ราดหน้าเส้นใหญ่หมูหมักคะน้าฮ่องกง เส้นหอมกระทะ น้ำราดข้นกลมกล่อม หมูนุ่มฉ่ำ



ราดหน้าเส้นใหญ่หมูหมักคะน้าฮ่องกงเป็นเมนูที่อร่อยจากความพอดีของทุกองค์ประกอบ เส้นใหญ่ต้องนุ่มแต่ไม่เละ มีขอบเกรียมนิด ๆ และมีกลิ่นหอมกระทะ น้ำราดต้องข้นลื่น ไม่จับตัวเป็นก้อน รสเค็มหวานกลมกล่อม มีความหอมของกระเทียม เต้าเจี้ยว และน้ำมันงาแทรกอยู่เบา ๆ

หมูหมักเป็นส่วนที่ทำให้ราดหน้าจานนี้แตกต่าง เนื้อหมูควรนุ่มเด้งและยังชุ่มฉ่ำเมื่อเคี้ยว ไม่แห้งหรือแข็ง การหมักด้วยไข่ขาว แป้งมัน และน้ำเล็กน้อยจะช่วยเคลือบเนื้อหมูไว้ เมื่อนำลงปรุงในน้ำราดร้อน ๆ เนื้อหมูจะสุกนุ่มและรับรสได้ดี

คะน้าฮ่องกงให้ความหวานกรอบ ก้านอวบ และกลิ่นผักสดที่เข้ากับน้ำราดได้เป็นอย่างดี ควรลวกหรือผัดเพียงช่วงสั้น ๆ เพื่อรักษาสีเขียวและเนื้อสัมผัส เมื่อตักน้ำราดร้อน ๆ ลงบนเส้นที่เพิ่งผัดเสร็จ จะได้ทั้งความหอม ความนุ่ม ความกรอบ และความเข้มข้นอยู่ในคำเดียว

เมนูนี้เหมาะกับมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นที่อยากได้อาหารจานเดียวอิ่มสบาย เสิร์ฟร้อน ๆ พร้อมพริกไทยป่น พริกดองน้ำส้ม หรือน้ำส้มสายชูเล็กน้อยก็ช่วยตัดรสให้สดชื่นขึ้น

จำนวนเสิร์ฟ 4 ที่
เวลาเตรียม 25 นาที
เวลาหมักหมู 30 นาที
เวลาปรุง 25 นาที
เวลารวม 1 ชั่วโมง 20 นาที
ระดับความยาก ปานกลาง

เกร็ดจากครัว

เส้นใหญ่สดมักจับตัวกันเป็นแผ่น หากนำลงกระทะทั้งก้อน เส้นจะขาดและร้อนไม่ทั่ว ควรคลี่เส้นด้วยมืออย่างเบามือก่อนผัด และหลีกเลี่ยงการล้างน้ำ เพราะความชื้นจะทำให้เส้นไม่หอมกระทะ

คะน้าฮ่องกงมีก้านหนากว่าใบ จึงควรแยกก้านและใบออกจากกันก่อนปรุง ก้านต้องใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย ส่วนใบควรใส่ช่วงท้ายเพื่อไม่ให้สีคล้ำและนิ่มเกินไป

น้ำราดที่ดีควรข้นพอเคลือบเส้น แต่ยังไหลได้เมื่อใช้ช้อนตัก หลังใส่แป้งควรปล่อยให้เดือดอย่างน้อยครึ่งนาที เพื่อให้แป้งสุกเต็มที่และไม่มีกลิ่นแป้งดิบ

วัตถุดิบสำหรับหมูหมัก

เนื้อหมูสันนอกหรือสันคอหั่นชิ้นบาง 400 กรัม
ไข่ขาว 1 ฟอง
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำมันงา 1 ช้อนชา
พริกไทยขาวป่น 1/2 ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา
แป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาด 2 ช้อนโต๊ะ

วัตถุดิบสำหรับเส้นและผัก

เส้นใหญ่สด 600 กรัม
คะน้าฮ่องกง 300 กรัม
กระเทียมสับ 20 กรัม
น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วดำหวาน 2 ช้อนชา

วัตถุดิบสำหรับน้ำราด

น้ำซุปหมูหรือน้ำซุปไก่ 1,200 มิลลิลิตร
เต้าเจี้ยวบด 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม 3 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วดำหวาน 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยขาวป่น 1/2 ช้อนชา
แป้งมันสำปะหลัง 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาดสำหรับละลายแป้ง 100 มิลลิลิตร

เครื่องปรุงสำหรับจัดเสิร์ฟ

พริกไทยขาวป่น 1/2 ช้อนชา
พริกชี้ฟ้าแดงซอย 20 กรัม
น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
เกลือ 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมหมูหมัก
ใส่เนื้อหมูลงในชาม เติมไข่ขาว ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาล น้ำมันงา พริกไทยขาว และเบกกิ้งโซดา ใช้มือนวดเบา ๆ จนเครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อ จากนั้นเติมน้ำสะอาดทีละน้อย นวดต่อจนหมูดูดน้ำหมด แล้วใส่แป้งมัน คลุกให้เคลือบทั่ว ปิดชามและพักในตู้เย็น เวลาโดยประมาณ 8 นาทีสำหรับเตรียม และหมัก 30 นาที ไม่ใช้ความร้อน จุดที่ต้องสังเกตคือเนื้อหมูจะชุ่มและมีผิวเงา ไม่ควรมีน้ำขังที่ก้นชาม ข้อควรระวังคืออย่าใส่เบกกิ้งโซดาเกินปริมาณ เพราะจะทำให้เนื้อหมูมีกลิ่นและสัมผัสผิดธรรมชาติ

ขั้นตอนที่ 2 เตรียมคะน้าและเส้นใหญ่
ล้างคะน้าฮ่องกงให้สะอาด แยกก้านออกจากใบ หั่นก้านเฉียงเป็นชิ้นยาวประมาณ 4 เซนติเมตร และหั่นใบเป็นชิ้นพอดีคำ คลี่เส้นใหญ่ออกจากกันอย่างเบามือ ไม่ต้องล้างน้ำ เวลาโดยประมาณ 7 นาที ไม่ใช้ความร้อน จุดที่ต้องสังเกตคือเส้นแยกเป็นแผ่นโดยไม่ขาดมาก คะน้าไม่มีดินติดตามซอกก้าน ข้อควรระวังคือควรสะเด็ดน้ำคะน้าให้แห้งเพื่อลดน้ำมันกระเด็นตอนผัด

ขั้นตอนที่ 3 ทำพริกดองน้ำส้ม
ใส่พริกชี้ฟ้าแดงซอยลงในถ้วย เติมน้ำส้มสายชู น้ำตาล และเกลือ คนจนน้ำตาลกับเกลือละลาย พักไว้ให้รสซึมเข้าเนื้อพริก เวลาโดยประมาณ 3 นาที ไม่ใช้ความร้อน จุดที่ต้องสังเกตคือน้ำปรุงใสและไม่มีเม็ดน้ำตาลตกค้าง ข้อควรระวังคือหลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตาหลังจับพริก และควรล้างมือทันที

ขั้นตอนที่ 4 ผัดเส้นให้หอมกระทะ
ตั้งกระทะใบใหญ่ด้วยไฟแรงจนร้อนจัด ใส่น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยเส้นใหญ่ กระจายเส้นให้สัมผัสผิวกระทะ ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาทีก่อนกลับเส้น เติมซีอิ๊วดำหวาน 2 ช้อนชา แล้วผัดเร็ว ๆ ให้สีเคลือบทั่ว เวลาโดยประมาณ 4 นาที ใช้ไฟแรง จุดที่ต้องสังเกตคือเส้นมีรอยเกรียมบางจุดและมีกลิ่นหอม แต่ยังนุ่มไม่แห้ง ข้อควรระวังคืออย่าคนเส้นตลอดเวลา เพราะเส้นจะขาดและไม่เกิดกลิ่นกระทะ ตักเส้นแบ่งใส่จาน 4 จาน

ขั้นตอนที่ 5 ผัดกระเทียมและเต้าเจี้ยว
ใช้กระทะหรือหม้อใบเดิม ลดเป็นไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชที่เหลือ 1 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยกระเทียมสับ ผัดประมาณ 20 วินาทีจนเริ่มหอม แล้วใส่เต้าเจี้ยวบด ผัดต่อให้กลิ่นดิบของเต้าเจี้ยวลดลง เวลาโดยประมาณ 2 นาที ใช้ไฟกลาง จุดที่ต้องสังเกตคือกระเทียมมีสีเหลืองอ่อนและส่งกลิ่นหอม ข้อควรระวังคืออย่าผัดจนกระเทียมเป็นสีน้ำตาลเข้ม เพราะน้ำราดจะมีรสขม

ขั้นตอนที่ 6 ปรุงฐานน้ำราด
เทน้ำซุปลงในหม้อ คนให้เต้าเจี้ยวกระจายตัว เติมซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำหวาน น้ำตาล และพริกไทยขาว เร่งเป็นไฟกลางค่อนแรง รอให้น้ำซุปเดือด แล้วชิมให้ได้รสเค็มหวานกลมกล่อม เวลาโดยประมาณ 5 นาที ใช้ไฟกลางค่อนแรง จุดที่ต้องสังเกตคือน้ำซุปมีสีน้ำตาลอ่อนและรสเข้มกว่าน้ำแกงเล็กน้อย เพราะเมื่อนำไปราดเส้นรสจะพอดี ข้อควรระวังคือไม่ควรเติมเครื่องปรุงเพิ่มก่อนชิม เนื่องจากเต้าเจี้ยวและน้ำซุปแต่ละชนิดมีความเค็มต่างกัน

ขั้นตอนที่ 7 ทำหมูให้สุกนุ่ม
เมื่อน้ำราดเดือด ลดเป็นไฟกลาง ค่อย ๆ ใส่หมูหมักลงทีละชิ้น ใช้ทัพพีแยกไม่ให้เนื้อเกาะกัน พักให้น้ำกลับมาเดือดอ่อน ๆ แล้วคนเบา ๆ จนหมูเปลี่ยนเป็นสีขาวและสุกทั่ว เวลาโดยประมาณ 5 นาที ใช้ไฟกลาง อุณหภูมิภายในเนื้อหมูควรถึงอย่างน้อย 71 องศาเซลเซียส จุดที่ต้องสังเกตคือเนื้อหมูยังดูอวบและนุ่ม ไม่มีส่วนสีชมพูตรงกลาง ข้อควรระวังคืออย่าต้มเดือดพล่านนานเกินไป เพราะหมูจะแข็งและไข่ขาวอาจแตกเป็นฝอยในน้ำราด

ขั้นตอนที่ 8 ใส่คะน้าฮ่องกง
ใส่ก้านคะน้าลงในน้ำราดก่อน ต้มประมาณ 1 นาที แล้วใส่ใบคะน้าตามลงไป คนให้จมน้ำราดและปรุงต่อเพียงช่วงสั้น ๆ เวลาโดยประมาณ 2 นาที ใช้ไฟกลางค่อนแรง จุดที่ต้องสังเกตคือก้านคะน้ายังคงกรอบและใบมีสีเขียวสด ข้อควรระวังคือไม่ควรต้มคะน้านานจนสีหม่น เพราะจะเสียทั้งความหวานและเนื้อสัมผัส

ขั้นตอนที่ 9 ทำให้น้ำราดข้น
ผสมแป้งมันสำปะหลัง 4 ช้อนโต๊ะกับน้ำสะอาด 100 มิลลิลิตร คนให้ละลายอีกครั้งก่อนใช้ ลดไฟเป็นไฟกลาง ค่อย ๆ เทน้ำแป้งลงในหม้อพร้อมคนเป็นวงอย่างต่อเนื่อง เมื่อน้ำราดเริ่มข้นให้หยุดเทชั่วคราว ตรวจสอบความข้น แล้วเติมส่วนที่เหลือตามต้องการ จากนั้นปล่อยให้เดือดอ่อน ๆ เวลาโดยประมาณ 3 นาที ใช้ไฟกลาง จุดที่ต้องสังเกตคือน้ำราดข้นใส เคลือบทัพพีและยังไหลต่อเนื่อง ข้อควรระวังคือต้องคนตลอดเวลาที่เติมน้ำแป้งเพื่อไม่ให้จับตัวเป็นก้อน และต้องต้มต่ออย่างน้อย 30 วินาทีให้แป้งสุก

ขั้นตอนที่ 10 ราดและจัดเสิร์ฟ
ชิมน้ำราดครั้งสุดท้าย ปิดไฟ แล้วตักหมู คะน้า และน้ำราดร้อน ๆ ลงบนเส้นใหญ่ที่เตรียมไว้ โรยพริกไทยขาวป่นสำหรับจัดเสิร์ฟให้ครบทุกจาน เสิร์ฟพร้อมพริกดองน้ำส้ม เวลาโดยประมาณ 3 นาที ไม่ใช้ไฟหลังปิดเตา จุดที่ต้องสังเกตคือน้ำราดกระจายทั่วเส้น มีหมูและคะน้าในสัดส่วนใกล้เคียงกันทุกจาน ข้อควรระวังคือควรเสิร์ฟทันที เพราะหากพักไว้นานเส้นจะดูดน้ำราดและนิ่มเกินไป

เคล็ดลับจากครัว

เลือกเส้นใหญ่ที่ผลิตใหม่และยังนุ่ม เส้นเก่ามักแห้ง แตกง่าย และมีกลิ่นน้ำมันชัดกว่าปกติ

หั่นหมูขวางแนวเส้นใย เนื้อหมูจะเคี้ยวง่ายและรู้สึกนุ่มกว่าการหั่นตามแนวเส้นใย

กระทะต้องร้อนก่อนใส่เส้น หากกระทะยังไม่ร้อน เส้นจะอมน้ำมัน ติดกระทะ และไม่มีกลิ่นหอม

หมูหมักควรเย็นขณะนำลงปรุง ชั้นแป้งและไข่ขาวจะเกาะเนื้อได้ดี ทำให้หมูสุกนุ่มและไม่สูญเสียน้ำมาก

น้ำแป้งต้องคนใหม่ทุกครั้งก่อนเท เพราะแป้งมันจะตกตะกอนอย่างรวดเร็ว หากเทเฉพาะน้ำด้านบน น้ำราดจะไม่ข้นตามต้องการ

ถ้าน้ำราดข้นเกินไป ให้เติมน้ำซุปร้อนครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะแล้วคนให้เข้ากัน หากบางเกินไป ให้ผสมน้ำกับแป้งมันเพิ่มในอัตราส่วนเท่ากันก่อนเติม ห้ามเทแป้งแห้งลงหม้อโดยตรง

คะน้าฮ่องกงควรปรุงใกล้เวลาเสิร์ฟ สีจะสด ก้านกรอบ และไม่เกิดกลิ่นผักต้มแรงเกินไป

ข้อมูลโภชนาการโดยประมาณต่อ 1 ที่

พลังงานประมาณ 650 กิโลแคลอรี
โปรตีนประมาณ 34 กรัม
ไขมันประมาณ 20 กรัม
คาร์โบไฮเดรตประมาณ 83 กรัม
ใยอาหารประมาณ 4 กรัม
น้ำตาลประมาณ 10 กรัม
โซเดียมประมาณ 1,650 มิลลิกรัม

ค่าดังกล่าวเป็นเพียงค่าประมาณ อาจเปลี่ยนแปลงตามชนิดของเส้นใหญ่ ส่วนของเนื้อหมู ยี่ห้อเครื่องปรุง และปริมาณน้ำราดที่ตักต่อจาน

การจัดเสิร์ฟและการเก็บรักษา

ราดหน้าควรเสิร์ฟทันทีขณะที่น้ำราดยังร้อนและเส้นยังมีกลิ่นกระทะ วางพริกดองน้ำส้ม พริกไทยขาว และซีอิ๊วขาวไว้ข้างโต๊ะเพื่อให้ปรุงเพิ่มตามชอบ เมนูนี้กินเดี่ยว ๆ ก็อิ่ม หรือเสิร์ฟคู่กับเกี๊ยวทอดและชาจีนร้อนก็เข้ากันดี

หากรับประทานไม่หมด ควรแยกเส้นและน้ำราดใส่ภาชนะปิดสนิท เก็บในตู้เย็นได้ไม่เกิน 2 วัน เวลาอุ่นให้อุ่นน้ำราดในหม้อด้วยไฟอ่อน เติมน้ำสะอาดหรือน้ำซุป 1–2 ช้อนโต๊ะเพื่อคลายความข้น ส่วนเส้นใหญ่อุ่นในกระทะหรือไมโครเวฟแยกต่างหาก แล้วจึงราดน้ำร้อน ๆ ก่อนเสิร์ฟ จะช่วยให้เส้นไม่เละและน้ำราดไม่แห้งจนเกินไป

จังหวะที่อร่อยที่สุดคือช่วงที่น้ำราดเพิ่งออกจากเตา ไอร้อนพากลิ่นกระเทียมและเต้าเจี้ยวลอยขึ้นมา เส้นด้านล่างยังหอมกระทะ ส่วนหมูก็นุ่มฉ่ำกำลังดี

ลองเตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนเริ่มผัด เมนูนี้จะทำได้ลื่นไหลมากขึ้น เมื่อคุมไฟและลำดับการใส่วัตถุดิบได้ ราดหน้าจานใหญ่ที่ดูเหมือนทำยากก็กลายเป็นเมนูประจำบ้านที่ทำซ้ำได้ไม่เบื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่