แฉเล่ห์กลสุดแสบของคลินิกเถื่อนเวียดนาม ใช้ "นมถั่วเหลือง" และยาป้ายสร้างแผล-หนองปลอม ขู่กรรโชกและหลอกเงินผู้ป่วย

ระวังตัวให้ดี! เมื่อ "คลินิกเถื่อน" ไม่ได้รักษาโรค แต่ใช้ "นมถั่วเหลือง" เป็นเครื่องมือรีดไถเงิน
ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง สุขภาพร่างกายกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกคนต้องยอมควักกระเป๋าจ่ายเพื่อให้ตัวเองปลอดภัย แต่ใครจะไปคาดคิดว่า "ความเจ็บป่วย" ที่เราพยายามรักษา จะถูกกลุ่มมิจฉาชีพในคราบหมอเถื่อนนำมาใช้เป็นเครื่องมือต้มตุ๋นชนิดที่คาดไม่ถึง!

ข่าวสะเทือนขวัญจากต่างประเทศที่กำลังเป็นประเด็นร้อน ได้เปิดโปงพฤติกรรมสุดแสบและพิสดารของคลินิกเถื่อนแห่งหนึ่ง ที่มีแผนประทุษกรรมชวนอึ้ง จนเราต้องหันกลับมาเตือนภัยใกล้ตัวกันอีกครั้ง ว่าตกลงแล้วพวกเขารีดไถเงินจากกระเป๋าคนไข้อย่างไร?

สเต็ปการต้มตุ๋น จากคนไข้สู่เหยื่อกรรโชกทรัพย์
ถ้าคุณคิดว่าหมอเถื่อนแค่จ่ายยาแปะๆ หรือหลอกขายคอร์สแพงๆ แบบเดิมๆ บอกเลยว่าคิดผิดครับ เพราะขบวนการนี้มีความ "ลงทุน" และมีเล่ห์กลที่แยบยลกว่านั้นมาก

สบโอกาสตอนตรวจรักษา เมื่อเหยื่อ (ประชาชนที่เดินทางมารักษาอาการป่วยเล็กๆ น้อยๆ เช่น อาการทางเดินปัสสาวะ) เข้ามาอยู่ในห้องตรวจ และอาศัยช่วงที่ผู้ป่วยกำลังเข้ารับการตรวจหรือมีความกังวลใจเรื่องโรคภัยอยู่แล้ว กลุ่มมิจฉาชีพจะสบโอกาสลงมือทันที

ปฏิบัติการ "นมถั่วเหลือง" สร้างหนองเทียม นี่คือหมัดเด็ดของคนเหล่านี้! มิจฉาชีพจะแอบใช้กระบอกฉีดยา (ที่ถอดเข็มออก) หรือสายสวนขนาดเล็ก แอบหยอดหรือฉีดน้ำนมถั่วเหลืองเข้าไปในท่อปัสสาวะของเหยื่อ แบบเนียนๆ โดยที่เหยื่อไม่ทันตั้งตัว

ละครฉากใหญ่ ขู่ให้กลัวจนขาสั่น เมื่อนมถั่วเหลืองถูกดูดลับออกมาให้มีลักษณะคล้ายหนองหรือถูกขับออกมาก พวกมิจฉาชีพมันจะสร้างภาพเสมือนว่ามีคราบหนอง หรือเกิดการอักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรง จากนั้นพวกมันจะเรียกเหยื่อมาดูผลการตรวจ (เช่น ผ่านจอภาพ) พร้อมตีหน้าเครียดขู่ฟ่อว่า "คุณเป็นโรคร้ายแรง หรืออาจเป็นหมัน"

เรียกเก็บค่ารักษาหลายสิบล้านดอง (เงินไทยประมาณหลักหมื่นถึงหลักแสนต้น ๆ)
ด้วยความตกใจกลัวจนขาดสติ เหยื่อจึงยอมเซ็นยินยอมและจ่ายเงินค่ารักษาราคาแพงมหาศาล เพื่อซื้อความปลอดภัยจอมปลอมที่พวกมันสร้างขึ้นมาเอง

เคสตัวอย่างสร้างหลักฐานเท็จ
ผู้ชาย ฉีดนมถั่วเหลืองเข้าไปในท่อปัสสาวะ แล้วดูดกลับออกมาเพื่อให้ดูเหมือนหนอง จากนั้นจึงสรุปว่ามีการติดเชื้อรุนแรง
ผู้หญิง ทายาบริเวณปากมดลูกและใช้อุปกรณ์ส่องเพื่อสร้างภาพของหนองปลอม หรือใช้อุปกรณ์โลหะก่อให้เกิดความเจ็บปวดเพื่อทำให้ผู้ป่วยเชื่อว่าตนเองป่วยหนัก

ตัวอย่างผู้เสียหาย

คุณบั๊ก (อายุ 40 ปี) ถูกเรียกเก็บเงินเกือบ 10 ล้านดองสำหรับการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ (สูงกว่าที่โฆษณาไว้ 5 เท่า) และใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าที่แจ้งไว้

คุณไท (อายุ 35 ปี) และภรรยา ถูกเรียกเก็บเงินมากกว่า 30 ล้านดองสำหรับการรักษาภาวะมีบุตรยากในครั้งเดียว และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีบุตร
สุขภาพซื้อได้ แต่ต้องเลือกให้ถูกที่
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่คดีฉ้อโกงธรรมดา แต่สะท้อนให้เห็นว่า "ความกลัวและความเจ็บป่วยของมนุษย์" กลายเป็นช่องทางทำเงินของพวกมิจฉาชีพอย่างไร้มนุษยธรรม การใช้ชีวิตในยุคนี้จึงประมาทไม่ได้เลยครับ หากเราหรือคนใกล้ตัวจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ควรเลือกสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย และตรวจสอบทุกขั้นตอนอย่างมีสติ
เพราะบางที... โรคร้ายที่เรากลัว อาจไม่ได้น่ากลัวเท่ากับ "คนใส่เสื้อกาวน์ปลอม" ที่จ้องจะสูบเงินในกระเป๋าเราก็เป็นได้!

อ่านแล้วเทียบบ้านเรา เคสแบบนี้ยังน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นสถานเสริมความงาม(เถื่อน)  แต่ไม่ใช่แบบจงใจมาหลอกแบบนี้  ใครคิดเห็นอย่างไรแลกเปลี่ยนได้นะเพี้ยนสวัสดี

ที่มา(เอไอสรุปและเรียบเรียง) vnexpress
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่