รวมเอกลักษณ์โชซอนที่แท้ทรู สิ่งที่โชซอนมีแต่จีนไม่มี ep.1

อย่างที่เรารู้กันว่า โชซอนเป็นรัฐบรรณาการของจีน ทำให้รับเอาอิทธิพลระบบ ธรรมเนียม วัฒนธรรม และอะไรหลายๆของอย่างของจีนเข้ามา แต่จริงๆ แล้วถึงจะเป็นแบบนั้น โชซอนก็ยังเป็นอาณาจักรที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองสูงมาก บางอย่างเราอาจจะไม่รู้หรือไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ เพราะด้วยความที่ซีรีส์เกาหลี จริงๆไม่ได้สร้างภาพจำโชซอนจริงๆให้เรารับรู้ เพราะสิ่งที่เราเห็นมันแค่สังคมของชนชั้นสูง ไม่ใช่สังคมโชซอนทั้งหมด

1.ธรรมเนียมการฝังรกทารกราชวงศ์ (태실 - Taesil)
นี่คือหนึ่งในธรรมเนียมที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของราชวงศ์เกาหลี เมื่อพระมเหสีหรือพระสนมมีประสูติกาล รกและสายสะดือของพระราชกุมารหรือพระราชธิดาจะถูกนำมาล้างทำความสะอาดอย่างพิถีพิถันเป็นร้อยครั้ง บรรจุลงในไหกระเบื้องเคลือบ (Tae-hangari) และนำไปฝังไว้บนยอดเขาที่มีฮวงจุ้ยดีที่สุด เรียกว่า "แทซิล" (ห้องเก็บรก) โชซอนเชื่อว่ารกคือจุดกำเนิดของชีวิต หากเก็บรักษาไว้ในดินแดนที่มีพลังมงคล จะส่งผลให้เด็กเติบโตอย่างแข็งแรง และนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่บ้านเมือง (จีนไม่มีธรรมเนียมการสร้างสุสานรกที่ยิ่งใหญ่และเป็นระบบแบบนี้)

2.หน่วยงานร่างทรงหลวง (성수청 - Seongsucheong)
แม้ราชวงศ์หน้าฉากจะเชิดชูขงจื๊อและต่อต้านความเชื่อทางไสยศาสตร์ แต่ในยุคต้นโชซอน ราชสำนักกลับมีหน่วยงานราชการสำหรับ "มูดัง" (ร่างทรง) เรียกว่า ซองซูชอง เพื่อประกอบพิธีขอฝน ปัดเป่าโรคระบาด และรักษาอาการประชวร แม้หน่วยงานนี้จะถูกยกเลิกไปในภายหลัง แต่ความเชื่อเรื่องการทำคุณไสย การเขียนยันต์ (Bujeok) และการเรียกทรง ยังคงฝังรากลึกในเขตพระราชฐานชั้นในจนสิ้นสุดราชวงศ์

3.การศึกษาครรภ์ หรือ แทกโย (태교 - Taegyo)
ราชสำนักโชซอนมีกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ที่เข้มงวดและเป็นแบบแผนเฉพาะตัวสูงมาก สตรีชั้นสูงที่ตั้งครรภ์ต้องปฏิบัติตามหลัก "แทกโย" เช่น ห้ามนั่งในที่ไม่ตรง ห้ามกินอาหารที่มีรูปทรงบิดเบี้ยว ห้ามฟังคำหยาบคาย และต้องฟังเสียงอ่านกวีหรือดนตรีบรรเลง เพื่อให้ทารกในครรภ์ซึมซับแต่สิ่งดีงามตั้งแต่ยังไม่เกิด

4.กฎเหล็ก "ห้ามเลื่อนพระสนมขึ้นเป็นพระมเหสี"
ในประวัติศาสตร์จีน พระสนมสามารถไต่เต้าขึ้นเป็นฮองเฮาได้หากเป็นที่โปรดปรานหรือฮองเฮาองค์เดิมถูกปลด แต่ในโชซอน หลังจากยุคของพระเจ้าซุกจง (กรณีของพระจางฮีบิน) ได้มีการตรากฎหมายเด็ดขาดว่า "ห้ามสถาปนาพระสนม (ที่มาจากชนชั้นกลางหรือต่ำ) ขึ้นเป็นพระมเหสีโดยเด็ดขาด" พระมเหสีองค์ใหม่จะต้องมาจากการคัดเลือกสตรีชนชั้นยังบัน (ขุนนาง) จากนอกวังเท่านั้น เพื่อป้องกันการแทรกแซงอำนาจและรักษาสายเลือดบริสุทธิ์

5.การใช้ตัวอักษรฮันกึล (한글) ในเขตพระราชฐานชั้นใน
ในขณะที่ขุนนางฝ่ายหน้าและเอกสารราชการใช้ตัวอักษรจีน (ฮันจา) เป็นหลัก สตรีฝ่ายใน พระมเหสี พระสนม และนางใน จะใช้ "ออนมุน" (ชื่อเรียกฮันกึลในยุคนั้น) ในการเขียนจดหมาย บันทึกประจำวัน หรือแม้แต่พระราชเสาวนีย์ของพระพันปีหลวง นี่คือช่องทางการสื่อสารที่เป็นเอกราชจากอิทธิพลตัวอักษรจีนอย่างแท้จริง

6.​ระบบนางในและซังกุง (상궁 - Sang-gung)
โครงสร้างสตรีฝ่ายใน หรือ "แนมยองบู" (Naemyeongbu) มีการจัดลำดับขั้นที่ละเอียดและแตกต่างจากจีน โดยเฉพาะระบบ "นางใน" ที่ต้องเข้ามาฝึกหัดตั้งแต่เด็ก (ซึงงากชี) และผ่านพิธีปักปิ่น (กวานรเย) เพื่อเป็นผู้หญิงของพระราชาอย่างเป็นทางการ นางในระดับสูงอย่าง "ซังกุงสูงสุด" (เชโกซังกุง) มีอำนาจมหาศาลในการบริหารจัดการวังหลัง ซึ่งเป็นโครงสร้างการจัดการที่โชซอนพัฒนาขึ้นมาเอง

7.ผมแกละยักษ์ หรือ คาเช (가체 - Gache)
แฟชั่นการใส่วิกผมถักขนาดใหญ่ยักษ์ประดับมุกและปิ่นของสตรีราชสำนักโชซอน เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนชาติใดในเอเชีย คาเชยิ่งใหญ่ยิ่งแสดงถึงฐานะและอำนาจ

8.เสื้อทังอึย (당의 - Dangui)
เสื้อคลุมพิธีการแบบกึ่งทางการของสตรีราชสำนักที่มีชายเสื้อโค้งยาวด้านหน้าและด้านหลัง เป็นเครื่องแต่งกายที่พัฒนามาจากชุดฮันบกของเกาหลีเอง ไม่ได้อิงตามรูปแบบเสื้อผ้าของราชวงศ์หมิงหรือชิงแบบชุดพิธีการใหญ่ (เช่น ชุดจอกอี) โดยจะมีการประทับลายทองคำเปลว (Geumbak) ตามระดับยศ ซึ่งเป็นงานศิลปะเฉพาะของโชซอน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่