การทุจริตสอบ TOPIK (Test of Proficiency in Korean) ในประเทศเกาหลีใต้
ตำรวจนครบาลโซล (หน่วยสืบสวนอาชญากรรมระหว่างประเทศ) ได้บุกจับกุมผู้เกี่ยวข้องในขบวนการทุจริตสอบวัดระดับความสามารถภาษาเกาหลี (TOPIK) รวมทั้งหมด
113 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน (รวมถึงนักศึกษาต่างชาติ) และนายหน้า
รูปแบบและเทคนิคการโกง
ใช้คนสอบแทน (Proxy Testing) มีการใช้บัตรประชาชนปลอมเพื่อให้ผู้ที่มีความสามารถทางภาษาเกาหลีสูงเข้าไปนั่งสอบแทนผู้สมัครจริง
ใช้อุปกรณ์ไฮเทค มีการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋ว เช่น หูฟังไร้สายขนาดเล็กจิ๋ว เพื่อส่งคำตอบเข้าไปในห้องสอบ
จากเส้นทางการเงิน ลูกค้าที่ต้องการคะแนนสอบจะต้องติดต่อนายหน้าผ่านโซเชียลมีเดียของจีน (เช่น
Xiaohongshu) และจ่ายเงินสูงถึง 10,000 ถึง 35,000 หยวน (ประมาณ 50,000–180,000 บาท) ต่อคน ส่วนผู้ที่รับจ้างเข้าสอบแทนจะได้รับค่าจ้างประมาณ 800,000 วอนต่อการสอบหนึ่งครั้ง
โดยคะแนนสอบ TOPIK ที่ได้มาอย่างไม่สุจริตเหล่านี้ ถูกนำไปใช้เป็นใบเบิกทางในการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชื่อดังของเกาหลีใต้ ขอรับทุนการศึกษา ขอวุฒิการศึกษา รวมถึงใช้ยื่นขอวีซ่าและสิทธิ์ในการพำนักอาศัย
จากเหตุการณ์อื้อฉาวที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ประกอบกับจำนวนผู้เข้าสอบ TOPIK ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ทะลุ 500,000 คนในปีที่ผ่านมา เนื่องจากกระแสความนิยมวัฒนธรรมเกาหลีทั่วโลก) ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า
กระทรวงศึกษาธิการเกาหลีใต้ ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการสอบอยู่ในปัจจุบัน อาจไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการรับมือกับการทุจริตที่นับวันยิ่งซับซ้อนขึ้น
สังคมจึงเริ่มเรียกร้องให้มีการจัดตั้ง
"หน่วยงานอิสระเฉพาะทาง" ขึ้นมาเพื่อดูแลการจัดสอบภาษาเกาหลีโดยเฉพาะ ในลักษณะเดียวกับที่ข้อสอบภาษาสากลอื่นๆ เช่น TOEFL หรือ TOEIC มีองค์กรกลางอย่าง ETS คอยควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด
กระทรวงศึกษาธิการเกาหลีใต้ออกมายืนยันว่าจะยกระดับมาตรการป้องกันการโกงให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เช่น การตรวจสอบยืนยันตัวตนที่รัดกุมขึ้น และการเพิ่มการใช้งานเครื่องตรวจจับคลื่นความถี่วิทยุในห้องสอบ
นอกจากนี้ ทางการกำลังประสานงานไปยังสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบและทบทวนสถานะของบุคคลที่ใช้คะแนนสอบจากการทุจริตดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการเพิกถอนวุฒิการศึกษา ทุนการศึกษา หรือสิทธิ์ทางวีซ่าต่อไป
เกร็ด"ธุรกิจโกงสอบ"
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ข่าวระบุว่าคดีล่าสุดเป็นการจับกุมเครือข่ายขนาดใหญ่ แต่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดการทุจริต TOPIK
สาเหตุหลักคือ
จำนวนผู้สอบ TOPIK เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก
คะแนน TOPIK มีผลต่อการเรียน การทำงาน และวีซ่า
ทำให้เกิด "ตลาดซื้อขายคะแนนสอบ" ที่มีผลตอบแทนสูง
ก่อนหน้านี้ก็เคยพบ
การจ้างสอบแทน
การใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์
การปลอมตัวเข้าสอบ
การโกงเป็นเครือข่ายในหลายประเทศ
แต่คดีล่าสุดถือว่าโดดเด่น เพราะตำรวจสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ มากกว่า 110 คน และเปิดเผยว่าเครือข่ายดำเนินการอย่างเป็นระบบ มีรายได้รวมราว 700 ล้านวอน
ทำไมเกาหลีใต้จึงกังวลมาก
เพราะ TOPIK ไม่ได้เป็นเพียง "ข้อสอบภาษา" แต่เป็นเครื่องมือคัดกรองผู้ที่จะ
เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย
รับทุนการศึกษา
ทำงานกับบริษัทเกาหลี
ขอหรือเปลี่ยนประเภทวีซ่า
พำนักระยะยาวในเกาหลีใต้
หากคะแนนสอบสามารถซื้อได้ ความน่าเชื่อถือของระบบทั้งหมดก็จะถูกตั้งคำถาม ทั้งต่อมหาวิทยาลัย นายจ้าง และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ภายหลังคดีใหญ่ครั้งนี้ มีข้อเสนอให้จัดตั้ง หน่วยงานอิสระ มารับผิดชอบการจัดสอบ TOPIK โดยเฉพาะ เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและป้องกันการทุจริตในระยะยาว
ที่มา
koreajoongangdaily
การทุจริตสอบ TOPIK (Test of Proficiency in Korean) ในประเทศเกาหลีใต้
ตำรวจนครบาลโซล (หน่วยสืบสวนอาชญากรรมระหว่างประเทศ) ได้บุกจับกุมผู้เกี่ยวข้องในขบวนการทุจริตสอบวัดระดับความสามารถภาษาเกาหลี (TOPIK) รวมทั้งหมด 113 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน (รวมถึงนักศึกษาต่างชาติ) และนายหน้า
รูปแบบและเทคนิคการโกง
ใช้คนสอบแทน (Proxy Testing) มีการใช้บัตรประชาชนปลอมเพื่อให้ผู้ที่มีความสามารถทางภาษาเกาหลีสูงเข้าไปนั่งสอบแทนผู้สมัครจริง
ใช้อุปกรณ์ไฮเทค มีการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋ว เช่น หูฟังไร้สายขนาดเล็กจิ๋ว เพื่อส่งคำตอบเข้าไปในห้องสอบ
จากเส้นทางการเงิน ลูกค้าที่ต้องการคะแนนสอบจะต้องติดต่อนายหน้าผ่านโซเชียลมีเดียของจีน (เช่น Xiaohongshu) และจ่ายเงินสูงถึง 10,000 ถึง 35,000 หยวน (ประมาณ 50,000–180,000 บาท) ต่อคน ส่วนผู้ที่รับจ้างเข้าสอบแทนจะได้รับค่าจ้างประมาณ 800,000 วอนต่อการสอบหนึ่งครั้ง
โดยคะแนนสอบ TOPIK ที่ได้มาอย่างไม่สุจริตเหล่านี้ ถูกนำไปใช้เป็นใบเบิกทางในการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชื่อดังของเกาหลีใต้ ขอรับทุนการศึกษา ขอวุฒิการศึกษา รวมถึงใช้ยื่นขอวีซ่าและสิทธิ์ในการพำนักอาศัย
จากเหตุการณ์อื้อฉาวที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ประกอบกับจำนวนผู้เข้าสอบ TOPIK ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ทะลุ 500,000 คนในปีที่ผ่านมา เนื่องจากกระแสความนิยมวัฒนธรรมเกาหลีทั่วโลก) ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า กระทรวงศึกษาธิการเกาหลีใต้ ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการสอบอยู่ในปัจจุบัน อาจไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการรับมือกับการทุจริตที่นับวันยิ่งซับซ้อนขึ้น
สังคมจึงเริ่มเรียกร้องให้มีการจัดตั้ง "หน่วยงานอิสระเฉพาะทาง" ขึ้นมาเพื่อดูแลการจัดสอบภาษาเกาหลีโดยเฉพาะ ในลักษณะเดียวกับที่ข้อสอบภาษาสากลอื่นๆ เช่น TOEFL หรือ TOEIC มีองค์กรกลางอย่าง ETS คอยควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด
กระทรวงศึกษาธิการเกาหลีใต้ออกมายืนยันว่าจะยกระดับมาตรการป้องกันการโกงให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เช่น การตรวจสอบยืนยันตัวตนที่รัดกุมขึ้น และการเพิ่มการใช้งานเครื่องตรวจจับคลื่นความถี่วิทยุในห้องสอบ
นอกจากนี้ ทางการกำลังประสานงานไปยังสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบและทบทวนสถานะของบุคคลที่ใช้คะแนนสอบจากการทุจริตดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการเพิกถอนวุฒิการศึกษา ทุนการศึกษา หรือสิทธิ์ทางวีซ่าต่อไป
เกร็ด"ธุรกิจโกงสอบ"
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ที่มา koreajoongangdaily