สถานการณ์ปัจจุบัน:
1. เรื่องงาน: ทำงานที่ไทยมา2ปี ตอนนี้บริษัทลดชั่วโมงทำงานลงเรื่อยๆ จาก 8 ชม. เหลือ 6 ชม. และล่าสุดเหลือ 5 ชม. (ได้ค่าแรงวันละ 250 บาท) แถมให้หยุดสัปดาห์ละ 3 วัน ทำให้เดือนนี้รายได้ไม่ถึง 6,000 บาท และบริษัทยังเลื่อนวันจ่ายเงินเดือนเป็นวันที่ 10 ของทุกเดือน
2. ภาระค่าใช้จ่าย: ค่าห้องไม่เกิน 4,500 บาท, ค่างวดรถ 2,000 บาท, ค่าทำฟัน 1,000 บาท ซึ่งปกติพอจ่าย แต่เดือนนี้รายได้ลดลงหนักมากจนไม่พอ
3. แผนเรื่องที่พัก: ตัดสินใจจะย้ายออกจากหอวันที่ 31 ส.ค. โดยเดือน ก.ค. นี้จะขอเจ้าของหอจ่ายแค่ค่าน้ำ-ค่าไฟก่อน ส่วนค่าห้องที่เหลือ 2,700 บาท ขอไปจ่ายรวมกับเดือน ส.ค. ในวันที่ 10 ก.ย. (วันเงินเดือนออก) จะมีค่าห้อง2700+ค่าน้ำไฟห้องของเดือนสิงหาแต่ก็พร้อมจะจ่ายค่าปรับล่วงวันเวลาค่ะ
ประกันห้องมีอยู่3000ให้เจ้าของหอหักไปกับค่าห้องที่ค้างแล้วก็พร้อมจ่ายเพิ่มค่ะ แต่เงินเดือนก.ค
ไม่พอจริงๆจึงได้พลัดค่าห้อง2700ไปรวมกันกับเดือนส.ค
4. แผนชีวิต: ตัดสินใจจะลาออก แล้วกลับบ้านไปช่วยแม่ขายของ 31สค.นี้บริษัทเรียกไปตรวจโรค
ที่กรุงเทพค่ะ(งานดูแลคนไข้ที่ไต้หวัน)ส่วนตัวจบ
ผู้ช่วยพยาบาลมาค่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าวันบินจะออกวันไหนจะได้ไปรึเปล่าต้องมาลุ้นค่ะ
การขอผัดผ่อนค่าเช่าห้องกับเจ้าของหอแบบนี้ (จ่ายน้ำ-ไฟก่อน แล้วทบค่าห้องไปจ่ายวันที่ 10 ก.ย.) จะดูไม่ดีหรือทำให้เจ้าของหอไม่พอใจไหมคะ? ส่วนตัวค่าหอมาวันที่1-2 ก็จ่ายภายในวันนั้นไม่ปล่อยให้เกินวันที่3ค่ะ มีวิธีพูดอย่างไรให้ซอฟต์ที่สุด?
การตัดสินใจลาออกจากงานที่กดชั่วโมงทำงาน แล้วกลับบ้านไปตั้งหลัก ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องไหม?🙇🏻♀️
เตรียมตัวไปทำงานไต้หวัน แต่หมุนเงินเดือนสุดท้ายไม่ทัน ควรจัดการยังไงดีคะ?"
1. เรื่องงาน: ทำงานที่ไทยมา2ปี ตอนนี้บริษัทลดชั่วโมงทำงานลงเรื่อยๆ จาก 8 ชม. เหลือ 6 ชม. และล่าสุดเหลือ 5 ชม. (ได้ค่าแรงวันละ 250 บาท) แถมให้หยุดสัปดาห์ละ 3 วัน ทำให้เดือนนี้รายได้ไม่ถึง 6,000 บาท และบริษัทยังเลื่อนวันจ่ายเงินเดือนเป็นวันที่ 10 ของทุกเดือน
2. ภาระค่าใช้จ่าย: ค่าห้องไม่เกิน 4,500 บาท, ค่างวดรถ 2,000 บาท, ค่าทำฟัน 1,000 บาท ซึ่งปกติพอจ่าย แต่เดือนนี้รายได้ลดลงหนักมากจนไม่พอ
3. แผนเรื่องที่พัก: ตัดสินใจจะย้ายออกจากหอวันที่ 31 ส.ค. โดยเดือน ก.ค. นี้จะขอเจ้าของหอจ่ายแค่ค่าน้ำ-ค่าไฟก่อน ส่วนค่าห้องที่เหลือ 2,700 บาท ขอไปจ่ายรวมกับเดือน ส.ค. ในวันที่ 10 ก.ย. (วันเงินเดือนออก) จะมีค่าห้อง2700+ค่าน้ำไฟห้องของเดือนสิงหาแต่ก็พร้อมจะจ่ายค่าปรับล่วงวันเวลาค่ะ
ประกันห้องมีอยู่3000ให้เจ้าของหอหักไปกับค่าห้องที่ค้างแล้วก็พร้อมจ่ายเพิ่มค่ะ แต่เงินเดือนก.ค
ไม่พอจริงๆจึงได้พลัดค่าห้อง2700ไปรวมกันกับเดือนส.ค
4. แผนชีวิต: ตัดสินใจจะลาออก แล้วกลับบ้านไปช่วยแม่ขายของ 31สค.นี้บริษัทเรียกไปตรวจโรค
ที่กรุงเทพค่ะ(งานดูแลคนไข้ที่ไต้หวัน)ส่วนตัวจบ
ผู้ช่วยพยาบาลมาค่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าวันบินจะออกวันไหนจะได้ไปรึเปล่าต้องมาลุ้นค่ะ
การขอผัดผ่อนค่าเช่าห้องกับเจ้าของหอแบบนี้ (จ่ายน้ำ-ไฟก่อน แล้วทบค่าห้องไปจ่ายวันที่ 10 ก.ย.) จะดูไม่ดีหรือทำให้เจ้าของหอไม่พอใจไหมคะ? ส่วนตัวค่าหอมาวันที่1-2 ก็จ่ายภายในวันนั้นไม่ปล่อยให้เกินวันที่3ค่ะ มีวิธีพูดอย่างไรให้ซอฟต์ที่สุด?
การตัดสินใจลาออกจากงานที่กดชั่วโมงทำงาน แล้วกลับบ้านไปตั้งหลัก ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องไหม?🙇🏻♀️