เอาแล้ว ! เตรียมจ่ายกองทุนบรรเจิด ที่ชื่อว่า "กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง" ที่กำลังจะเริ่มเก็บเงินจากนายจ้างและลูกจ้าง ฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไปฮะ เน้นว่าทุกบริษัทที่มีคนมากกว่า 10 คนขึ้นไป และ ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เลือกอะไรไม่ได้ ต้องจ่ายเท่านั้น เป็นภาคบังคับเลยฮะ
https://www.facebook.com/share/p/19HPsvy71q/?mibextid=wwXIfr
และถ้าถามว่าเป็นเงินที่ถูกหักเพิ่มใช่ไหม คำตอบ คือ ใช่ฮะ แต่การหักไปก็ไม่ได้หักแบบไม่เหตุผลนะ เพราะกองทุนนี้จริง ๆ แล้วถูกกออกแบบมาให้เป็น เงินสำรองของลูกจ้าง เวลาที่ต้องออกจากงาน ไม่ว่าจะลาออก ถูกเลิกจ้าง หรือสิ้นสุดการจ้างด้วยเหตุอื่น ๆ เพื่อให้มีเงินก้อนติดตัวไว้ใช้ระหว่างหางานใหม่ ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ทันที
หลักการทำงานก็ไม่ได้ซับซ้อนครับ ทุกเดือน ลูกจ้างจ่าย 0.25% และนายจ้างจ่ายอีก 0.25% เข้ากองทุนเดียวกัน โดยคิดจาก "ค่าจ้างรวม" ซึ่งรวมทั้งเงินเดือน ค่าล่วงเวลา (OT) เบี้ยขยัน ค่าตำแหน่ง ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่ากะ แต่ไม่รวมโบนัสหรือรายได้ที่ไม่แน่นอน
ยกตัวอย่าง ถ้าค่าจ้างรวมของเราอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน
- ลูกจ้างจะถูกหัก 37.5 บาท
- นายจ้างจะสมทบให้อีก 37.5 บาท
- รวมเป็นเงินเข้ากองทุน 75 บาทต่อเดือน
ซึ่งดูเหมือนน้อยมาก แต่ถ้ารวมกันหลาย ๆ ปีก็อาจเป็นเงินฉุกเฉินสำรองได้นะครับ และถ้ากองทุนที่เก็บเงินเราไปนั้นเก่งกาจ เอาไปลงทุนต่อ อาจทำให้เราได้เงินเพิ่มขึ้นอีก แต่ย้ำนะฮะ ว่าต้องเก่งด้วย555
เงินที่จ่ายจะมีประโยชน์ตอนไหน ?
เงินที่จ่ายไป จะเริ่มทำงาน เมื่อวันที่เราออกจากงาน ไม่ว่าจะ โดนเลิกจ้าง โดนไล่ออก หรือ ออกเอง เราก็ได้เงินก้อนนี้คืนทั้งเงินที่เราจ่ายไปและนายจ้างสมทบให้ครับ ส่วนกรณีที่เราเสียชีวิต เงินทั้งหมดก็จะตกเป็นของผู้รับผลประโยชน์หรือทายาทตามที่กฎหมายกำหนด
แต่อย่างไรก็ตาม กฎหมายนี้ไม่ได้บังคับทุกบริษัททันที โดยจะบังคับกับ กิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และยังไม่มีระบบกองทุนลักษณะเดียวกัน เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ส่วนกิจการขนาดเล็กหรือบางประเภทที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน สามารถสมัครเข้าร่วมได้โดยสมัครใจ
สรุปง่าย ๆ ก็คือ
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นเหมือนการสร้าง "เงินสำรองภาคบังคับ" ที่ลูกจ้างและนายจ้างช่วยกันออมไว้ เพื่อให้วันที่ต้องออกจากงาน ยังมีเงินก้อนรองรับ ไม่ต้องพึ่งแค่เงินชดเชยหรือเงินเก็บส่วนตัวเพียงอย่างเดียวฮะ
1 ต.ค.นี้ เงินเดือนลูกจ้างถูกหักเพิ่ม 0.25% เข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง | Money Buffalo
https://www.facebook.com/share/p/19HPsvy71q/?mibextid=wwXIfr
และถ้าถามว่าเป็นเงินที่ถูกหักเพิ่มใช่ไหม คำตอบ คือ ใช่ฮะ แต่การหักไปก็ไม่ได้หักแบบไม่เหตุผลนะ เพราะกองทุนนี้จริง ๆ แล้วถูกกออกแบบมาให้เป็น เงินสำรองของลูกจ้าง เวลาที่ต้องออกจากงาน ไม่ว่าจะลาออก ถูกเลิกจ้าง หรือสิ้นสุดการจ้างด้วยเหตุอื่น ๆ เพื่อให้มีเงินก้อนติดตัวไว้ใช้ระหว่างหางานใหม่ ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ทันที
หลักการทำงานก็ไม่ได้ซับซ้อนครับ ทุกเดือน ลูกจ้างจ่าย 0.25% และนายจ้างจ่ายอีก 0.25% เข้ากองทุนเดียวกัน โดยคิดจาก "ค่าจ้างรวม" ซึ่งรวมทั้งเงินเดือน ค่าล่วงเวลา (OT) เบี้ยขยัน ค่าตำแหน่ง ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่ากะ แต่ไม่รวมโบนัสหรือรายได้ที่ไม่แน่นอน
ยกตัวอย่าง ถ้าค่าจ้างรวมของเราอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน
- ลูกจ้างจะถูกหัก 37.5 บาท
- นายจ้างจะสมทบให้อีก 37.5 บาท
- รวมเป็นเงินเข้ากองทุน 75 บาทต่อเดือน
ซึ่งดูเหมือนน้อยมาก แต่ถ้ารวมกันหลาย ๆ ปีก็อาจเป็นเงินฉุกเฉินสำรองได้นะครับ และถ้ากองทุนที่เก็บเงินเราไปนั้นเก่งกาจ เอาไปลงทุนต่อ อาจทำให้เราได้เงินเพิ่มขึ้นอีก แต่ย้ำนะฮะ ว่าต้องเก่งด้วย555
เงินที่จ่ายจะมีประโยชน์ตอนไหน ?
เงินที่จ่ายไป จะเริ่มทำงาน เมื่อวันที่เราออกจากงาน ไม่ว่าจะ โดนเลิกจ้าง โดนไล่ออก หรือ ออกเอง เราก็ได้เงินก้อนนี้คืนทั้งเงินที่เราจ่ายไปและนายจ้างสมทบให้ครับ ส่วนกรณีที่เราเสียชีวิต เงินทั้งหมดก็จะตกเป็นของผู้รับผลประโยชน์หรือทายาทตามที่กฎหมายกำหนด
แต่อย่างไรก็ตาม กฎหมายนี้ไม่ได้บังคับทุกบริษัททันที โดยจะบังคับกับ กิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และยังไม่มีระบบกองทุนลักษณะเดียวกัน เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ส่วนกิจการขนาดเล็กหรือบางประเภทที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน สามารถสมัครเข้าร่วมได้โดยสมัครใจ
สรุปง่าย ๆ ก็คือ
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นเหมือนการสร้าง "เงินสำรองภาคบังคับ" ที่ลูกจ้างและนายจ้างช่วยกันออมไว้ เพื่อให้วันที่ต้องออกจากงาน ยังมีเงินก้อนรองรับ ไม่ต้องพึ่งแค่เงินชดเชยหรือเงินเก็บส่วนตัวเพียงอย่างเดียวฮะ