อ่านการ์ตูนอยู่นั่นแหละ ไร้สาระ!"... จริงหรือ? ในเมื่อคน 97.8% ได้ความรู้จากมังงะ

กระทู้สนทนา
ใครว่าอ่านมังงะไร้สาระ! ในเมื่อคน 97.8% ได้ความรู้จากมังงะ
.
"อ่านการ์ตูนอยู่นั่นแหละ ไร้สาระ!"... จริงหรือ?

เชื่อว่าประโยคนี้คือหนึ่งในคำพูดที่เด็กหลายคนเคยได้ยิน โดยเฉพาะคนที่เติบโตมากับมังงะ ก็มักถูกผู้ใหญ่บ่นว่า "เอาเวลาไปอ่านหนังสือเรียนดีกว่า"
.
ที่น่าสนใจคือ ภาพจำแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทย เพราะแม้แต่ในญี่ปุ่น ประเทศที่มังงะถือเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมกระแสหลักของชาติ ก็ยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เคยถูกตำหนิเพราะเอาแต่อ่านการ์ตูนแทนหนังสือเรียน
.
แต่ผลสำรวจล่าสุดอาจทำให้หลายคนต้องมองมังงะในมุมใหม่ เพราะมันไม่ได้มีดีแค่ความบันเทิง หากยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้คนได้เรียนรู้ทั้งประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ ทักษะการใช้ชีวิต ตลอดจนช่วยให้จดจำข้อมูลต่างๆ ได้ดีกว่าที่หลายคนคิด
.
‘Atam Academy’ โรงเรียนสอนวาดภาพประกอบออนไลน์ของญี่ปุ่น ได้ทำการสำรวจชายและหญิงจำนวน 500 คน จากหลากหลายช่วงวัย โดยผู้ตอบส่วนใหญ่อยู่ในวัย 30 ปี เพื่อสำรวจมุมมองของผู้คนที่มีต่อการเรียนรู้ผ่านมังงะ และเหตุผลว่าทำไมมังงะจึงเป็นกลยุทธ์การเรียนที่มีประสิทธิภาพ มาดูคำถามและผลลัพธ์ของแบบสำรวจกัน
.
[คำถามที่ 1: คุณเคยรู้สึกหรือไม่ว่า ตัวเองได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากการอ่านมังงะ?[
- 65.4%: เป็นบางครั้ง
- 32.4%: บ่อยครั้ง
- 1.6%: แทบไม่เคย
- 0.6%: ไม่เคยเลย
.
รวมแล้วคิดเป็น 97.8% ของผู้ตอบทั้งหมดที่ยอมรับว่าพวกเขาเคยได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากมังงะ มีเพียง 2.2% เท่านั้นที่ตอบว่าแทบไม่เคยหรือไม่เคยเลย
.
[คำถามที่ 2: คุณได้เรียนรู้อะไรจากการอ่านมังงะ?]
- 35.6%: ความรู้ด้านประวัติศาสตร์
- 20.2%: ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์
- 15.2%: วิธีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
- 15%: วิธีคิด
- 14%: กฎของกีฬา
- 12.2%: คำศัพท์
- 4.4%: ความรู้เกี่ยวกับคันจิ
.
ผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนมากอธิบายว่า การเรียนประวัติศาสตร์ผ่านมังงะช่วยให้เข้าใจลำดับเหตุการณ์ ความสัมพันธ์ของผู้คนในสังคม และสงครามครั้งสำคัญต่างๆ ได้ง่ายกว่าการอ่านจากตำราเรียน
.
เช่นเดียวกับเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นกายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยาของร่างกายมนุษย์ หรือเรื่องราวเกี่ยวกับอวกาศ ที่เข้าใจได้ง่ายขึ้นเมื่อมีภาพประกอบและการเล่าเรื่องเข้ามาช่วยอธิบาย แทนที่จะมีเพียงข้อความข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว
.
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มังงะมอบให้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความรู้ในห้องเรียน เพราะผู้ตอบคำถามจำนวนไม่น้อยมองว่าพวกเขาเรียนรู้วิธีใช้ชีวิตผ่านตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นการรับมือกับความขัดแย้ง การปรับความเข้าใจ การคืนดีกับผู้อื่น หรือการมองโลกในหลากหลายแง่มุม
.
โดยเฉพาะคนที่ค่อนข้างขี้อาย มังงะเปรียบเสมือนคู่มือที่ช่วยสอนวิธีอยู่ร่วมกับผู้คน และหล่อหลอมกรอบความคิดที่ใช้ในชีวิตจริง
.
นอกจากนี้มังงะยังช่วยให้ผู้อ่านเรียนรู้เรื่องเฉพาะทางได้อย่างคาดไม่ถึง ทั้งกฎของกีฬา กติกาเกม หรือศัพท์เฉพาะของอาชีพต่างๆ ที่ไม่ค่อยพบในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าคุณจะเริ่มสนใจฟุตบอลจากการแข่งขันฟุตบอลโลก หรือชื่นชอบเรื่องราวแนวสืบสวนและกฎหมาย ก็มีโอกาสได้ซึมซับความรู้ใหม่ๆ ไปพร้อมกับการอ่าน
.
ยิ่งไปกว่านั้น มังงะสำหรับเด็กและเยาวชนจำนวนมากยังใส่ฟุริงานะ หรือคำอ่านกำกับตัวอักษรคันจิไว้ ทำให้ผู้อ่านสามารถเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ มากกว่าการนั่งท่องจำเพียงอย่างเดียว
.
[คำถามที่ 3: คุณคิดว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้สามารถเรียนรู้จากมังงะได้?]
- 50.8%: เข้าใจได้ง่าย
- 22.2%: จำได้ติดหัว
- 21.2%: อ่านง่าย ไม่รู้สึกเป็นอุปสรรค
- 10.2%: รู้สึกเข้าถึงและเห็นอกเห็นใจตัวละครได้ง่าย
- 3%: สามารถอ่านซ้ำได้เรื่อยๆ
.
ผลสำรวจอธิบายว่า การเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับเรื่องราว ตัวละคร หรือเหตุการณ์ที่น่าจดจำ เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้สมองจดจำข้อมูลได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
.
อีกทั้งการหยิบมังงะขึ้นมาอ่านยังใช้พลังงานทางจิตใจน้อยกว่าการเปิดตำราเรียน เพราะผู้อ่านมีแรงจูงใจที่จะอ่านต่อด้วยความสมัครใจ ระหว่างติดตามเรื่องราว เรามักเผลอจินตนาการว่าหากเป็นตัวเองจะตัดสินใจอย่างไร
.
ทำให้มังงะเป็นเสมือนกระจกที่สะท้อนคุณค่า ความคิด และการกระทำของเรา เมื่อวันหนึ่งต้องเผชิญกับสถานการณ์คล้ายกันในชีวิตจริง
.
[คำถามที่ 4: มังงะเรื่องใดเหมาะกับการเรียนรู้มากที่สุด?]
- 9.4%: Cells at Work! (2015-2021)
- 6.2%: Dr. Stone (2017-2022)
- 4.2%: Kingdom (2006-ปัจจุบัน)
- 3.6%: Haikyu!! (2012-2020)
- 3.2%: Slam Dunk (1990-1996)
- 2.8%: Detective Conan (1994-ปัจจุบัน)
- 2.6%: One Piece (1997-ปัจจุบัน)
.
หากมองจากรายชื่อเหล่านี้ จะพบว่ามังงะสามอันดับแรกต่างโดดเด่นในด้านการถ่ายทอดความรู้ทางวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ ขณะที่อีกหลายเรื่องก็สอดแทรกความรู้เชิงเทคนิค คำศัพท์เฉพาะ และบทเรียนสำคัญในการใช้ชีวิตไว้อย่างแนบเนียน
.
สุดท้ายแล้ว ผลสำรวจนี้อาจไม่ได้กำลังบอกว่า ‘มังงะดีกว่าตำราเรียน’ แต่กำลังชวนให้มองว่า การเรียนรู้ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว เพราะสำหรับใครหลายคน การอ่านเรื่องราวที่สนุกสนาน มีตัวละครที่ผูกพัน และมีภาพช่วยเล่าเรื่อง อาจเป็นวิธีที่ทำให้ความรู้ติดอยู่ในความทรงจำได้ยาวนานกว่าการท่องจำเสียอีก
.
ดังนั้น ครั้งต่อไปที่มีคนบอกว่า "อย่ามัวแต่อ่านการ์ตูน!" บางทีสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ อาจไม่ใช่การเสียเวลา แต่คือการเรียนรู้ในแบบที่สมองของคุณจดจำได้ดีที่สุดก็เป็นได้
.
ที่มา : BrandThink
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่