เรือนหลังนั้น : คำมั่นเหนือกาลเวลา ตอนที่ 9

ตอนที่ 9 : คืนเดือนดับ

พระจันทร์ดับสนิท
ท้องฟ้ามืดราวกับผืนผ้ากำมะหยี่สีดำ ไม่มีแม้แต่ดาวสักดวง
เรือนเทวัญทั้งหลังจมอยู่ในความเงียบ
แต่ความเงียบนั้น...กลับไม่น่าอุ่นใจ
ธีรัตน์ยืนอยู่บนชานเรือน มือกำกุญแจทองเหลืองแน่น
แหวน "คำมั่นนิรันดร์" บนนิ้วนางเริ่มอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ
ราวกับกำลังตอบรับบางสิ่งที่มองไม่เห็น
คำปันเดินเข้ามาหา สีหน้าเคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง
"คืนนี้..."
ชายชราพูดช้า ๆ
"ห้ามออกจากเรือนหลังไก่ขัน"
"ต่อให้ได้ยินเสียงใครเรียก..."
"ก็อย่าขานรับ"
ธีรัตน์พยักหน้า
แต่ในใจกลับรู้ดี...
คืนนี้ เขาคงไม่อาจอยู่เฉยได้

เมื่อเข็มนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืน
กัง...
เสียงระฆังวัดดังขึ้นจากที่ไกล ทั้งที่วัดใกล้เรือนถูกปล่อยร้างมานานแล้ว
ทันใดนั้น
ลมพายุพัดโหมเข้าใส่เรือนอย่างรุนแรง
หน้าต่างทุกบานเปิดออกเอง
ประตูไม้เก่าแก่ส่งเสียงลั่น
โคมไฟบนระเบียงสว่างขึ้นทีละดวง
ทั้งที่ไม่มีผู้ใดจุด
แสงสีทองทอดยาวไปทั่วเรือน
แล้ว...
เสียงหัวเราะของผู้คนก็ดังขึ้น
เสียงเด็กวิ่งเล่น
เสียงแม่ครัวตำพริก
เสียงคนรับใช้ยกสำรับอาหาร
เสียงทั้งหมดดังชัดเจน
ราวกับเรือนที่เงียบเหงามานานกว่าร้อยปี
กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ธีรัตน์ผลักประตูออกไป
สิ่งที่เห็นทำให้เขาหยุดหายใจ
เรือนเทวัญ...
ไม่ได้เก่าอีกต่อไป
ไม้ทุกแผ่นใหม่เอี่ยม
โคมไฟนับสิบดวงส่องสว่าง
สวนพิกุลเต็มไปด้วยดอกสีขาว
คนรับใช้เดินขวักไขว่
ทุกคนมีชีวิต
ทุกคนพูดคุยกัน
แต่ไม่มีใครมองเห็นเขา
"หรือว่า..."
"นี่คืออดีต"
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
"ไม่ใช่อดีต"
ธีรัตน์รีบหันกลับ
รำเพยยืนอยู่ตรงนั้น
คืนนี้ นางไม่โปร่งใสเหมือนทุกครั้ง
หากมีเลือดเนื้อ มีลมหายใจ
งดงามราวกับสตรีในวันแต่งงาน
นางสวมผ้าไหมสีงาช้าง ปักดิ้นทองลายดอกพิกุล
ผมดำขลับประดับปิ่นทองรูปนกยูง
ดวงตาที่เคยเศร้ากลับอ่อนโยน
"แล้วนี่คืออะไร"
รำเพยยิ้มบาง
"เป็นคืนที่เวลาเปิดประตู"
"อดีตกับปัจจุบัน..."
"อยู่ร่วมกันเพียงคืนเดียว"

นางพาเขาเดินผ่านโถงเรือน
ทุกคนเดินผ่านเขาไปโดยไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของเขา
แต่เมื่อรำเพยเดินผ่าน
แม่บ้านทุกคนกลับก้มศีรษะให้นาง
แสดงว่า...
รำเพยในคืนนี้
คือรำเพยในอดีต
ไม่ใช่วิญญาณ
"คืนนี้..."
นางพูดเบา ๆ
"ท่านจะได้เห็นทุกอย่าง"
"แต่จำไว้"
นางหยุดเดิน
หันมาสบตาเขา
"อย่าเปลี่ยนแปลงสิ่งใด"
"เพราะหากอดีตเปลี่ยน"
"อนาคตก็จะหายไป"

ทั้งสองมาหยุดที่ห้องหนังสือ
ประตูเปิดอยู่
ภายใน หลวงพิทักษ์กำลังนั่งเขียนจดหมาย
ครั้งแรกที่ธีรัตน์ได้เห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน
ชายหนุ่มวัยราวสามสิบปี
ใบหน้าสงบนิ่ง
ดวงตาเปี่ยมเมตตา
เขาเงยหน้าขึ้น
ก่อนหันไปยิ้มให้รำเพย
"มาพอดี"
"ข้าเขียนเสร็จแล้ว"
รำเพยเดินเข้าไป
รับซองจดหมายจากมือหลวงพิทักษ์
"นี่คืออะไรเจ้าคะ"
"หากวันหนึ่ง..."
หลวงพิทักษ์พูดพลางยิ้ม
"ข้ากลับมาช้า"
"จงเปิดอ่าน"
รำเพยรีบยื่นมือปิดปากเขา
"อย่าพูดเช่นนั้น"
"ท่านต้องกลับมา"
หลวงพิทักษ์หัวเราะเบา ๆ
ก่อนยกมือจับมือของนาง
"ข้าสัญญา"
"ไม่ว่าชาติไหน"
"ข้าจะกลับมาหาเจ้า"
คำพูดนั้นทำให้ธีรัตน์รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบแน่น
ประโยคนี้...
เขาเคยฝัน
เคยได้ยิน
แต่ไม่เคยรู้ว่าใครเป็นผู้พูด

ทันใดนั้น
หลวงพิทักษ์หันมาทางธีรัตน์
สายตาของเขาหยุดนิ่ง
เหมือนมองเห็น
"ออกมาได้แล้ว"
หลวงพิทักษ์กล่าว
ธีรัตน์ตกใจ
"ท่าน..."
"เห็นผมหรือ"
หลวงพิทักษ์ยิ้ม
"ทุกคืนเดือนดับ"
"ผู้สืบสายคำมั่น..."
"ย่อมเดินทางมาถึงที่นี่"
รำเพยเองก็ดูตกใจ
"ท่านมองเห็นเขาหรือ"
"เห็น"
หลวงพิทักษ์ลุกขึ้นยืน
เดินเข้ามาหาธีรัตน์
แม้ทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงก้าวเดียว
แต่กลับเหมือนมีม่านบาง ๆ กั้นอยู่
"เจ้า..."
หลวงพิทักษ์มองหน้าเขาอย่างพินิจ
ก่อนยิ้มอ่อน
"โตขึ้นมาก"
ธีรัตน์ขมวดคิ้ว
"ท่านหมายความว่า"
หลวงพิทักษ์ไม่ตอบ
เพียงถอดแหวนอีกวงหนึ่งจากนิ้ว
เป็นแหวนลายเดียวกับ "คำมั่นนิรันดร์"
แต่สลักอีกด้านว่า
"ผู้พิทักษ์"
"ถึงเวลาแล้ว"
หลวงพิทักษ์กล่าว
"จงรับมันไว้"
เขายื่นมือมา
ขณะเดียวกัน ธีรัตน์ก็ยื่นมือออกไป
ปลายนิ้วของทั้งสองใกล้จะสัมผัสกัน
แต่ทันใดนั้น...
เสียงปืนดังสนั่นมาจากนอกเรือน
ปัง!
เสียงกรีดร้องของคนรับใช้ดังระงม
หลวงพิทักษ์หันไปทางหน้าต่างทันที
สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด"
รำเพยหน้าซีด
"เป็นไปไม่ได้"
"คืนนี้ยังไม่ถึง..."
หลวงพิทักษ์คว้าดาบที่แขวนอยู่บนผนัง
ก่อนหันกลับมามองธีรัตน์
น้ำเสียงหนักแน่น
"ฟังให้ดี"
"คนที่จะฆ่าข้า..."
"ไม่ใช่ศัตรูที่ยืนอยู่ตรงหน้า"
"แต่คือคนที่ข้า..."
เขายังพูดไม่ทันจบ
โลกทั้งใบก็สั่นสะเทือน
พื้นเรือนแตกร้าว
โคมไฟดับพร้อมกันทุกดวง
และเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากทั่วทั้งเรือน
เป็นเสียงเดียวกับเงาดำที่เคยได้ยิน
แต่ครั้งนี้ชัดเจนกว่าเดิม
"ในที่สุด..."
"ประตูก็เปิดแล้ว"
เงาสีดำมหึมาปรากฏเหนือหลังคาเรือน
ใหญ่กว่ามนุษย์หลายเท่า
มันไม่ใช่วิญญาณธรรมดา
แต่เป็นบางสิ่งที่เหมือนเกิดจากความอาฆาตแค้นของผู้คนจำนวนมาก
รำเพยเงยหน้ามอง พลางกระซิบด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น
"เขาตื่นแล้ว..."
ก่อนที่ธีรัตน์จะถามว่า "เขา" คือใคร
ทุกสิ่งรอบตัวก็แตกสลายเป็นเศษแสง
เรือนเทวัญกลับสู่ความมืดและความเงียบของปัจจุบัน
ในมือของธีรัตน์...
ปรากฏแหวนอีกวงหนึ่ง
แหวนที่เมื่อครู่ยังอยู่ในมือของหลวงพิทักษ์
สลักคำว่า
"ผู้พิทักษ์"
และที่ด้านในของแหวน
มีตัวอักษรเล็ก ๆ ซ่อนอยู่
"เลือดเดียวกัน...ย่อมหากันจนพบ"
ธีรัตน์ยืนนิ่งอยู่กลางโถงเรือน
หัวใจเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เพราะเขาเริ่มสงสัยว่า...
เขาอาจไม่ได้เป็นเพียงคนที่ "คล้าย" หลวงพิทักษ์
แต่อาจมีสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่านั้น
ความจริงที่รำเพยเฝ้ารอ
และความลับของเรือนเทวัญ
กำลังค่อย ๆ เปิดเผยทีละชั้น
แต่พร้อมกันนั้น...
บางสิ่งที่หลับใหลมากว่าหนึ่งศตวรรษ
ก็กำลังตื่นขึ้นเช่นกัน


ภาพประกอบแหวน ของหลวงพิทักษ์

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่