็ได้มาคุม 1 ในทีมชาติที่ผมรัก ช่างมี ♥️♥️♥️ความสุข ♥️♥️♥️ จริงๆ
สำหรับท่านที่ต้องการทราบ credit สามารถอ่านได้ที่นี่ : https://www.facebook.com/share/p/1JGF4KuJhv/
#JürgenKlopp #DFB #Bundestrainer #HeavyMetalFootball #KloppGegenpressing #KloppPsychology