บขส.ตราดทำท่าเจ๊ง โิอกาสทองทำรถไฟถึงตราด วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้ารถกรุงเทพ-ตราด รถจันทบุรีต้องวิ่งให้ถึงตราด

มีข่าวมาว่าจะปิดตัวบขส.ตราด ซึ่งข่าวล่าสุด ก็ยังไม่ได้ปิดหรอก แต่ลดจำนวนรถที่วิ่งลงไปเท่านั้น เพราะบางสายขาดทุน ซึ่งยังไงก็ส่อแววไม่ดีล่ะ ระยะยาวไม่น่าไว้วางใจเท่าไร แสดงว่าคนใช้บริการรถสาธารณะน้อยลงชัดเจน ซึ่งก็ยังไม่แน่ว่าในอนาคตจะแย่ลงไปกว่านี้อีกมั้ย แต่ยังไงเรื่องนี้ก็มีทางออกอยู่ ก็คือ
1.ขยายรถไฟสายตะวันออกมาให้ถึงตราด
2.ตัดรถที่วิ่งทับซ้อนเส้นทางจันทบุรี-ตราดออกไป ให้พยุงธุรกิจง่ายขึ้น

      มาพูดถึงข้อที่ 1 ก่อน รถไฟ 3 สนามบิน ก็มีแนวคิดที่จะต่อขยายจากสนามบินอู่ตะเภาไปถึงตราดด้วย ก็ทำทีเดียวให้เรียบร้อย missing link สายสีแดงอ่อนบางซื่อ-หัวหมาก หัวหมาก-ฉะเชิงเทรา ทางคู่ศรีราชา-ตราด ก็ได้ทั้งสายสีแดงบางซื่อ-หัวหมาก หัวหมาก-ฉะเชิงเทรา รถไฟ 3 สนามบิน และทางคู่สายตะวันออกครบถ้วน ติดตั้งระบบไฟฟ้าตั้งแต่ต้นทางบางซื่อจนถึงตราด เกิดประโยชน์ครอบคลุมทั่วภาคตะวันออก เส้นทางรถไฟกรุงเทพ-ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-อู่ตะเภา-ระยอง-จันทบุรี-ตราด ความเร็ว 160 km/h นี่ก็เร็วมากแล้ว ไม่ต้องไปสนใจกับตัวเลขโฆษณาความเร็วสูง 250 km/h หรอก เวลาเดินทางไม่ต่างกันมาก เพราะสถานีตั้งอยู่ไม่ค่อยห่างกัน แถมความเร็ว 160 km/h คนเข้าถึงราคาได้ง่ายกว่าเยอะ
     สมาพันธ์คนงานรถไฟ จี้รัฐเลิกสัญญา”ไฮสปีด 3 สนามบิน”ชี้แพง ไม่คุ้มค่า หนุนพัฒนาทางคู่เชื่อมอู่ตะเภา ลดภาระงบ
https://mgronline.com/business/detail/9690000072439#google_vignette

     ดูแนวเส้นทางรถไฟถึบตราดที่รฟท.เคยศึกษาไว้ จะไม่ผ่านสนามบินตราด และไม่ผ่านสถานีท่องเที่ยวสำคัญอย่าง ท่าเรืออ่าวธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดต่อไปยังเกาะช้าง และแยกแหลมงอบ ซึ่งเป็นจุดต่อไปยังท่าเรือแหลมงอบกับท่าเรือแหลมศอก จุดขึ้นเรือไปเกาะหมากกับเกาะกูด
     ภาพแนวเส้นทางที่รฟท.ศึกษาไว้

      ถ้าทำเส้นทางรถไฟผ่านจ.จันทบุรีมาถึงต.แสนตุ้ง จ.ตราดแล้ว ก็ควรทำทางรถไฟลงมาที่ท่าโสม ซึ่งสถานีท่าโสมตั้งอยู่ใกล้สนามบินตราด และเส้นทางรถไฟลงต่อมายังตำแหน่งที่ใกล้ท่าเรืออ่าวธรรมชาติ และต่อไปยังแยกแหลมงอบ ซึ่งเป็นจุดที่เดินทางไปยังท่าเรือแหลมงอบและแหลมศอกได้ง่าย แล้วจึงต่อไปยังตลาดเทศบาลนครตราด น่าคุ้มค่ากว่า
     แนวเส้นทางประมาณเส้นสีแดงในภาพนี้


     การทำเส้นทางรถไฟจากตำบลแสนตุ้ง ลงมายังท่าโสม ลงมาที่ใกล้ท่าเรืออ่าวธรรมชาติ ต่อไปยังแยกแหลมงอบ ต่อไปยังตลาดเทศบาลนครตราด ต่อไปยังคลองใหญ่ จะมีทั้งทางรถไฟระดับดินและยกระดับดังนี้
*การสร้างทางรถไฟสายนี้จำเป็นต้องทำทางยกระดับบริเวณเขตชุมชนหนาแน่นและจุดตัดสำคัญ เช่น ตลาดเทศบาลนครตราดและทางแยกใหญ่ ส่วนช่วงพื้นที่โล่งนอกเมืองสามารถใช้ระดับดินร่วมกับการสร้างสะพานข้าม
    จุดที่ต้องทำทางยกระดับ (Viaduct / Elevated Track)
-เขตเมืองและตลาดเทศบาลนครตราด: ต้องยกระดับข้ามถนนสายหลักและพื้นที่ชุมชนหนาแน่น เพื่อลดปัญหาการตัดผ่านถนนและการเวนคืนที่ดินแปลงย่อย
-จุดข้ามทางแยกสำคัญ (เช่น แยกแหลมงอบ): ทำทางยกระดับข้ามวงเวียนหรือทางแยกขนาดใหญ่เพื่อความปลอดภัยและไม่ให้การจราจรติดขัด

    ช่วงที่ทำทางรถไฟระดับดิน (At-Grade Track)
-ช่วงแสนตุ้ง - ท่าโสม - ใกล้ท่าเรืออ่าวธรรมชาติ: พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบและสวนเกษตรกรรม เหมาะทำระดับดินเพื่อประหยัดงบประมาณก่อสร้าง
-ช่วงหลังผ่านเมืองตราดมุ่งหน้าไปคลองใหญ่: แนวเส้นทางเลียบแนวถนนหรือพื้นที่โล่ง สามารถวางทางรถไฟระดับดินได้ยาวต่อเนื่อง

    จุดที่ทำสะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ (Overpass)
-ถนนสายรองและทางเข้าออกชุมชน: บริเวณชานเมืองและระหว่างตำบล (เช่น ช่วงท่าโสมหรือทางเข้าท่าเรือ) ที่มีถนนตัดผ่านบ่อยแต่ปริมาณรถไม่หนาแน่นมาก
-จุดตัดถนนสุขุมวิทเดิม: ใช้การสร้างสะพานยกระดับให้รถยนต์ข้ามทางรถไฟในจุดที่ไม่อาจปิดจุดตัดเสมอระดับได้

      ความเร็วสูงสุดที่เหมาะสมของเส้นทางรถไฟนี้
ความเร็วสูงสุด 120 - 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง: เป็นระดับความเร็วที่เหมาะสมสำหรับรถไฟทางคู่หรือรถไฟภูมิภาคในประเทศไทย ช่วยรักษาระยะเวลาเดินทางให้รวดเร็วและปลอดภัยโดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงที่ใช้งบประมาณสูงเกินความจำเป็นในพื้นที่ภูมิภาคนี้

      ก็พิจารณาจะเอาเส้นทางไหนที่ดีที่คุ้มค่า คือเส้นทางอย่างที่แนะไปก็ดีกว่านั่นแหละ ส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย การลงทุนก็สูงกว่าหน่อย แต่คุ้มค่าในระยะยาวมากกว่า ก็ต้องถามคนพื้นที่ดูว่าจะเอามั้ย ทำประชาพิจารณ์ดูว่าเขาอยากได้เส้นทางไหนมากกว่า

   ต่อไปพูดถึงข้อที่ 2 ตัดรถตู้ที่วิ่งทับซ้อนกัน คือว่า รถจากกรุงเทพที่มาภาคตะวันออกทั้งจ.จันทบุรีและตราดจะมีอยู่ 2 สาย และมีช่วงที่เส้นทางทับซ้อนกัน
        กรุงเทพ-จันทบุรี


     รถกรุงเทพ-จันทบุรี-ตราด


      รถ 2 สายนี้ก็วิ่งทับซ้อนกัน ส่งคนที่จันทบุรีเหมือนกัน รถกรุงเทพ-ตราดจะมี 2 แบบ แบบนึงจอดรับคนที่จันทบุรีแล้วจึงวิ่งตรงเข้าสู่ตราด แบบนึงคือวิ่งตรงเข้าสู่ตราดทีเดียว ไม่รับคนที่จันทบุรี รถจะที่ตรงเข้าสู่ตราดจะเดินทางได้เร็วกว่ารถที่จอดรับส่งคนที่จันทบุรีก่อนเข้าสู่ตราดประมาณครึ่งชั่วโมง น่าจะตัดรถ 1 สายออก เพื่อพยุงธุรกิจให้อยู่ได้ง่ายขึ้น

   ถ้าตัดรถกรุงเทพ-จันทบุรีออก ให้เหลือแต่รถสาย คือ 1.กรุงเทพ-จันทบุรี-ตราด  2.กรุงเทพ-ตราด(ไม่รับคนที่จันทบุรี)น่าจะทำได้ยาก ที่ง่ายกว่าคือ ตัดรถกรุงเทพ-จันทบุรี-ตราดและกรุงเทพ-ตราด(ไม่รับคนจันทบุรี)ออก แล้วให้รถกรุงเทพ-จันทบุรีวิ่งมารับส่งคนถึงตราด น่าจะมีความเป็นไปได้มากกว่า ทำอย่างนี้จะช่วยพยุงธุรกิจให้อยู่ง่ายขึ้น
    การไม่มีรถจากกรุงเทพที่วิ่งเส้นตรงเข้าสู่ตราดแบบไม่รับส่งคนที่จันทบุรี ก็จะทำให้การเดินทางจากกรุงเทพตรงมาถึงตราดช้าลงไปบ้าง เพราะรถรับส่งคนที่จันทบุรีก่อนเข้าตราดต้องใช้เวลาเดินทางมากกว่า แต่ก็ยังดีกว่าการไม่มีรถเดินทางมาถึงตราดเลย ถ้ายังให้มีรถหลายสายวิ่งทับซ้อนกันมาถึงจันทบุรี-ตราด ในระยะยาวก็จะทำให้พยุงธุรกิจลำบาก แย่งลูกค้ากันเอง อาจขาดทุนเพิ่มอีก ควรตัดรถวิ่งให้น้อยลง เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ และเพื่อให้คนจ.ตราดพอมีรถได้นั่งเข้ากรุงเทพอยู่

     แก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างนี้ไปก่อน จนกว่าจะมีรถไฟมาถึงตราด รถไฟมาถึงตราดก็พิจารณาเอาว่า จากแสนตุ้งจะตรงเข้าสู่อ.เมืองตราด หรือจากแสนตุ้ง ลงมาที่ท่าโสม-ท่าเรืออ่าวธรรมชาติ เลี้ยวเข้าแยกแหลมงอบ ตรงเข้าสู่อ.เมืองตราด แบบไหนคุ้มกว่า ประชาชนอยากได้แบบไหนมากกว่า เพราะเวลาเดินทางก็ไม่ต่างกันมาก รถไฟวิ่งซัก 120-160 ในระยะทางที่ต่างกันประมาณ 30 km ใช้เวลาไม่ได้ต่างกันเท่าไร แบบที่ 1 แสนตุ้งตรงเข้าสู่ตราดประมาณ 30 km แบบที่ 2 แสนตุ้ง-ท่าโสม-ท่าเรืออ่าวธรรชาติ-แยกแหลมงอบ-อ.เมืองตราด 60 km แบบที่ 2 ใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองนานขึ้นบ้าง แต่จะตอบโจทย์การท่องเที่ยวกว่า แต่ยังไงก็ใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองต่างกันไม่มาก รถไฟฟ้าเร็ว 160 km/h วิ่ง 5 สถานี ไม่นานก็ถึง เร็วกว่ารถโดยสารเยอะแน่

     ถ้าจะรอรถไฟมาถึงตราด ก็ยังต้องรออีกนาน ที่ต้องรีบคิดและทำให้เร็วคือรถมินิบัส ทำอย่างไรให้รถโดยสารขาดทุนน้อยที่สุดและให้บริการคนจ.ตราดไปได้นานที่สุด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่