คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 17
ถึงคุณจก
ผมดูสิ่งที่คุณโต้ตอบกับสมาชิกคนอื่นๆ ตั้งแต่บ่าย
ผมรู้สึกว่าสิ่งที่คุณทำ แทนที่คนจะเข้าใจคุณและฝั่งการเมืองของคุณมากขึ้น
คุณกลับแสดงออกมาว่า Mindset คุณเป็นอย่างไร
และมันก็อาจจะสะท้อนถึง Mindset ของคนที่อยู่ฝั่งการเมืองเดียวกับคุณด้วย
ตอนตั้งกระทู้แล้วใส่แท็กการเมือง ผมทำใจไว้แล้วว่าคุณต้องมาแน่ แต่ไม่คิดว่าคุณจะไปถึงขนาดนี้
ผมรู้สึกเสียดายที่เคยคิดว่าคุณมีความรู้ทางการเมืองแน่น แต่กลายว่าทำได้แค่โต้ตอบกับคนอื่นเหมือนเด็กประถม
ทั้งที่คนโต้ตอบคนอื่นๆ พยายามจะโต้ตอบแบบมีเหตุผลแล้ว แต่คุณก็ใช้วิธีการหวังเอาชนะมากกว่าเอาความรู้
ซึ่งไม่ใช่หลักการโต้เถียงหรือหลักการ Debate แบบที่ทางการวิชาการต้องการจริงๆ
ถ้าด้อมส้มเถียงกับสลิ่มแบบนี้แล้วไปโม้ในกลุ่มตัวเองว่าเถียงชนะสลิ่ม สู้สลิ่มได้ ผมก็ไม่แปลกใจ
และเข้าใจว่าคนป่วยจิตเวชดังกล่าว ก็คงใช้วิธีการแบบคุณเหมือนกันถึงเจอ Reaction แบบนั้นได้
ผมเข้ามาอ่านกระทู้ห้องราชดำเนินตั้งแต่มีกลุ่มเสื้อแดงใหม่ๆ ตั้งแต่ผมยังอยู่ศิลปศาสตร์ มธ
แต่ไม่เคยสมัครเมมเข้ามาตอบจริงจัง เพราะรู้ดีว่าตอนนั้นพวกไม่เอา 112 กำลังแฝงตัวเข้ามา
ตัวคุณเอง ผมก็เคยเห็นกระทู้ของคุณ กระทู้คุณไปตอบมาตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน มีมากี่เมมแล้วไม่รู้
จนกระทั่งผมเพิ่งเข้ามาสมัครตอบไม่กี่ปีก่อนหน้า เพราะเห็นว่าแดงเก่าๆ เริ่มหายไปแล้ว และก็มานานๆ ที
แต่วันนี้ พอเห็นคุณเข้ามาตอบแล้ว ผมรู้สึกว่าห้องราชดำเนินไม่ได้ไปถึงไหนเลย หลังจากนั้นก็พอดีกว่า
เอาแค่ห้องพันทิปห้องอื่นๆ ทุกวันนี้ก็ไม่รู้จะได้อะไรแล้วเหมือนกัน
ส่วนเรื่องสลิ่มที่ไปทำร้ายเขา ผมก็ไม่ได้เห็นด้วยถ้าจะทำถึงขนาดนั้น มันก็ผิดกฎหมายเหมือนกัน
ที่ผมตั้งกระทู้ เพราะพวก Suggested post ของพวกคุณ มันขึ้นเยอะจนต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น
บางเพจโยงไปหา 6 ตุลา แบบไม่รู้เบื้องหลังความจริง มองแต่ว่ารักจนคลั่งแล้วเอาเก้าอี้ไปทำร้ายคนอื่น
คือ 6 ตุลาเนี่ย มันไม่ใช่แค่เรื่องรักจนคลั่งหรือใครถูกล่าแม่มดหรอก จุดเริ่มต้นมันเป็นยังไงมันลึกกว่านั้น
อย่างผมนี้มาเอ๊ะเอาตรงที่คืนวันที่ 5 แกนนำไม่ยอมปล่อย นศ คนอื่นออก อ้างว่ากลัวพวกฝั่งตรงข้ามจะทำร้าย
คือความจริง ถ้าเป็นห่วงเพื่อน แล้วเพื่อนอยากกลับบ้าน ก็ควรจะปล่อยเพื่อนกลับบ้าน ให้ใครมาคุมความปลอดภัยก็ได้
แต่แกนนำ นศ เลือกที่จะให้เพื่อนอยู่ต่อ จนกระทั่งฝั่งตรงข้ามเข้ามารุมทำร้ายตั้งแต่ช่วงเช้ามืด
ทุกวันนี้ ผมเลยมั่นใจเต็มที่ว่ามันคือความพยายามก่อสงครามกลางเมืองโดยอ้างการทำร้าย นศ ที่ไม่รู้เรื่องด้วย
แต่เพราะจบด้วย รปห ในตอนเย็นวันนั้น
มันก็เลยเป็นแค่เหตุการณ์ให้พวกอาจารย์ที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นเอามาให้ นศ รุ่นหลังย้ำแค้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
การแสดงออกของม็อบในวันนั้น (ปี 63-64) ผมเห็นหมดทุกอย่างเพราะผมไปสังเกตการณ์เองหมด
ถ้าจะบอกว่าสลิ่มมีแต่คนชอบใช้กำลัง ขาดสติ ก็ต้องยอมรับด้วยว่าฝั่งพวกคุณเอง ตอนนั้นก็ใช่ย่อยเหมือนกัน
ผมดูสิ่งที่คุณโต้ตอบกับสมาชิกคนอื่นๆ ตั้งแต่บ่าย
ผมรู้สึกว่าสิ่งที่คุณทำ แทนที่คนจะเข้าใจคุณและฝั่งการเมืองของคุณมากขึ้น
คุณกลับแสดงออกมาว่า Mindset คุณเป็นอย่างไร
และมันก็อาจจะสะท้อนถึง Mindset ของคนที่อยู่ฝั่งการเมืองเดียวกับคุณด้วย
ตอนตั้งกระทู้แล้วใส่แท็กการเมือง ผมทำใจไว้แล้วว่าคุณต้องมาแน่ แต่ไม่คิดว่าคุณจะไปถึงขนาดนี้
ผมรู้สึกเสียดายที่เคยคิดว่าคุณมีความรู้ทางการเมืองแน่น แต่กลายว่าทำได้แค่โต้ตอบกับคนอื่นเหมือนเด็กประถม
ทั้งที่คนโต้ตอบคนอื่นๆ พยายามจะโต้ตอบแบบมีเหตุผลแล้ว แต่คุณก็ใช้วิธีการหวังเอาชนะมากกว่าเอาความรู้
ซึ่งไม่ใช่หลักการโต้เถียงหรือหลักการ Debate แบบที่ทางการวิชาการต้องการจริงๆ
ถ้าด้อมส้มเถียงกับสลิ่มแบบนี้แล้วไปโม้ในกลุ่มตัวเองว่าเถียงชนะสลิ่ม สู้สลิ่มได้ ผมก็ไม่แปลกใจ
และเข้าใจว่าคนป่วยจิตเวชดังกล่าว ก็คงใช้วิธีการแบบคุณเหมือนกันถึงเจอ Reaction แบบนั้นได้
ผมเข้ามาอ่านกระทู้ห้องราชดำเนินตั้งแต่มีกลุ่มเสื้อแดงใหม่ๆ ตั้งแต่ผมยังอยู่ศิลปศาสตร์ มธ
แต่ไม่เคยสมัครเมมเข้ามาตอบจริงจัง เพราะรู้ดีว่าตอนนั้นพวกไม่เอา 112 กำลังแฝงตัวเข้ามา
ตัวคุณเอง ผมก็เคยเห็นกระทู้ของคุณ กระทู้คุณไปตอบมาตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน มีมากี่เมมแล้วไม่รู้
จนกระทั่งผมเพิ่งเข้ามาสมัครตอบไม่กี่ปีก่อนหน้า เพราะเห็นว่าแดงเก่าๆ เริ่มหายไปแล้ว และก็มานานๆ ที
แต่วันนี้ พอเห็นคุณเข้ามาตอบแล้ว ผมรู้สึกว่าห้องราชดำเนินไม่ได้ไปถึงไหนเลย หลังจากนั้นก็พอดีกว่า
เอาแค่ห้องพันทิปห้องอื่นๆ ทุกวันนี้ก็ไม่รู้จะได้อะไรแล้วเหมือนกัน
ส่วนเรื่องสลิ่มที่ไปทำร้ายเขา ผมก็ไม่ได้เห็นด้วยถ้าจะทำถึงขนาดนั้น มันก็ผิดกฎหมายเหมือนกัน
ที่ผมตั้งกระทู้ เพราะพวก Suggested post ของพวกคุณ มันขึ้นเยอะจนต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น
บางเพจโยงไปหา 6 ตุลา แบบไม่รู้เบื้องหลังความจริง มองแต่ว่ารักจนคลั่งแล้วเอาเก้าอี้ไปทำร้ายคนอื่น
คือ 6 ตุลาเนี่ย มันไม่ใช่แค่เรื่องรักจนคลั่งหรือใครถูกล่าแม่มดหรอก จุดเริ่มต้นมันเป็นยังไงมันลึกกว่านั้น
อย่างผมนี้มาเอ๊ะเอาตรงที่คืนวันที่ 5 แกนนำไม่ยอมปล่อย นศ คนอื่นออก อ้างว่ากลัวพวกฝั่งตรงข้ามจะทำร้าย
คือความจริง ถ้าเป็นห่วงเพื่อน แล้วเพื่อนอยากกลับบ้าน ก็ควรจะปล่อยเพื่อนกลับบ้าน ให้ใครมาคุมความปลอดภัยก็ได้
แต่แกนนำ นศ เลือกที่จะให้เพื่อนอยู่ต่อ จนกระทั่งฝั่งตรงข้ามเข้ามารุมทำร้ายตั้งแต่ช่วงเช้ามืด
ทุกวันนี้ ผมเลยมั่นใจเต็มที่ว่ามันคือความพยายามก่อสงครามกลางเมืองโดยอ้างการทำร้าย นศ ที่ไม่รู้เรื่องด้วย
แต่เพราะจบด้วย รปห ในตอนเย็นวันนั้น
มันก็เลยเป็นแค่เหตุการณ์ให้พวกอาจารย์ที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นเอามาให้ นศ รุ่นหลังย้ำแค้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
การแสดงออกของม็อบในวันนั้น (ปี 63-64) ผมเห็นหมดทุกอย่างเพราะผมไปสังเกตการณ์เองหมด
ถ้าจะบอกว่าสลิ่มมีแต่คนชอบใช้กำลัง ขาดสติ ก็ต้องยอมรับด้วยว่าฝั่งพวกคุณเอง ตอนนั้นก็ใช่ย่อยเหมือนกัน
แสดงความคิดเห็น
สรุปชายที่บอกว่าเสียสติ เป็นคนป่วยแล้วโดนทำร้ายเขาทำอะไร
ตอนแรกไม่ได้อยากสนใจ แต่เห็นส้มปั่นกันถี่ๆ มาเป็นวันแล้วเลยอยากรู้ความจริง
กลัวจะเงียบเหมือนเรื่อง รปภ ที่ปั่นกันแล้วเงียบหายไปอีก