Hungarian GP 2026 จะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อไม่มี DRS?


ในฤดูกาล 2026
F1 ได้ยกเลิกการใช้ DRS
และเปลี่ยนมาใช้ Active Aero กับ Straight Mode

ในสภาพสนามแห้ง
รถทุกคันสามารถใช้ Straight Mode
ในเขตที่กำหนดได้ทุก ๆ รอบ

Straight Mode
ทำให้ปีกหน้าและปีกหลังอยู่ในสภาพแรงต้านอากาศต่ำ

ผลคือรถสามารถเพิ่มความเร็วบนทางตรงได้ง่ายขึ้น

ที่ Hungaroring
มีการกำหนดเขต Straight Mode ทั้งหมด 4 จุด

จุดแรกคือ main straight
จาก Turn 14 ไปถึง Turn 1

จุดที่สองคือ
จาก Turn 1 ไปถึง Turn 2

จุดที่สามคือ
จาก Turn 3 ไปถึง Turn 4

และจุดที่สี่คือ
จาก Turn 11 ไปถึง Turn 12

Hungaroring ไม่ใช่สนามที่มีทางตรงยาวจำนวนมาก

สนามนี้เป็นสนามเทคนิค
ที่มีทางตรงสั้น
และโค้งต่อเนื่องหลายจุด

เดิมทีสนามนี้จึงต้องการ
downforce
จังหวะการขับ
และความแม่นยำในการต่อโค้ง

แต่ในปี 2026
เขต Straight Mode จะทำให้ช่วงเร่งความเร็วหลายจุด
มีความสำคัญมากขึ้น



จุดที่น่าสนใจคือช่วงจาก Turn 3 ไป Turn 4

ถ้านักขับต้องการใช้ความเร็วในช่วงนี้ให้ได้ดี
การออกจาก Turn 2 และ Turn 3
จะมีความสำคัญมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม
ปลายทางของช่วงนี้คือ Turn 4
ซึ่งเป็นโค้งซ้ายความเร็วสูง

ดังนั้นความเร็วทางตรงอย่างเดียวไม่พอ

นักขับต้องเปลี่ยนทิศทางของรถได้อย่างแม่นยำ
ในขณะที่รถยังมีความเร็วสูง

จุดแซงหลักของ Hungaroring
ยังคงเป็น Turn 1

แต่ในปี 2026
การต่อสู้ก่อนถึง Turn 1
อาจซับซ้อนมากขึ้น

Straight Mode
Slipstream
และ Overtake Mode
อาจต้องถูกใช้ร่วมกันอย่างเหมาะสม

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ
การจัดการพลังงานไฟฟ้า

Hungaroring ไม่มีจุดเบรกหนักยาว ๆ มากนัก
นอกจาก Turn 1

ดังนั้นนักขับต้องคิดว่า
ควรใช้พลังงานตรงไหน
และควรชาร์จกลับตรงไหน

ช่วงโค้งต่อเนื่องจาก Turn 5 ถึง Turn 11
อาจเป็นจุดสำคัญในการรักษาจังหวะ
พร้อมกับจัดการพลังงาน

Hungarian GP 2026
จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันเรื่องความเร็วทางตรง

การออกจากโค้ง
Straight Mode
Overtake Mode
และการชาร์จพลังงานกลับ
อาจเป็นกุญแจสำคัญของการแข่งขัน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่