.
ยิ่งชีพ ปิ๊งไอเดีย จัดกิจกรรมพบพยานฮั้ว ส.ว. ชี้จุดทำโพย นัดคุยอดีตผู้สมัคร ได้โอกาสเก็บข้อมูลเพิ่ม หากโดนฟ้อง ตจว. พร้อมชวนเข้าชื่อแก้ รธน.
.
จากกรณีนาย
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยื่นหลักฐานคดีฮั้วเลือก ส.ว. ให้นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เพื่อขอให้ใช้อำนาจหน้าที่ในการสอบสวนบุคคลในฝ่ายรัฐบาล 9 ราย โดยระบุชื่อนาย
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รวมทั้งรัฐมนตรีใน ครม.ด้วย ต่อมา นาย
ยิ่งชีพโพสต์โพสต์ขอให้ทบทวนไม่ฟ้องหมิ่น หรือไม่ฟ้องในพื้นที่ห่างไกล หรือหากฟ้องจริงให้รวมกันเป็นเรื่องเดียว ไม่แยกฟ้อง กระทั่งนาย
อนุทินกล่าวยืนยันเดินหน้าดำเนินคดีเต็มที่นั้น
.
ช่วงดึกวันที่ 23 กรกฎาคม นาย
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์ทางเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงแนวทางที่ได้คุยกับภรรยา หากมีการดำเนินคดีในหลายพื้นที่จริง
.
นาย
ยิ่งชีพระบุว่า
.
ระหว่างที่กำลังเริ่มคิดว่า ถ้าจะมีคนฟ้องผมโดยการกลั่นแกล้งให้ต้องเดินทางไปยังจังหวัดห่างไกลเพื่อไปรับทราบข้อหา และต่อสู้คดี ผมจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเดินทาง และจะต้องจัดการชีวิตในจังหวัดที่ไม่คุ้นเคยนั้นอย่างไร
.
ภรรยาของผมก็ได้เสนอว่า งั้นก็ไปจัดกิจกรรมที่จังหวัดนั้นๆ เลย …
.
เอาจริงมันก็ขี้เกียจครับ ทุกวันนี้งานเยอะอยู่แล้ว แต่ก็ใช่นะครับ ถ้านั่งเครื่องบินคนเดียวไปรับทราบข้อกล่าวหาตัวเปล่ามันจะเหงาอ่ะครับ ถ้าไหนๆ จะต้องเดินทางไปจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับการโกงเลือก ส.ว.แล้ว ก็คงต้องไปให้มันคุ้มค่าสักหน่อย
.
1. ก็จะขอถือโอกาสไปนัดหมายพบปะอดีตผู้สมัครในจังหวัดนั้นๆ ถือโอกาสไปลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติมด้วยเลย ใครที่พอรู้อะไรบ้างก็จะได้เจอหน้ากันเป็นๆ สักทีหลังโทรศัพท์คุยกันมานาน
.
2. ก็จะขอถือโอกาสเชิญพยานในจังหวัดต่างๆ ไปยังสถานที่จริงด้วย ไปยังโรงแรมที่จัดประชุม แล้วก็ไปแถลงข่าวตรงนั้น ไปชี้จุดเกิดเหตุกัน จุดที่ทำโพย จุดที่นัดพบ จุดที่ส่งเงิน แล้วก็ทำสารคดี จำลองสถานการณ์จริงกัน ประชาชนจะได้เห็นภาพชัดขึ้นอีก เชิญใครที่อยากถ่ายให้ตามไปด้วยกัน
.
3. ก็จะขอถือโอกาสไปลงพื้นที่ทำงานรณรงค์ด้วยเลยครับ เราต้องการรวบรวมรายชื่อของผู้คนที่เห็นด้วยกับการมี ส.ส.ร.จากการเลือกตั้ง 100% ก็ไปเดินรณรงค์ จัดเวที แล้วก็ชวนคนมาลงชื่อกัน ก็น่าจะสนุกดี
.
ใครพร้อมจะไปด้วยกันบ้างครับ ไปเที่ยวชมจังหวัดต่างๆ ที่ชีวิตนี้ไม่ค่อยได้ไป และที่ผ่านมาไม่เคยคิดจะไป ถ้าไปกันเป็นขบวนแบบนี้นั่งรถไปด้วยกัน หารค่าน้ำมันกันมันก็จะไม่แพง แล้วก็ไม่เบื่อ เสียเวลามากขึ้นแต่ได้งานเพิ่มขึ้นบานเลย ก็จะไม่ต้องไปเสียเวลากับการประชุมที่สภา และไม่ต้องไปเสียเวลากับงานเสวนาที่ธรรมศาสตร์ เปลี่ยนกลิ่นวางแผนใหม่ ให้เป็นการไปทำงานลงพื้นที่เสียเลย จากที่ไม่ค่อยได้ลงพื้นที่ก็ต้องไปเก็บเวล ติดอาวุธเพิ่มขึ้นสักหน่อย
.
พอคิดใหม่ตามที่ภรรยาบอก ก็เริ่มจะสนุกขึ้นมาแล้ว
.
มีภรรยาดีก็แบบนี้แหละครับ หวังว่าต้นสังกัดภรรยาจะปล่อยให้ยืมตัวไปเก็บข้อมูล ไปทำงานรณรงค์ตามจังหวัดต่างๆ ด้วยกันบ้าง ถ้าจำเป็น
.
https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/27974372318833395
.
.
กมธ.กฎหมาย ลุยสางคดี ‘น้องเมย’ ดับปริศนา9 ปี ไม่คืบ ‘โรม’ ยันไร้ตั้งธง มุ่งคืนความเป็นธรรม
https://www.matichon.co.th/politics/news_5818505
.
‘กมธ.กฎหมาย’ ลุยสางปม ‘น้องเมย’ เสียชีวิตปริศนา 9 ปีแต่คดีไม่คืบ-ไร้คนรับผิดชอบ ด้าน ‘โรม’ ย้ำไม่ได้ตั้งธงสอบ แต่หวังเห็นความเป็นธรรมทุกฝ่าย
.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นาย
รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุม กมธ.เพื่อการพิจารณาคดีนาย
ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารเสียชีวิตปริศนาเมื่อปี 2560 ว่า ช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมในเรื่องนี้ ซึ่งทาง กมธ.ได้มีการเชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บังกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพญาไท ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านนา ผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้ากรมพระธรรมนูญ พันเอกนรุตม์ ทองสอน และบิดามารดาของผู้เสียชีวิต
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า วันนี้เป็นการประชุมนัดแรกและคาดหวังว่าการประชุมวันนี้จะนำไปสู่การคลี่คลายคดีได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นมหากาพย์ในการคลี่คลายคดีเป็นอย่างมาก และเป็นเวลากว่า 8-9 ปี ที่ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตรอคอยความยุติธรรม และคดีนี้ต้องสืบหาสาเหตุการเสียชีวิต ต้องมีคนรับผิดชอบ ต้องมีการเอาผิดกับผู้กระทำความผิดอย่างแน่นอน ซึ่งนี่เป็นสาเหตุว่าในคดีที่มีการทำร้ายร่างกาย และมีนายตำรวจที่มีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้ แม้จะถูกศาลทหารสูงสุดตัดสินให้มีโทษจำคุกและรอลงอาญา แต่ในปัจจุบันยังรับราชการ และยังใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวอีกว่า โดยคดีนี้เกี่ยวข้องกับการทำให้ถึงแก่ความตาย ทราบมาว่าอัยการศาลทหารสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งทางครอบครัวของผู้เสียชีวิต และ กมธ.ยังไม่ทราบถึงสาเหตุของการสั่งไม่ฟ้อง ฉะนั้น วันนี้จะได้สอบถามจากฝั่งกรมพระธรรมนูญถึงสาเหตุการสั่งไม่ฟ้องในคดีนี้ ส่วนกรณีคดีที่อวัยวะบางส่วนได้หายไปหลังจากการชันสูตรพลิกศพนี้ ซึ่งดคีนี้อยู่ในความดูแลของทาง สน.พญาไท ผ่านมาแล้ว 6 ปี แต่ยังไม่มีความคืบหน้า
.
“
คดีน้องเมยไม่ได้เป็นคดีโนเนม แต่เป็นคดีที่หลายฝ่ายให้ความสำคัญและจับตามองถึงสาเหตุของการเสียชีวิต แต่ในขณะที่สังคมให้ความสำคัญขนาดนี้ แต่กระบวนการยุติธรรมไม่มีความคืบหน้า ขอถามลึกๆว่า หากเราเป็นพ่อ แม่ หรือคนในครอบครัวของผู้เสียชีวิต เรารู้ว่าจะได้รับความยุติธรรมจริงหรือ” นาย
รังสิมันต์ กล่าว
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น ในฐานะทำหน้าที่ กมธ.การกฎหมายฯ เราจำเป็นที่จะต้องสะสางเรื่องนี้ จึงเป็นสาเหตุของการนำเรื่องนี้มาพิจารณาและถือว่าเป็นเรื่องด่วน ในการพิจารณาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายให้ได้ ซึ่งเราไม่ได้ตั้งธงว่าจะต้องเอาผิดใครบางคน แต่ทั้งหมดต้องว่าด้วยเหตุและผลตามพยานหลักฐานที่มี จะเพียงพอในการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ รวมถึงต้องตรวจสอบในเรื่องของอายุความด้วย บางเรื่องที่ศาลได้มีการตัดสินไปแล้วเราก็ไม่อาจก้าวร่วง แต่คดีอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ในกระบวนการของศาล ทาง กมธ.จะได้มีการสืบหาข้อมูลความจริงกันต่อไป
.
.
โรม ย้อนกลับภราดร ดูถูกภาคปชช.เกินไป เอาคดีภาวุธ ไปป้ายสียิ่งชีพ มีเบื้องหลัง แฉคดีฮั้วสว.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5818502
.
คดีฮั้วสว. – ‘โรม’ ย้อน ‘ภราดร’ อย่ากลัวถูกตรวจสอบ เหน็บแรงบอกยิ่งออกมาดิ้นยิ่งไม่มีประโยชน์ ถาม ใช้อำนาจรัฐแบบนี้เหมาะสมหรือ
.
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นาย
รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นาย
ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มองว่า นาย
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ตกเป็นเหยื่อฝ่ายการเมือง และหวังกลบเรื่อง นาย
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. ที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แจ้งข้อกล่าวหาในคดี Forex ว่า ขอฝากไปถึงนายภราดรว่า อย่าคิดว่าทุกคนจะเป็นเหมือนตัวเอง เอาตรงๆ ตนคิดว่าเราอย่าไปดูถูกกันเลย การที่ภาคประชาสังคมจะตื่นตัวเรื่องนี้ เอาเรื่องต่างๆ มาร้องเรียนกับกรรมาธิการเรื่องปกติและเป็นเรื่องที่ธรรมดา
.
“
สิ่งสำคัญคือวันนี้ท่านเป็นรัฐบาล ท่านต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบและใจกว้างในเรื่องเหล่านี้ การที่ท่านยิ่งดิ้นออกมา การที่พยายามออกมาพูดว่าเป็นเรื่องที่สมทบกันกับฝ่ายการเมือง ฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลัง ฝ่ายการเมืองต้องการกลบเรื่องคุณภาวุธต่างๆ ผมคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไร เรื่องคุณภาวุธหากท่านมีพยานหลักฐานอะไร ก็ขอให้ดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน อย่างไรอำนาจรัฐก็อยู่ในมือท่านอยู่แล้ว” นาย
รังสิมันต์ กล่าว
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า แต่ในเรื่องของการฮั้ว สว.หรืออะไรก็แล้วแต่ ท่านอย่าหนีการตรวจสอบ การที่ภาคประชาสังคมจะตรวจสอบเขาก็มีสิทธิ์ในการที่จะตรวจสอบ ท่านอาจจะบอกว่าท่านมีสิทธิ์ในการที่จะฟ้อง แต่อยากถามกลับว่าท่านในฐานะที่อยู่ในอำนาจรัฐและรัฐบาลนั้น ท่านใช้อำนาจเช่นนี้ เหมาะสมหรือไม่ในเมื่อเป็นบุคคลสาธารณะก็ควรที่จะเปิดให้มีการตรวจสอบได้ ท่านสามารถชี้แจงและสามารถแสวงหาพยานหลักฐานมาชี้แจงได้อยู่แล้วว่าท่านเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องอย่างไร อย่ากลัวที่จะถูกตรวจสอบ
.
.
โรม จี้ ตร.สอบปมสลายม็อบน้ำกก ซัดใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ ชี้แค่เจรจาไม่พอ ต้องใช้กลไกความมั่นคงด้วย
https://www.matichon.co.th/politics/news_5818582
.
‘โรม’ จี้ ตร.สอบปมสลายม็อบน้ำกก ซัดใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ ชี้ วิกฤตสารพิษในแม่น้ำไม่ใช่แค่การพูดคุยต่างประเทศ แต่ต้องใช้กลไกความมั่นคงบูรณาการร่วมกัน
.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นาย
รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนาย
ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน แถลงถึงผลการประชุมการพิจารณากรณีการสลายการชุมนุม ที่จ.เชียงใหม่ เพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก และแม่น้ำสาขา ที่มีต้นเหตุมาจากการทำเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน
.
โดยนาย
ภัทรพงษ์ กล่าวว่า ตามที่ภาคประชาชนได้ไปชุมนุมยื่นหนังสือต่อสถานกงสุลจีน เพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาน้ำกกที่ได้รับผลกระทบปนเปื้อสารอันตรายจากการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการชุมนุมผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุม กีดขวางทางเข้าออกสถานที่ จึงมีการใช้กำลังสลายการชุมนุม จนทำให้มีผู้ชุมนุมแขนหัก ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น
.
ด้านนาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า การสลายการชุมนุม พบข้อเท็จจริงหลายประการที่มีปัญหาในเรื่องความชอบด้วยกฎหมาย อาทิ สกัดกั้นผู้ชุมนุมไม่ให้เดินทางไปสถานทูตจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ประเมินสถานการณ์ที่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง และผู้ชุมนุมก็ไม่ได้มีพฤติกรรมที่จะฝ่าฝืน เข้าไปบริเวณที่อยู่ในรั้วกั้นที่ตั้งอยู่หน้าบริเวณสถานทูตจีน การสกัดการผู้ชุมนุมอาจจะเป็นการใช้อำนาจเกินกว่ากฎหมายที่ให้อำนาจไว้หรือไม่ และในวันดังกล่าวสถานทูตจีนปิดทำการ อาจจะมีเจ้าหน้าที่บ้าง แต่เสียงของกลุ่มผู้ชุมนุมคงจะไปตีความว่าไปรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่ได้
.
“
ถือว่าเป็นการตีความเกินกว่าเหตุ และการแจ้งให้หยุดชุมนุมโดยไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ได้สอดคล้องต่อกฎหมาย และรัฐธรรมนูญที่ต้องการปกป้องสิทธิของผู้ชุมนุมให้สามารถชุมนุมได้ ไม่ใช่การชุมนุมเป็นตามดุลพินิจของตำรวจเท่านั้น กรรมาธิการจึงมองว่าการปฏิบัติการของตำรวจไม่ได้เป็นเป็นไปตามหลักกฏหมาย จึงแจ้งให้มีการแก้ไขและดำเนินการให้มีมาตรฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าไม่ได้มีการซักซ้อมหรือความเข้าใจในเรื่องนี้มาก่อน” นาย
รังสิมันต์ กล่าว
JJNY : ยิ่งชีพปิ๊งไอเดีย│กมธ.กม.ลุยสางคดีน้องเมย│โรมย้อนภราดรดูถูกปชช.│โรมจี้ตร.สอบปมสลายม็อบน้ำกก│30 จว.มีฝนหนักบางแห่ง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5819341
.
ยิ่งชีพ ปิ๊งไอเดีย จัดกิจกรรมพบพยานฮั้ว ส.ว. ชี้จุดทำโพย นัดคุยอดีตผู้สมัคร ได้โอกาสเก็บข้อมูลเพิ่ม หากโดนฟ้อง ตจว. พร้อมชวนเข้าชื่อแก้ รธน.
.
จากกรณีนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยื่นหลักฐานคดีฮั้วเลือก ส.ว. ให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เพื่อขอให้ใช้อำนาจหน้าที่ในการสอบสวนบุคคลในฝ่ายรัฐบาล 9 ราย โดยระบุชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รวมทั้งรัฐมนตรีใน ครม.ด้วย ต่อมา นายยิ่งชีพโพสต์โพสต์ขอให้ทบทวนไม่ฟ้องหมิ่น หรือไม่ฟ้องในพื้นที่ห่างไกล หรือหากฟ้องจริงให้รวมกันเป็นเรื่องเดียว ไม่แยกฟ้อง กระทั่งนายอนุทินกล่าวยืนยันเดินหน้าดำเนินคดีเต็มที่นั้น
.
ช่วงดึกวันที่ 23 กรกฎาคม นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์ทางเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงแนวทางที่ได้คุยกับภรรยา หากมีการดำเนินคดีในหลายพื้นที่จริง
.
นายยิ่งชีพระบุว่า
.
ระหว่างที่กำลังเริ่มคิดว่า ถ้าจะมีคนฟ้องผมโดยการกลั่นแกล้งให้ต้องเดินทางไปยังจังหวัดห่างไกลเพื่อไปรับทราบข้อหา และต่อสู้คดี ผมจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเดินทาง และจะต้องจัดการชีวิตในจังหวัดที่ไม่คุ้นเคยนั้นอย่างไร
.
ภรรยาของผมก็ได้เสนอว่า งั้นก็ไปจัดกิจกรรมที่จังหวัดนั้นๆ เลย …
.
เอาจริงมันก็ขี้เกียจครับ ทุกวันนี้งานเยอะอยู่แล้ว แต่ก็ใช่นะครับ ถ้านั่งเครื่องบินคนเดียวไปรับทราบข้อกล่าวหาตัวเปล่ามันจะเหงาอ่ะครับ ถ้าไหนๆ จะต้องเดินทางไปจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับการโกงเลือก ส.ว.แล้ว ก็คงต้องไปให้มันคุ้มค่าสักหน่อย
.
1. ก็จะขอถือโอกาสไปนัดหมายพบปะอดีตผู้สมัครในจังหวัดนั้นๆ ถือโอกาสไปลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติมด้วยเลย ใครที่พอรู้อะไรบ้างก็จะได้เจอหน้ากันเป็นๆ สักทีหลังโทรศัพท์คุยกันมานาน
.
2. ก็จะขอถือโอกาสเชิญพยานในจังหวัดต่างๆ ไปยังสถานที่จริงด้วย ไปยังโรงแรมที่จัดประชุม แล้วก็ไปแถลงข่าวตรงนั้น ไปชี้จุดเกิดเหตุกัน จุดที่ทำโพย จุดที่นัดพบ จุดที่ส่งเงิน แล้วก็ทำสารคดี จำลองสถานการณ์จริงกัน ประชาชนจะได้เห็นภาพชัดขึ้นอีก เชิญใครที่อยากถ่ายให้ตามไปด้วยกัน
.
3. ก็จะขอถือโอกาสไปลงพื้นที่ทำงานรณรงค์ด้วยเลยครับ เราต้องการรวบรวมรายชื่อของผู้คนที่เห็นด้วยกับการมี ส.ส.ร.จากการเลือกตั้ง 100% ก็ไปเดินรณรงค์ จัดเวที แล้วก็ชวนคนมาลงชื่อกัน ก็น่าจะสนุกดี
.
ใครพร้อมจะไปด้วยกันบ้างครับ ไปเที่ยวชมจังหวัดต่างๆ ที่ชีวิตนี้ไม่ค่อยได้ไป และที่ผ่านมาไม่เคยคิดจะไป ถ้าไปกันเป็นขบวนแบบนี้นั่งรถไปด้วยกัน หารค่าน้ำมันกันมันก็จะไม่แพง แล้วก็ไม่เบื่อ เสียเวลามากขึ้นแต่ได้งานเพิ่มขึ้นบานเลย ก็จะไม่ต้องไปเสียเวลากับการประชุมที่สภา และไม่ต้องไปเสียเวลากับงานเสวนาที่ธรรมศาสตร์ เปลี่ยนกลิ่นวางแผนใหม่ ให้เป็นการไปทำงานลงพื้นที่เสียเลย จากที่ไม่ค่อยได้ลงพื้นที่ก็ต้องไปเก็บเวล ติดอาวุธเพิ่มขึ้นสักหน่อย
.
พอคิดใหม่ตามที่ภรรยาบอก ก็เริ่มจะสนุกขึ้นมาแล้ว
.
มีภรรยาดีก็แบบนี้แหละครับ หวังว่าต้นสังกัดภรรยาจะปล่อยให้ยืมตัวไปเก็บข้อมูล ไปทำงานรณรงค์ตามจังหวัดต่างๆ ด้วยกันบ้าง ถ้าจำเป็น
.
https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/27974372318833395
.
.
กมธ.กฎหมาย ลุยสางคดี ‘น้องเมย’ ดับปริศนา9 ปี ไม่คืบ ‘โรม’ ยันไร้ตั้งธง มุ่งคืนความเป็นธรรม
https://www.matichon.co.th/politics/news_5818505
.
‘กมธ.กฎหมาย’ ลุยสางปม ‘น้องเมย’ เสียชีวิตปริศนา 9 ปีแต่คดีไม่คืบ-ไร้คนรับผิดชอบ ด้าน ‘โรม’ ย้ำไม่ได้ตั้งธงสอบ แต่หวังเห็นความเป็นธรรมทุกฝ่าย
.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นาย รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุม กมธ.เพื่อการพิจารณาคดีนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารเสียชีวิตปริศนาเมื่อปี 2560 ว่า ช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมในเรื่องนี้ ซึ่งทาง กมธ.ได้มีการเชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บังกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพญาไท ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านนา ผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้ากรมพระธรรมนูญ พันเอกนรุตม์ ทองสอน และบิดามารดาของผู้เสียชีวิต
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า วันนี้เป็นการประชุมนัดแรกและคาดหวังว่าการประชุมวันนี้จะนำไปสู่การคลี่คลายคดีได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นมหากาพย์ในการคลี่คลายคดีเป็นอย่างมาก และเป็นเวลากว่า 8-9 ปี ที่ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตรอคอยความยุติธรรม และคดีนี้ต้องสืบหาสาเหตุการเสียชีวิต ต้องมีคนรับผิดชอบ ต้องมีการเอาผิดกับผู้กระทำความผิดอย่างแน่นอน ซึ่งนี่เป็นสาเหตุว่าในคดีที่มีการทำร้ายร่างกาย และมีนายตำรวจที่มีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้ แม้จะถูกศาลทหารสูงสุดตัดสินให้มีโทษจำคุกและรอลงอาญา แต่ในปัจจุบันยังรับราชการ และยังใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
.
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า โดยคดีนี้เกี่ยวข้องกับการทำให้ถึงแก่ความตาย ทราบมาว่าอัยการศาลทหารสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งทางครอบครัวของผู้เสียชีวิต และ กมธ.ยังไม่ทราบถึงสาเหตุของการสั่งไม่ฟ้อง ฉะนั้น วันนี้จะได้สอบถามจากฝั่งกรมพระธรรมนูญถึงสาเหตุการสั่งไม่ฟ้องในคดีนี้ ส่วนกรณีคดีที่อวัยวะบางส่วนได้หายไปหลังจากการชันสูตรพลิกศพนี้ ซึ่งดคีนี้อยู่ในความดูแลของทาง สน.พญาไท ผ่านมาแล้ว 6 ปี แต่ยังไม่มีความคืบหน้า
.
“คดีน้องเมยไม่ได้เป็นคดีโนเนม แต่เป็นคดีที่หลายฝ่ายให้ความสำคัญและจับตามองถึงสาเหตุของการเสียชีวิต แต่ในขณะที่สังคมให้ความสำคัญขนาดนี้ แต่กระบวนการยุติธรรมไม่มีความคืบหน้า ขอถามลึกๆว่า หากเราเป็นพ่อ แม่ หรือคนในครอบครัวของผู้เสียชีวิต เรารู้ว่าจะได้รับความยุติธรรมจริงหรือ” นายรังสิมันต์ กล่าว
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น ในฐานะทำหน้าที่ กมธ.การกฎหมายฯ เราจำเป็นที่จะต้องสะสางเรื่องนี้ จึงเป็นสาเหตุของการนำเรื่องนี้มาพิจารณาและถือว่าเป็นเรื่องด่วน ในการพิจารณาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายให้ได้ ซึ่งเราไม่ได้ตั้งธงว่าจะต้องเอาผิดใครบางคน แต่ทั้งหมดต้องว่าด้วยเหตุและผลตามพยานหลักฐานที่มี จะเพียงพอในการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ รวมถึงต้องตรวจสอบในเรื่องของอายุความด้วย บางเรื่องที่ศาลได้มีการตัดสินไปแล้วเราก็ไม่อาจก้าวร่วง แต่คดีอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ในกระบวนการของศาล ทาง กมธ.จะได้มีการสืบหาข้อมูลความจริงกันต่อไป
.
.
โรม ย้อนกลับภราดร ดูถูกภาคปชช.เกินไป เอาคดีภาวุธ ไปป้ายสียิ่งชีพ มีเบื้องหลัง แฉคดีฮั้วสว.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5818502
.
คดีฮั้วสว. – ‘โรม’ ย้อน ‘ภราดร’ อย่ากลัวถูกตรวจสอบ เหน็บแรงบอกยิ่งออกมาดิ้นยิ่งไม่มีประโยชน์ ถาม ใช้อำนาจรัฐแบบนี้เหมาะสมหรือ
.
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มองว่า นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ตกเป็นเหยื่อฝ่ายการเมือง และหวังกลบเรื่อง นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. ที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แจ้งข้อกล่าวหาในคดี Forex ว่า ขอฝากไปถึงนายภราดรว่า อย่าคิดว่าทุกคนจะเป็นเหมือนตัวเอง เอาตรงๆ ตนคิดว่าเราอย่าไปดูถูกกันเลย การที่ภาคประชาสังคมจะตื่นตัวเรื่องนี้ เอาเรื่องต่างๆ มาร้องเรียนกับกรรมาธิการเรื่องปกติและเป็นเรื่องที่ธรรมดา
.
“สิ่งสำคัญคือวันนี้ท่านเป็นรัฐบาล ท่านต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบและใจกว้างในเรื่องเหล่านี้ การที่ท่านยิ่งดิ้นออกมา การที่พยายามออกมาพูดว่าเป็นเรื่องที่สมทบกันกับฝ่ายการเมือง ฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลัง ฝ่ายการเมืองต้องการกลบเรื่องคุณภาวุธต่างๆ ผมคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไร เรื่องคุณภาวุธหากท่านมีพยานหลักฐานอะไร ก็ขอให้ดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน อย่างไรอำนาจรัฐก็อยู่ในมือท่านอยู่แล้ว” นายรังสิมันต์ กล่าว
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า แต่ในเรื่องของการฮั้ว สว.หรืออะไรก็แล้วแต่ ท่านอย่าหนีการตรวจสอบ การที่ภาคประชาสังคมจะตรวจสอบเขาก็มีสิทธิ์ในการที่จะตรวจสอบ ท่านอาจจะบอกว่าท่านมีสิทธิ์ในการที่จะฟ้อง แต่อยากถามกลับว่าท่านในฐานะที่อยู่ในอำนาจรัฐและรัฐบาลนั้น ท่านใช้อำนาจเช่นนี้ เหมาะสมหรือไม่ในเมื่อเป็นบุคคลสาธารณะก็ควรที่จะเปิดให้มีการตรวจสอบได้ ท่านสามารถชี้แจงและสามารถแสวงหาพยานหลักฐานมาชี้แจงได้อยู่แล้วว่าท่านเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องอย่างไร อย่ากลัวที่จะถูกตรวจสอบ
.
.
โรม จี้ ตร.สอบปมสลายม็อบน้ำกก ซัดใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ ชี้แค่เจรจาไม่พอ ต้องใช้กลไกความมั่นคงด้วย
https://www.matichon.co.th/politics/news_5818582
.
‘โรม’ จี้ ตร.สอบปมสลายม็อบน้ำกก ซัดใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ ชี้ วิกฤตสารพิษในแม่น้ำไม่ใช่แค่การพูดคุยต่างประเทศ แต่ต้องใช้กลไกความมั่นคงบูรณาการร่วมกัน
.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน แถลงถึงผลการประชุมการพิจารณากรณีการสลายการชุมนุม ที่จ.เชียงใหม่ เพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก และแม่น้ำสาขา ที่มีต้นเหตุมาจากการทำเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน
.
โดยนายภัทรพงษ์ กล่าวว่า ตามที่ภาคประชาชนได้ไปชุมนุมยื่นหนังสือต่อสถานกงสุลจีน เพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาน้ำกกที่ได้รับผลกระทบปนเปื้อสารอันตรายจากการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการชุมนุมผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุม กีดขวางทางเข้าออกสถานที่ จึงมีการใช้กำลังสลายการชุมนุม จนทำให้มีผู้ชุมนุมแขนหัก ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น
.
ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวว่า การสลายการชุมนุม พบข้อเท็จจริงหลายประการที่มีปัญหาในเรื่องความชอบด้วยกฎหมาย อาทิ สกัดกั้นผู้ชุมนุมไม่ให้เดินทางไปสถานทูตจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ประเมินสถานการณ์ที่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง และผู้ชุมนุมก็ไม่ได้มีพฤติกรรมที่จะฝ่าฝืน เข้าไปบริเวณที่อยู่ในรั้วกั้นที่ตั้งอยู่หน้าบริเวณสถานทูตจีน การสกัดการผู้ชุมนุมอาจจะเป็นการใช้อำนาจเกินกว่ากฎหมายที่ให้อำนาจไว้หรือไม่ และในวันดังกล่าวสถานทูตจีนปิดทำการ อาจจะมีเจ้าหน้าที่บ้าง แต่เสียงของกลุ่มผู้ชุมนุมคงจะไปตีความว่าไปรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่ได้
.
“ถือว่าเป็นการตีความเกินกว่าเหตุ และการแจ้งให้หยุดชุมนุมโดยไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ได้สอดคล้องต่อกฎหมาย และรัฐธรรมนูญที่ต้องการปกป้องสิทธิของผู้ชุมนุมให้สามารถชุมนุมได้ ไม่ใช่การชุมนุมเป็นตามดุลพินิจของตำรวจเท่านั้น กรรมาธิการจึงมองว่าการปฏิบัติการของตำรวจไม่ได้เป็นเป็นไปตามหลักกฏหมาย จึงแจ้งให้มีการแก้ไขและดำเนินการให้มีมาตรฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าไม่ได้มีการซักซ้อมหรือความเข้าใจในเรื่องนี้มาก่อน” นายรังสิมันต์ กล่าว