ถ้าดูจากหลักการธาตุในโหราศาสตร์ ยุคนี้คือฮวงจุ้ยยุค 9 ธาตุไฟ ประเทศที่เป็นธาตุไฟจากโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงกว่าชาติอื่นเพราะมีพลังธรรมชาติเกื้อหนุนเป็นพิเศษ ซึ่งสเปนก็เป็นหนึ่งในนั้น เป็นชาติที่เป็นธาตุไฟ สามารถทำผลงานได้ดี แต่ก็ต้องผสมผสานกับตัวผู้เล่นที่ดี และการวางแผนที่ดีด้วย ต้องครบองค์ประกอบจึงจะประสบความสำเร็จได้ยาวนานสม่ำเสมอ
ถ้ามีประเทศอื่นที่มีการวางแผนมาดี ตัวผู้เล่นดีเท่าสเปน ก็ยังแพ้พลังโชคชะตาของสเปนในยุค 9 อยู่ดี จากข้อมูลนี้ สเปนจะเป็นทีม top ของโลกไปอีก 17 ปี
*ฮวงจุ้ยยุค 9 (พ.ศ. 2567-2586) มี "ธาตุไฟ" เป็นพลังงานหลัก ซึ่งทีมชาติสเปนมีความโดดเด่นและเป็นสัญลักษณ์ของธาตุไฟจากสีเสื้อประจำทีม (สีแดง) และสไตล์การเล่นที่ดุดัน ส่งผลให้สเปนเป็นทีมเต็งระดับหัวแถวที่มีความมุ่งมั่นและได้เปรียบในเชิงพลังงานอย่างเต็มที่
อิทธิพลของธาตุไฟจะส่งผลในรูปแบบต่างๆ ดังนี้:
-ความโดดเด่นของทัพกระทิงดุ: สีแดงของสเปนสอดคล้องกับธาตุไฟตาม ฮวงจุ้ยยุค 9 (2024-2043) อย่างสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้ทีมมีความฮึกเหิม มีความคิดสร้างสรรค์ และมีพลังขับเคลื่อนสูงในการแข่งขันระดับโลก
-จุดอ่อนที่ต้องระวัง: พลังงานของธาตุไฟที่รุนแรงเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะอารมณ์ร้อน การตัดสินใจที่หุนหันพลันแล่น หรือขาดความเยือกเย็นในจังหวะสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้จัดการทีมต้องควบคุมให้สมดุล
-การปะทะกับทีมธาตุน้ำ: หากต้องเจอกับทีมคู่แข่งที่โดดเด่นด้วย "ธาตุน้ำ" (เช่น ทีมชาติอาร์เจนตินา) จะเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างพลังงานทั้งสองขั้ว ซึ่งผลการแข่งขันจะตัดสินกันที่ความนิ่งและการวางแผนอย่างเป็นระบบเป็นหลัก
แต่ทุกวันนี้ อาร์เจนตินาก็ไม่ค่อยเล่นแบบธาตุน้ำแล้ว
*ยุคต่อบอลดีที่สุด: ยุค 2014 และ 2022 ที่มีความสมดุลและการเข้าทำที่หลากหลาย
-ปี 2022 (ธาตุน้ำ 80%): เน้นการครองบอล การหมุนเวียนตำแหน่ง และใช้ความคิดสร้างสรรค์ของลิโอเนล เมสซี ผสมผสานความนิ่ง
-ปี 2026 (ธาตุไฟ): เน้นความเข้มข้น แพสชั่นสูง รุกเร็ว และการถ่ายเลือดสู่คนรุ่นใหม่เพื่อป้องกันแชมป์
สเปนธาตุไฟ มีรูปแบบการเล่นบอลแบบธาตุไม้+ทอง
ตามหลักฮวงจุ้ย สเปนมีรูปแบบการเล่นที่จัดอยู่ใน "ธาตุไม้" (Wood Element) ผสม "ธาตุทอง" (Metal Element) อย่างชัดเจน โดยพิจารณาจากแนวทางการทำทีมดังนี้ครับ:
-ธาตุไม้ (การเติบโต, ความยืดหยุ่น, การต่อยอด): สเปนมีปรัชญา "ติกิ-ตาก้า" (Tiki-Taka) ที่เน้นการต่อบอลสั้นอย่างใจเย็น เคลื่อนที่ประสานงานกันอย่างเป็นระบบดั่งรากไม้ที่ชอนไชไปทั่วสนาม ค่อยๆ สร้างเกมจากแดนหลังไปสู่แดนหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การบุกตะลุยแบบหักโหม
-ธาตุทอง (ความแม่นยำ, ระเบียบวินัย, ความเฉียบคม): การเล่นของสเปนเน้นความแม่นยำของการจ่ายบอล การคุมจังหวะเกมให้สมดุล และการใช้ระบบ False 9 ที่ต้องอาศัยผู้เล่นที่มีความฉลาดสูง ซึ่งเปรียบเสมือนความเฉียบขาดของโลหะ
ทีมชาติเยอรมันเป็นธาตุทอง เมื่อเจอสเปนที่เป็นธาตุไฟ จะถูกสเปนข่มเสมอ ตามตารางนี้
แต่วิธีที่เยอรมันแก้ทางสเปนได้ก็มีอยู่ ตามนี้
*ตามหลักเบญจธาตุ (ธาตุทั้ง 5) เยอรมัน (ธาตุทอง) ควรเล่นบอลแบบ "ธาตุทอง" (ควบคู่กับการใช้พลังธาตุน้ำ) เพื่อตั้งรับและตอบโต้สเปนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหลักการวิเคราะห์และแนวทางการเล่นดังนี้ครับ:
1. สภาพการปะทะของธาตุ
-สเปน (ธาตุไฟ ผสม ไม้และทอง): เปรียบเสมือนกองเพลิงที่ร้อนแรง (ไฟ) ที่ได้เชื้อไฟอย่างต่อเนื่อง (ไม้) และมีอาวุธเสริม (ทอง) สไตล์การเล่นจะเน้นการบุกทะลวง ดุดัน สร้างสรรค์เกมรุกอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
-เยอรมัน (ธาตุทอง): เปรียบเสมือนโลหะ ดาบ หรือเกราะที่แข็งแกร่ง เด่นเรื่องความหนักแน่น ระเบียบวินัย และความเด็ดขาด
2. แนวทางการเล่นของเยอรมัน (ธาตุทอง)
-ใช้ธาตุทองเข้าปะทะ: ในทางพลังงาน ทองสามารถตัดไม้ได้ (ดาบตัดไม้) และทองรวมตัวกับทองจะเกิดความแข็งแกร่งขั้นสุด เยอรมันควรเล่นเกมเพรสซิ่ง (Pressing) ที่หนักแน่น วินัยเกมรับที่เหนียวแน่น (เปรียบเสมือนเกราะเหล็ก) เพื่อหยุดยั้งเกมบุกที่ดุดันของสเปน
-เสริมธาตุน้ำ (การถ่ายเทพลังงานจากธาตุทอง): เมื่อธาตุทองปะทะกับธาตุไฟอย่างรุนแรงอาจเกิดความเสียหายทั้งสองฝ่าย เยอรมันจึงควรใช้บอลสไตล์ "ธาตุน้ำ" คือการเล่นบอลฉลาด ไหลลื่น ใจเย็น ต่อบอลหาช่องว่าง และใช้ความเยือกเย็นลดความร้อนแรงของไฟสเปน (น้ำดับไฟ)
3. แท็กติกที่แนะนำสำหรับเยอรมัน
-ตั้งรับแล้วโต้กลับ (Counter-Attack): เมื่อสเปนเปิดเกมรุกเข้าใส่ (ธาตุไฟ) เยอรมันควรใช้ระบบรับให้แน่นหนา แล้วสวนกลับด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด (ธาตุทอง)
-ครองบอลตัดจังหวะ (Control & Tempo): ลดความเร็วของเกมด้วยการจ่ายบอลสั้น-ยาวอย่างแม่นยำ ไม่ผลีผลามบุกแลก เพื่อล่อให้สเปนเสียพลังงานในการไล่บอล
ทำไมเยอรมันต้องเล่นแบบ "ธาตุน้ำ" ?
1. ดับไฟของสเปนและยุค 9 (น้ำพิฆาตไฟ):
2. สเปนมีทั้งธาตุไฟแท้ และธาตุไม้ที่คอยเติมเชื้อไฟ การจะหยุดความร้อนแรง รวดเร็ว และเกมรุกที่จัดจ้านในยุค 9 ได้ เยอรมันต้องใช้ "ธาตุน้ำ" ซึ่งเป็นธาตุเดียวที่สามารถสะกดและดับความร้อนแรงของไฟได้ถ่ายเทพลังงานจากสเปน (น้ำลดทอนไม้):
3. สเปนเล่นบอลสไตล์ธาตุไม้ (การต่อบอลสั้น ขยายพื้นที่ เติบโตทีละช่อง) พลังของธาตุน้ำจะช่วยดูดซับความคล่องตัวของธาตุไม้ ทำให้สเปนส่งบอลสะดุดหรือเสียการควบคุมส่งเสริมตัวเอง (ทองสร้างน้ำ):
เยอรมันมีต้นทุนเป็นธาตุทองอยู่แล้ว การเล่นแบบธาตุน้ำจะไม่ใช่การทิ้งตัวตนเดิม แต่เป็นการ "ใช้ความแข็งแกร่งของทองมาสร้างความยืดหยุ่นของน้ำ" (ทองให้กำเนิดน้ำ) เปลี่ยนความแข็งกระด้างให้กลายเป็นความไหลลื่น
ธาตุทองสายตั้งรับเหนียวแน่น (Bus Parking):รูปแบบการเล่น: วินัยในเกมรับสูงมาก (เช่น 4-5-1 หรือ 5-4-1) โดยตั้งรับลึกในแดนตัวเอง ตัดช่องทางการจ่ายบอลเข้าพื้นที่อันตราย (Half-space)จุดประสงค์: ไม่เปิดพื้นที่ว่างให้เจาะทะลุ อดทนรอให้ผู้เล่น Tiki-Taka ฝืนหาช่องจนเสียบอลไปเองทีมที่ใช้สไตล์นี้: เช่น อินเตอร์ มิลาน ยุคโชเซ มูรินโญ (ปี 2010) ที่ใช้เกมรับแน่นหนาหยุดบาร์เซโลนาได้
แล้วแต่ละทีมชาติชั้นนำ จะเล่นแบบใดบ้าง ถึงจะเอาชนะสเปนได้
*ทีมชาติสเปนเปรียบเสมือนตัวแทน ธาตุไฟ (ยุค 9) ที่ขับเคลื่อนด้วยการต่อบอลสไตล์ติ๊กี-ตากา (Tiki-Taka) อันเป็นตัวแทนของ ธาตุไม้ (ส่งเสริมไฟให้โชติช่วง) และมีเกมรับ-การจบสกอร์ที่เฉียบขาดดั่ง ธาตุทอง ทำให้พวกเขาครองความยิ่งใหญ่ในยุคนี้ได้อย่างไร้รอยต่อ
ทีมชั้นนำที่จะมาต่อกรได้จะต้องเลือกใช้หลัก "วัฏจักรห้าธาตุพิฆาต" (วงจรธาตุเอาชนะกัน) โดยทีมที่สามารถสยบธาตุไฟและธาตุไม้ของสเปนได้ดีที่สุด มีดังนี้:
1. ทีมที่เล่นบอลด้วย "ธาตุน้ำ" (น้ำดับไฟ)
-สไตล์การเล่น: ตั้งรับลึกอย่างเหนียวแน่น (Low Block) มีวินัยสูง และใช้การโต้กลับเร็ว (Counter-Attack) อย่างฉับพลันดั่งสายน้ำที่ไหลบ่าเข้าดับความร้อนแรง
-ทีมชั้นนำที่ใช้กลยุทธ์นี้: ทีมชาติอิตาลี หรือ ทีมชาติฝรั่งเศส ที่มีระบบเกมรับดุดันเป็นกำแพงน้ำแข็ง สามารถดูดซับการต่อบอล (ธาตุไม้) ของสเปน และใช้บอลยาวโจมตีพื้นที่ว่างด้านหลังได้อย่างแม่นยำ
2. ทีมที่เล่นบอลด้วย "ธาตุไม้" ผสาน "ธาตุดิน" (ดินดูดกลืนไฟ, ไม้ทำลายดิน)
-สไตล์การเล่น: การเพรสซิ่งหนักหน่วงทั่วสนาม (High Pressing) ใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายเข้าปะทะ ตัดเกมบ่อยครั้ง เพื่อทำลายจังหวะการต่อบอลแบบธาตุไม้ของสเปน
-ทีมชั้นนำที่ใช้กลยุทธ์นี้: ทีมชาติอาร์เจนตินา หรือ ทีมชาติอังกฤษ ซึ่งมีความดุดันและแข็งแกร่งของธาตุดิน ดึงความร้อนแรงของสเปนให้หมดพลัง และใช้ความหนักหน่วงเข้าควบคุมพื้นที่กลางสนามแทน
3. ทีมที่เล่นบอลด้วย "ธาตุทอง" (ทองทำลายไม้, ไฟหลอมละลายทอง)
-สไตล์การเล่น: การตัดบอลจังหวะสอง เข้าสกัดบอลหนัก และเน้นการเปิดบอลไดเร็ค (Direct Play) วางบอลข้ามแดนกลางเข้าทำอย่างรวดเร็ว
-ทีมชั้นนำที่ใช้กลยุทธ์นี้: ทีมชาติเยอรมนี ที่มีสไตล์การเล่นแบบวินัยสูง เคลื่อนที่ไว และโจมตีด้วยความคมของธาตุทอง
นี่ก็เป็นวิธีการชนะกันด้วยธาตุ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนและคุณภาพตัวผู้เล่นด้วย อย่างถ้าให้อังกฤษกับเยอรมันเจอสเปน อังกฤษก็จะทำได้ดีกว่าเยอรมัน เพราะตัวผู้เล่นดีกว่า ทำอะไรได้มากกว่า ทั้งที่อังกฤษก็เป็นธาตุทองเหมือนเยอรมันนี่แหละ
*ปัจจุบัน "อังกฤษ" มีระบบฟุตบอลเยาวชนที่เน้นความเร็วและแทคติกที่ทันสมัยกว่า โดยพัฒนาล้ำหน้าเยอรมันไปแล้วหลังจากนำโมเดลของเยอรมันมาปรับปรุงโครงสร้างใหม่ทั้งหมด ขณะที่เยอรมันกำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนนักเตะพรสวรรค์สูงและขาดรูปแบบการเล่นที่ชัดเจน
การเปรียบเทียบจุดเด่นของทั้งสองชาติสามารถจำแนกได้ดังนี้:
1. อังกฤษ (เหนือกว่าในด้านสปีดบอล, แทคติก, และความยืดหยุ่น)
-ระบบ Elite Player Performance Plan (EPPP): สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ได้วางรากฐานและปรับปรุงอคาเดมี่ทั่วประเทศใหม่ทั้งหมด โดยเน้นการสร้างนักเตะที่มีทั้งเทคนิคระดับสูงและความเข้าใจเกมที่ยอดเยี่ยม
-แทคติกที่ปรับตัวเข้ากับยุคสมัย: อคาเดมี่ในอังกฤษสอนแทคติกสมัยใหม่ เช่น การต่อบอลสั้นจากแดนหลัง (Build-up play) และการเปลี่ยนจังหวะเกมรุก (Transitions) ด้วยสปีดที่จัดจ้าน
-ผลงานเยาวชน: ความสำเร็จนี้เห็นได้อย่างชัดเจนจากผลงานของทีมชาติอังกฤษชุดเล็กที่คว้าแชมป์ในทวีปยุโรปได้อย่างโดดเด่น
2. เยอรมัน (เน้นระบบโครงสร้างที่ชัดเจน แต่ปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงปรับตัว)
-ต้นแบบในอดีต: เยอรมันเคยปฏิวัติระบบเยาวชนจนประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงทศวรรษ 2000 โดยเน้นวินัยการยืนตำแหน่งและความเข้าใจแทคติก
-ปัญหาในปัจจุบัน: ระบบการปั้นดาวรุ่งของเยอรมันในระดับ U16-U17 ประสบภาวะซบเซาในช่วงหลัง ทำให้ขาดแคลนผู้เล่นระดับท็อป (World-class) และไม่มีเอกลักษณ์ในระบบการเล่นที่ชัดเจนเหมือนในอดีต
มาดูกันต่อไปว่า ทีมไหนจะเล่นกับสเปนอย่างไรบ้าง สเปนจะได้กี่แชมปฺ์ในรอบ 17 ปีต่อจากนี้
แกะรหัสวิธีการเยอรมันเอาชนะสเปนจากโหราศาสตร์
ถ้ามีประเทศอื่นที่มีการวางแผนมาดี ตัวผู้เล่นดีเท่าสเปน ก็ยังแพ้พลังโชคชะตาของสเปนในยุค 9 อยู่ดี จากข้อมูลนี้ สเปนจะเป็นทีม top ของโลกไปอีก 17 ปี
*ฮวงจุ้ยยุค 9 (พ.ศ. 2567-2586) มี "ธาตุไฟ" เป็นพลังงานหลัก ซึ่งทีมชาติสเปนมีความโดดเด่นและเป็นสัญลักษณ์ของธาตุไฟจากสีเสื้อประจำทีม (สีแดง) และสไตล์การเล่นที่ดุดัน ส่งผลให้สเปนเป็นทีมเต็งระดับหัวแถวที่มีความมุ่งมั่นและได้เปรียบในเชิงพลังงานอย่างเต็มที่
อิทธิพลของธาตุไฟจะส่งผลในรูปแบบต่างๆ ดังนี้:
-ความโดดเด่นของทัพกระทิงดุ: สีแดงของสเปนสอดคล้องกับธาตุไฟตาม ฮวงจุ้ยยุค 9 (2024-2043) อย่างสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้ทีมมีความฮึกเหิม มีความคิดสร้างสรรค์ และมีพลังขับเคลื่อนสูงในการแข่งขันระดับโลก
-จุดอ่อนที่ต้องระวัง: พลังงานของธาตุไฟที่รุนแรงเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะอารมณ์ร้อน การตัดสินใจที่หุนหันพลันแล่น หรือขาดความเยือกเย็นในจังหวะสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้จัดการทีมต้องควบคุมให้สมดุล
-การปะทะกับทีมธาตุน้ำ: หากต้องเจอกับทีมคู่แข่งที่โดดเด่นด้วย "ธาตุน้ำ" (เช่น ทีมชาติอาร์เจนตินา) จะเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างพลังงานทั้งสองขั้ว ซึ่งผลการแข่งขันจะตัดสินกันที่ความนิ่งและการวางแผนอย่างเป็นระบบเป็นหลัก
แต่ทุกวันนี้ อาร์เจนตินาก็ไม่ค่อยเล่นแบบธาตุน้ำแล้ว
*ยุคต่อบอลดีที่สุด: ยุค 2014 และ 2022 ที่มีความสมดุลและการเข้าทำที่หลากหลาย
-ปี 2022 (ธาตุน้ำ 80%): เน้นการครองบอล การหมุนเวียนตำแหน่ง และใช้ความคิดสร้างสรรค์ของลิโอเนล เมสซี ผสมผสานความนิ่ง
-ปี 2026 (ธาตุไฟ): เน้นความเข้มข้น แพสชั่นสูง รุกเร็ว และการถ่ายเลือดสู่คนรุ่นใหม่เพื่อป้องกันแชมป์
สเปนธาตุไฟ มีรูปแบบการเล่นบอลแบบธาตุไม้+ทอง
ตามหลักฮวงจุ้ย สเปนมีรูปแบบการเล่นที่จัดอยู่ใน "ธาตุไม้" (Wood Element) ผสม "ธาตุทอง" (Metal Element) อย่างชัดเจน โดยพิจารณาจากแนวทางการทำทีมดังนี้ครับ:
-ธาตุไม้ (การเติบโต, ความยืดหยุ่น, การต่อยอด): สเปนมีปรัชญา "ติกิ-ตาก้า" (Tiki-Taka) ที่เน้นการต่อบอลสั้นอย่างใจเย็น เคลื่อนที่ประสานงานกันอย่างเป็นระบบดั่งรากไม้ที่ชอนไชไปทั่วสนาม ค่อยๆ สร้างเกมจากแดนหลังไปสู่แดนหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การบุกตะลุยแบบหักโหม
-ธาตุทอง (ความแม่นยำ, ระเบียบวินัย, ความเฉียบคม): การเล่นของสเปนเน้นความแม่นยำของการจ่ายบอล การคุมจังหวะเกมให้สมดุล และการใช้ระบบ False 9 ที่ต้องอาศัยผู้เล่นที่มีความฉลาดสูง ซึ่งเปรียบเสมือนความเฉียบขาดของโลหะ
ทีมชาติเยอรมันเป็นธาตุทอง เมื่อเจอสเปนที่เป็นธาตุไฟ จะถูกสเปนข่มเสมอ ตามตารางนี้
แต่วิธีที่เยอรมันแก้ทางสเปนได้ก็มีอยู่ ตามนี้
*ตามหลักเบญจธาตุ (ธาตุทั้ง 5) เยอรมัน (ธาตุทอง) ควรเล่นบอลแบบ "ธาตุทอง" (ควบคู่กับการใช้พลังธาตุน้ำ) เพื่อตั้งรับและตอบโต้สเปนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหลักการวิเคราะห์และแนวทางการเล่นดังนี้ครับ:
1. สภาพการปะทะของธาตุ
-สเปน (ธาตุไฟ ผสม ไม้และทอง): เปรียบเสมือนกองเพลิงที่ร้อนแรง (ไฟ) ที่ได้เชื้อไฟอย่างต่อเนื่อง (ไม้) และมีอาวุธเสริม (ทอง) สไตล์การเล่นจะเน้นการบุกทะลวง ดุดัน สร้างสรรค์เกมรุกอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
-เยอรมัน (ธาตุทอง): เปรียบเสมือนโลหะ ดาบ หรือเกราะที่แข็งแกร่ง เด่นเรื่องความหนักแน่น ระเบียบวินัย และความเด็ดขาด
2. แนวทางการเล่นของเยอรมัน (ธาตุทอง)
-ใช้ธาตุทองเข้าปะทะ: ในทางพลังงาน ทองสามารถตัดไม้ได้ (ดาบตัดไม้) และทองรวมตัวกับทองจะเกิดความแข็งแกร่งขั้นสุด เยอรมันควรเล่นเกมเพรสซิ่ง (Pressing) ที่หนักแน่น วินัยเกมรับที่เหนียวแน่น (เปรียบเสมือนเกราะเหล็ก) เพื่อหยุดยั้งเกมบุกที่ดุดันของสเปน
-เสริมธาตุน้ำ (การถ่ายเทพลังงานจากธาตุทอง): เมื่อธาตุทองปะทะกับธาตุไฟอย่างรุนแรงอาจเกิดความเสียหายทั้งสองฝ่าย เยอรมันจึงควรใช้บอลสไตล์ "ธาตุน้ำ" คือการเล่นบอลฉลาด ไหลลื่น ใจเย็น ต่อบอลหาช่องว่าง และใช้ความเยือกเย็นลดความร้อนแรงของไฟสเปน (น้ำดับไฟ)
3. แท็กติกที่แนะนำสำหรับเยอรมัน
-ตั้งรับแล้วโต้กลับ (Counter-Attack): เมื่อสเปนเปิดเกมรุกเข้าใส่ (ธาตุไฟ) เยอรมันควรใช้ระบบรับให้แน่นหนา แล้วสวนกลับด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด (ธาตุทอง)
-ครองบอลตัดจังหวะ (Control & Tempo): ลดความเร็วของเกมด้วยการจ่ายบอลสั้น-ยาวอย่างแม่นยำ ไม่ผลีผลามบุกแลก เพื่อล่อให้สเปนเสียพลังงานในการไล่บอล
ทำไมเยอรมันต้องเล่นแบบ "ธาตุน้ำ" ?
1. ดับไฟของสเปนและยุค 9 (น้ำพิฆาตไฟ):
2. สเปนมีทั้งธาตุไฟแท้ และธาตุไม้ที่คอยเติมเชื้อไฟ การจะหยุดความร้อนแรง รวดเร็ว และเกมรุกที่จัดจ้านในยุค 9 ได้ เยอรมันต้องใช้ "ธาตุน้ำ" ซึ่งเป็นธาตุเดียวที่สามารถสะกดและดับความร้อนแรงของไฟได้ถ่ายเทพลังงานจากสเปน (น้ำลดทอนไม้):
3. สเปนเล่นบอลสไตล์ธาตุไม้ (การต่อบอลสั้น ขยายพื้นที่ เติบโตทีละช่อง) พลังของธาตุน้ำจะช่วยดูดซับความคล่องตัวของธาตุไม้ ทำให้สเปนส่งบอลสะดุดหรือเสียการควบคุมส่งเสริมตัวเอง (ทองสร้างน้ำ):
เยอรมันมีต้นทุนเป็นธาตุทองอยู่แล้ว การเล่นแบบธาตุน้ำจะไม่ใช่การทิ้งตัวตนเดิม แต่เป็นการ "ใช้ความแข็งแกร่งของทองมาสร้างความยืดหยุ่นของน้ำ" (ทองให้กำเนิดน้ำ) เปลี่ยนความแข็งกระด้างให้กลายเป็นความไหลลื่น
ธาตุทองสายตั้งรับเหนียวแน่น (Bus Parking):รูปแบบการเล่น: วินัยในเกมรับสูงมาก (เช่น 4-5-1 หรือ 5-4-1) โดยตั้งรับลึกในแดนตัวเอง ตัดช่องทางการจ่ายบอลเข้าพื้นที่อันตราย (Half-space)จุดประสงค์: ไม่เปิดพื้นที่ว่างให้เจาะทะลุ อดทนรอให้ผู้เล่น Tiki-Taka ฝืนหาช่องจนเสียบอลไปเองทีมที่ใช้สไตล์นี้: เช่น อินเตอร์ มิลาน ยุคโชเซ มูรินโญ (ปี 2010) ที่ใช้เกมรับแน่นหนาหยุดบาร์เซโลนาได้
แล้วแต่ละทีมชาติชั้นนำ จะเล่นแบบใดบ้าง ถึงจะเอาชนะสเปนได้
*ทีมชาติสเปนเปรียบเสมือนตัวแทน ธาตุไฟ (ยุค 9) ที่ขับเคลื่อนด้วยการต่อบอลสไตล์ติ๊กี-ตากา (Tiki-Taka) อันเป็นตัวแทนของ ธาตุไม้ (ส่งเสริมไฟให้โชติช่วง) และมีเกมรับ-การจบสกอร์ที่เฉียบขาดดั่ง ธาตุทอง ทำให้พวกเขาครองความยิ่งใหญ่ในยุคนี้ได้อย่างไร้รอยต่อ
ทีมชั้นนำที่จะมาต่อกรได้จะต้องเลือกใช้หลัก "วัฏจักรห้าธาตุพิฆาต" (วงจรธาตุเอาชนะกัน) โดยทีมที่สามารถสยบธาตุไฟและธาตุไม้ของสเปนได้ดีที่สุด มีดังนี้:
1. ทีมที่เล่นบอลด้วย "ธาตุน้ำ" (น้ำดับไฟ)
-สไตล์การเล่น: ตั้งรับลึกอย่างเหนียวแน่น (Low Block) มีวินัยสูง และใช้การโต้กลับเร็ว (Counter-Attack) อย่างฉับพลันดั่งสายน้ำที่ไหลบ่าเข้าดับความร้อนแรง
-ทีมชั้นนำที่ใช้กลยุทธ์นี้: ทีมชาติอิตาลี หรือ ทีมชาติฝรั่งเศส ที่มีระบบเกมรับดุดันเป็นกำแพงน้ำแข็ง สามารถดูดซับการต่อบอล (ธาตุไม้) ของสเปน และใช้บอลยาวโจมตีพื้นที่ว่างด้านหลังได้อย่างแม่นยำ
2. ทีมที่เล่นบอลด้วย "ธาตุไม้" ผสาน "ธาตุดิน" (ดินดูดกลืนไฟ, ไม้ทำลายดิน)
-สไตล์การเล่น: การเพรสซิ่งหนักหน่วงทั่วสนาม (High Pressing) ใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายเข้าปะทะ ตัดเกมบ่อยครั้ง เพื่อทำลายจังหวะการต่อบอลแบบธาตุไม้ของสเปน
-ทีมชั้นนำที่ใช้กลยุทธ์นี้: ทีมชาติอาร์เจนตินา หรือ ทีมชาติอังกฤษ ซึ่งมีความดุดันและแข็งแกร่งของธาตุดิน ดึงความร้อนแรงของสเปนให้หมดพลัง และใช้ความหนักหน่วงเข้าควบคุมพื้นที่กลางสนามแทน
3. ทีมที่เล่นบอลด้วย "ธาตุทอง" (ทองทำลายไม้, ไฟหลอมละลายทอง)
-สไตล์การเล่น: การตัดบอลจังหวะสอง เข้าสกัดบอลหนัก และเน้นการเปิดบอลไดเร็ค (Direct Play) วางบอลข้ามแดนกลางเข้าทำอย่างรวดเร็ว
-ทีมชั้นนำที่ใช้กลยุทธ์นี้: ทีมชาติเยอรมนี ที่มีสไตล์การเล่นแบบวินัยสูง เคลื่อนที่ไว และโจมตีด้วยความคมของธาตุทอง
นี่ก็เป็นวิธีการชนะกันด้วยธาตุ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนและคุณภาพตัวผู้เล่นด้วย อย่างถ้าให้อังกฤษกับเยอรมันเจอสเปน อังกฤษก็จะทำได้ดีกว่าเยอรมัน เพราะตัวผู้เล่นดีกว่า ทำอะไรได้มากกว่า ทั้งที่อังกฤษก็เป็นธาตุทองเหมือนเยอรมันนี่แหละ
*ปัจจุบัน "อังกฤษ" มีระบบฟุตบอลเยาวชนที่เน้นความเร็วและแทคติกที่ทันสมัยกว่า โดยพัฒนาล้ำหน้าเยอรมันไปแล้วหลังจากนำโมเดลของเยอรมันมาปรับปรุงโครงสร้างใหม่ทั้งหมด ขณะที่เยอรมันกำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนนักเตะพรสวรรค์สูงและขาดรูปแบบการเล่นที่ชัดเจน
การเปรียบเทียบจุดเด่นของทั้งสองชาติสามารถจำแนกได้ดังนี้:
1. อังกฤษ (เหนือกว่าในด้านสปีดบอล, แทคติก, และความยืดหยุ่น)
-ระบบ Elite Player Performance Plan (EPPP): สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ได้วางรากฐานและปรับปรุงอคาเดมี่ทั่วประเทศใหม่ทั้งหมด โดยเน้นการสร้างนักเตะที่มีทั้งเทคนิคระดับสูงและความเข้าใจเกมที่ยอดเยี่ยม
-แทคติกที่ปรับตัวเข้ากับยุคสมัย: อคาเดมี่ในอังกฤษสอนแทคติกสมัยใหม่ เช่น การต่อบอลสั้นจากแดนหลัง (Build-up play) และการเปลี่ยนจังหวะเกมรุก (Transitions) ด้วยสปีดที่จัดจ้าน
-ผลงานเยาวชน: ความสำเร็จนี้เห็นได้อย่างชัดเจนจากผลงานของทีมชาติอังกฤษชุดเล็กที่คว้าแชมป์ในทวีปยุโรปได้อย่างโดดเด่น
2. เยอรมัน (เน้นระบบโครงสร้างที่ชัดเจน แต่ปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงปรับตัว)
-ต้นแบบในอดีต: เยอรมันเคยปฏิวัติระบบเยาวชนจนประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงทศวรรษ 2000 โดยเน้นวินัยการยืนตำแหน่งและความเข้าใจแทคติก
-ปัญหาในปัจจุบัน: ระบบการปั้นดาวรุ่งของเยอรมันในระดับ U16-U17 ประสบภาวะซบเซาในช่วงหลัง ทำให้ขาดแคลนผู้เล่นระดับท็อป (World-class) และไม่มีเอกลักษณ์ในระบบการเล่นที่ชัดเจนเหมือนในอดีต
มาดูกันต่อไปว่า ทีมไหนจะเล่นกับสเปนอย่างไรบ้าง สเปนจะได้กี่แชมปฺ์ในรอบ 17 ปีต่อจากนี้